ญี่ปุ่นแก้ปัญหาเด็กเกิดน้อย! เปิดให้ทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ หวังกระตุ้นการมีบุตร

ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่ นั่นคือจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงอย่างน่าเป็นห่วง รัฐบาลจึงต้องเร่งหาทางแก้ไข โดยหนึ่งในมาตรการที่น่าสนใจคือ การให้พนักงานทำงานเพียง 4 วันต่อสัปดาห์ พร้อมเปิดโอกาสให้พ่อแม่สามารถลดเวลาทำงานได้โดยยอมลดเงินเดือนบางส่วน

ญี่ปุ่นแก้ปัญหาเด็กเกิดน้อย! เปิดให้ทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ หวังกระตุ้นการมีบุตร

ทำไมต้องทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์

เหตุผลหลักก็คือ ต้องการช่วยให้ผู้หญิงไม่ต้องรู้สึกว่าต้องทิ้งหน้าที่การงานเพื่อเลี้ยงลูก รัฐบาลโตเกียวเชื่อว่า หากผู้หญิงมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น มีเวลาดูแลลูกมากขึ้น ก็อาจตัดสินใจมีลูกได้ง่ายขึ้น มาตรการนี้จะเริ่มใช้ในเดือนเมษายนปีหน้า ครอบคลุมพนักงานของรัฐบาลโตเกียวมากกว่า 160,000 คน ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่มีพนักงานมากที่สุดของญี่ปุ่น

นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้สิทธิ์พ่อแม่ที่มีลูกเรียนอยู่ชั้นประถม 1-3 สามารถลดเวลาทำงานได้ถึงวันละ 2 ชั่วโมง โดยยอมลดเงินเดือนลงบ้าง เพื่อให้มีเวลาไปรับส่งลูก หรือทำกิจกรรมกับลูกได้มากขึ้น

ปัญหาเด็กเกิดน้อย วิกฤตที่ญี่ปุ่นต้องเร่งแก้ไข

ปัญหาอัตราการเกิดที่ลดลงของญี่ปุ่น เป็นวิกฤตสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เมื่อปีที่แล้ว ญี่ปุ่นมีเด็กเกิดใหม่เพียง 758,631 คน ซึ่งน้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมา และอัตราการเกิดที่ต่ำกว่า 2.1 ซึ่งเป็นระดับที่จำเป็นต่อการรักษาสมดุลของประชากร ทำให้ญี่ปุ่นมีประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

อะไรคือสาเหตุของปัญหาเหล่านี้?

จากข้อมูลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) พบว่า สาเหตุที่ทำให้คนญี่ปุ่นมีลูกน้อยลงนั้น มาจากหลายปัจจัย เช่น การแต่งงานช้าลงหรือไม่แต่งงานเลย ค่าครองชีพที่สูง ความแตกต่างของค่าจ้างระหว่างชายหญิง และค่าเลี้ยงดูบุตรที่แพง

ญี่ปุ่นกำลังทำอะไรเพื่อแก้ปัญหา?

ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นได้ลงทุนไปมากมายเพื่อแก้ปัญหานี้ เช่น การเพิ่มบริการดูแลเด็ก และสนับสนุนการแช่แข็งไข่ (Egg Freezing) รวมถึงการเปิดแอปหาคู่ แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด

มาตรการทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ จึงเป็นอีกหนึ่งความพยายามของรัฐบาลโตเกียว ที่หวังว่าจะช่วยให้คนรุ่นใหม่รู้สึกว่าการมีลูกไม่ใช่เรื่องยากลำบาก และแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง

เพราะฉะนั้นการที่โตเกียวตัดสินใจให้พนักงานทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ ถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจ และอาจเป็นตัวอย่างให้ประเทศอื่นๆ ที่กำลังเผชิญกับปัญหาคล้ายกันได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม คงต้องติดตามดูกันต่อไปว่า มาตรการนี้จะช่วยกระตุ้นอัตราการเกิดของญี่ปุ่นได้จริงหรือไม่ และจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างไรบ้าง

อ้างอิง: businessinsider

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เจาะลึก IMD 2026 ไทยขยับขึ้นอันดับ 26 แล้วทำไม 'เวียดนาม' เป็นม้ามืดหน้าใหม่ ที่หายใจรดต้นคอไทย?

สรุปผลการจัดอันดับประเทศไทย ใน IMD World Competitiveness 2026 ไทยขยับขึ้นอันดับ 26 แต่ทำไม 'เวียดนาม' ถึงจี้ติดในอันดับ 27 จากการพูดคุยกับ คุณธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธานสมาคมการจัดการธ...

Responsive image

ทำไมการเปลี่ยนผ่านพลังงานโลกถึงชะงัก แม้ลงทุนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ WEF เผยรายงาน Energy Transition Index 2026 พร้อมชี้ 3 สิ่งที่โลกต้องทำเร่งด่วน

รู้หรือไม่ว่า ปี 2026 โลกลงทุนด้านพลังงานสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 3.3 ล้านล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้เป็นการลงทุนพลังงานสะอาดมากถึง 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ผลที่ได้กลับไม่เหมือนอย่างที่เรา...

Responsive image

'บ้านในอนาคตอาจไม่ได้ขายแค่ทำเล แต่ขายสุขภาพดี' BDMS ลงทุน 29,000 ล้านบาท ปั้น WellEra โครงการที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพใจกลางลุมพินี

BDMS ทุ่ม 29,000 ล้านบาท เปิดตัว WellEra Wellness Complex ใจกลางลุมพินี โครงการที่ออกแบบให้บ้านและเมืองกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน...