
ในวันที่โลกธุรกิจกำลังถูกเขย่าจากหลายด้าน ทั้งการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) โมเดลธุรกิจใหม่ที่กำลังพลิกโครงสร้างของหลายอุตสาหกรรม รวมถึงความไม่แน่นอนจากภาวะเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ บทบาทของ Corporate Venture Capital (CVC) ในฐานะตัวกลางที่เชื่อมต่อองค์กรขนาดใหญ่เข้ากับสตาร์ทอัพผู้สร้างนวัตกรรม กลายเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ภาคธุรกิจสามารถปรับตัวได้เร็วขึ้น เปิดรับนวัตกรรมใหม่ และสร้างความร่วมมือในรูปแบบที่ตอบโจทย์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ขณะเดียวกัน สตาร์ทอัพเองก็กำลังกลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ ที่สามารถสร้างนวัตกรรมและโมเดลธุรกิจซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้อย่างรวดเร็ว
Krungsri Finnovate หน่วยงาน Corporate Venture Capital ภายใต้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ประกาศทิศทางการดำเนินงานปี 2569 ภายใต้แนวคิด "Catalyzing Startup Growth for Thailand's Future" โดยมุ่งขยายบทบาทการลงทุนในเทคโนโลยีแห่งอนาคต พร้อมสนับสนุนการเติบโตของสตาร์ทอัพผ่านความร่วมมือกับหน่วยธุรกิจของกรุงศรีและพันธมิตรในภูมิภาค เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจนวัตกรรมของประเทศไทยในระยะยาว โดยการประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะสำคัญที่ Krungsri Finnovate ครบรอบ 9 ปีของการดำเนินงาน
ปี 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ Krungsri Finnovate ในโอกาสครบรอบ 9 ปีของการดำเนินงานในฐานะ Corporate Venture Capital ของกรุงศรี ที่มุ่งขับเคลื่อนระบบนิเวศสตาร์ทอัพและนวัตกรรมของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Krungsri Finnovate ได้เข้าไปมีบทบาทในการสนับสนุนสตาร์ทอัพทั้งด้านการลงทุน การสร้างโอกาสทางธุรกิจ และการเชื่อมต่อกับองค์กรขนาดใหญ่ ผ่านการทำงานร่วมกับหน่วยธุรกิจของกรุงศรีและพันธมิตรในหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทั้งสตาร์ทอัพและองค์กรในระบบนิเวศ
คุณปาลิดา อธิศพงศ์ Acting Managing Director ของ Krungsri Finnovate กล่าวว่า "Krungsri Finnovate ในฐานะ Corporate Venture Capital ของกรุงศรี มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพ ผ่านทั้งเงินลงทุน เครือข่ายธุรกิจ และโอกาสในการนำเทคโนโลยีไปใช้จริงในองค์กรขนาดใหญ่ เพื่อช่วยให้สตาร์ทอัพสามารถเติบโตได้เร็วขึ้น และขยายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาคได้"
โอกาสครบรอบ 9 ปีในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการสะท้อนถึงความสำเร็จที่ผ่านมา แต่ยังเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Krungsri Finnovate ในการก้าวสู่บทบาทที่สำคัญยิ่งขึ้น ในฐานะ "กลไกขับเคลื่อนการเติบโตของสตาร์ทอัพไทยสู่ระดับภูมิภาค" และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจนวัตกรรมของประเทศในระยะยาว
แนวทางแรกของ Krungsri Finnovate ในปี 2569 คือการเสริมการลงทุนในสตาร์ทอัพที่อยู่ใน Mega Trends ของโลกเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างของธุรกิจและบริการทางการเงิน เริ่มจากปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจ การวิเคราะห์ข้อมูล และการให้บริการแบบอัตโนมัติ ตามมาด้วยซอฟต์แวร์แบบบริการ (Software as a Service: SaaS) ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงระบบซอฟต์แวร์ขั้นสูงได้โดยไม่ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอง และเทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure) ที่ช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงินดิจิทัล
นอกจากนี้ Krungsri Finnovate ยังมีแผนขยายการลงทุนไปยังสตาร์ทอัพในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น เพื่อเสริมโอกาสให้พอร์ตการลงทุนสามารถเข้าถึงตลาดที่ใหญ่ขึ้น และสร้างโอกาสในการเติบโตในระดับภูมิภาค
แนวทางที่สองคือการต่อยอดจุดแข็งสำคัญของ Krungsri Finnovate ที่สามารถเชื่อมต่อสตาร์ทอัพกับหน่วยธุรกิจของกรุงศรี เพื่อเสริมการเติบโตผ่าน Corporate Synergy ที่ช่วยให้เทคโนโลยีสามารถนำไปใช้จริงในภาคธุรกิจ โดยสตาร์ทอัพสามารถเริ่มต้นจากการทดลองใช้เทคโนโลยีผ่านการพิสูจน์แนวคิด (Proof of Concept: POC) กับหน่วยธุรกิจของธนาคาร ก่อนขยายไปสู่การใช้งานจริงในระดับองค์กร
แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยให้สตาร์ทอัพสามารถพัฒนาเทคโนโลยีได้รวดเร็วขึ้น แต่ยังช่วยให้ธุรกิจของกรุงศรีสามารถนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางที่สามคือการเสริมความแข็งแกร่งของผู้ก่อตั้งและระบบนิเวศสตาร์ทอัพ โดย Krungsri Finnovate เดินหน้าผ่านโครงการต่างๆ ทั้งโครงการบ่มเพาะเร่งโต (Accelerator Programs) ค่ายสตาร์ทอัพ (Startup Bootcamp) และโครงการพัฒนาผู้ก่อตั้ง