JCB ‘Hydromax’ รถพลังไฮโดรเจน 1,600 แรงม้า ความเร็วจ่อทุบสถิติโลกที่ 350 mph!

JCB ตั้งใจจะหักล้างสถิติโลกของรถพลังไฮโดรเจนภายในรอบเดียว ด้วยการพา Hydromax รถ Land Speed Racer ความยาวเฉียด 10 เมตร ไปจ่อความเร็ว 350 mph (563 กม./ชม.) ที่ Bonneville Salt Flats รัฐยูทาห์ในเดือนสิงหาคมนี้ ตัวเลขที่ว่าเกือบเท่าตัวของสถิติเดิมของรถ Hydrogen Internal Combustion ที่ BMW H2R เคยทำไว้ที่ 187.62 mph (301.95 กม./ชม.) และยังสูงกว่าสถิติรถพลังไฮโดรเจนทุกประเภทที่ Ohio State University เคยทำไว้ด้วย Buckeye Bullet 2 ที่ 303 mph เมื่อปี 2009

ที่น่าสนใจคือ JCB ไม่ได้มาเล่นๆ บริษัทผู้ผลิตเครื่องจักรก่อสร้างสีเหลืองสัญลักษณ์จากอังกฤษ ตั้งเป้าเข้าฉีกทำลายสถิติของรถไฮโดรเจนทั้งสองประเภทพร้อมกันในการวิ่งครั้งเดียว และใช้เครื่องยนต์ที่พัฒนาเองทั้งตัว ไม่ได้ดึงเทคโนโลยีจากค่ายอื่นมาแปะป้าย

Hydromax ดีไซน์ใหม่หมด เครื่องยนต์ไฮโดรเจนคู่ 1,600 แรงม้า

หัวใจของ Hydromax คือเครื่องยนต์ Hydrogen Internal Combustion Engine (H2 ICE) ของ JCB เอง สองตัว ที่ดัดแปลงมาจากเครื่องยนต์ที่ใช้กับรถขุดของบริษัทอยู่แล้ว แต่ละตัวรีดกำลังออกมาได้ 800 แรงม้า รวมเป็น 1,600 แรงม้า ส่งกำลังลงทั้งสี่ล้อผ่านระบบเกียร์คู่แบบ Twin-Clutch Dual-Transmission

ตัวรถยาว 32.8 ฟุต หรือเกือบ 10 เมตร ดีไซน์ใหม่ทั้งคันจากศูนย์ ปรับอากาศพลศาสตร์ให้ดีกว่ารุ่นพี่อย่าง JCB Dieselmax ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ทุกชิ้นส่วนตั้งแต่เรขาคณิตช่วงล่าง การปรับจูนระบบควบคุมการยึดเกาะ ไปจนถึงตำแหน่งติดตั้งกล้อง ถูกทดสอบและจำลองสถานการณ์มาก่อนทั้งหมด ก่อนที่ล้อจะแตะพื้นเกลือจริง

Andy Green คนเดียวบนโลกที่เคยทะลุกำแพงเสียงบนพื้นดิน

คนที่จะนั่งหลังพวงมาลัย Hydromax คือ Andy Green ผู้บังคับการ Wing Commander แห่งกองทัพอากาศอังกฤษ Royal Air Force (RAF) และนักบินขับไล่ ซึ่งเป็นชื่อที่คุ้นเคยกับ Bonneville อย่างมาก เพราะเมื่อปี 2006 Green นั่นเองที่ขับ Dieselmax ทำสถิติรถพลังดีเซลที่ 350.092 mph (563.5 กม./ชม.) ซึ่งยังคงเป็นสถิติโลกอยู่จนถึงทุกวันนี้

ที่เด็ดกว่านั้นคือ Green ยังเป็นมนุษย์คนเดียวในโลกที่เคยทำลายกำแพงเสียงบนพื้นดิน ด้วยสถิติ 763.035 mph (1,227.9 กม./ชม.) ที่ครองตำแหน่งสถิติโลกสูงสุดของรถยนต์ทุกประเภทอยู่

"Hydromax เบากว่า แรงกว่า และเร็วกว่ารถรุ่นก่อนเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เรากำลังจะแสดงให้โลกเห็นอีกครั้งว่าวิศวกรรมและเทคโนโลยีของอังกฤษเก่งขนาดไหน เดือนสิงหาคมนี้เราจะทุบสถิติรถพลังไฮโดรเจนด้วยรถ Zero-Emissions ที่เร็วที่สุดและน่าตื่นเต้นที่สุดในโลก"

100 ล้านปอนด์กับอนาคตเครื่องยนต์ไฮโดรเจน

ภายใต้ความหรูหราของการชนสถิติ ยังมีการเดิมพันเชิงอุตสาหกรรมก้อนใหญ่ซ่อนอยู่ JCB ทุ่มเงิน 100 ล้านปอนด์ (ราว 127 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ตลอด 5 ปีที่ผ่านมาเพื่อพัฒนาเครื่องยนต์ไฮโดรเจนสันดาปภายในของตัวเอง ซึ่งตอนนี้ขึ้นสายการผลิตและส่งให้ลูกค้าใช้กับรถขุดเชิงพาณิชย์ไปแล้ว

จังหวะการเปิดตัว Hydromax ที่ Bonneville ยังเดินคู่ไปกับการเปิดโรงงาน Megafactory แห่งใหม่ในเมือง San Antonio รัฐเท็กซัส มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แม้ตลาดรถยนต์จะมีตัวเลือกพลังงานสะอาดอีกหลายแบบ ทั้งแบตเตอรี่ไฟฟ้าและรถไฮโดรเจนแบบ Fuel Cell ที่ใช้กันแพร่หลายกว่า แต่ JCB ยืนยันว่าเครื่องยนต์ไฮโดรเจนสันดาปคือเส้นทางที่เวิร์กที่สุดสำหรับภาคเครื่องจักรหนัก ที่ต้องการความหนาแน่นพลังงานสูงและเติมเชื้อเพลิงเร็ว การชนสถิติโลกจึงไม่ใช่แค่โชว์ของ แต่คือ Proof-of-Concept บนเวทีที่คนทั้งโลกจ้องมอง

Anthony Bamford ประธาน JCB อธิบายว่า "Dieselmax ตอนแรกก็ดูเป็นไอเดียแปลกๆ แต่มันพิสูจน์ได้ในแบบที่รถขุดทำไม่ได้ การเอาเครื่องยนต์ขั้นสูงไปใส่รถ Land Speed ทำให้โลกเห็นว่าเครื่องยนต์ตัวนี้ทำอะไรได้บ้าง คราวนี้ก็ความคิดเดียวกันกับไฮโดรเจน ถ้าคุณจริงจังกับเรื่องลดการปล่อยมลพิษ คุณต้องจริงจังกับไฮโดรเจน และโครงการ Land Speed คือวิธีพิสูจน์ที่ดีที่สุด"

การวิ่งจริงมีกำหนดในเดือนสิงหาคม 2026 ที่ Bonneville Salt Flats รัฐยูทาห์ หาก Hydromax ทำได้ตามเป้า ไม่เพียงแต่จะเป็นรถไฮโดรเจนที่เร็วที่สุดในโลก แต่ยังอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เครื่องยนต์ไฮโดรเจนสันดาปก้าวจากห้องวิจัยสู่ความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ในวงกว้าง

ที่มา: New Atlas, Auto Express, GlobeNewswire

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

บีโอไอเร่งปั้นไทยเป็นฐานผลิตโฟโตนิกส์โลก รับเม็ดเงินลงทุนกว่า 8 หมื่นล้าน

บีโอไอเดินหน้าส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมโฟโตนิกส์ (Photonics) เทคโนโลยีที่เป็นหัวใจของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยุค AI ล่าสุดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีโครงการขอรับการส่งเสริมแล้วถึง 79...

Responsive image

depa-IBM-กระทรวงดีอี รวมตัวดึงนักวิจัย มหาลัย ผู้พัฒนาเทค และหน่วยงานรัฐ สร้าง Quantum Ecosystem ให้ประเทศไทย

เมื่อคอมพิวเตอร์ทั่วไปถอดรหัสใช้ 4.7 พันล้านปี แต่ควอนตัมทำเสร็จใน 8 ชม. เจาะลึกบทบาท depa x IBM ดัน Thailand Quantum Readiness ปูทางสร้าง Ecosystem ในก่อนสายเกินแก้...

Responsive image

อว. เปิดแนวทาง Talent Mobility เปิดทางอาจารย์ นักวิจัย และบุคคลากร ย้ายข้ามมหาวิทยาลัยได้โดยสิทธิและความก้าวหน้าไม่สะดุด

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ออกประกาศแนวทางการเคลื่อนย้ายหรือการแลกเปลี่ยนบุคลากร พ.ศ. 2569 เปิดทางให้อาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรในสังกัดไปปฏิบัติงานช...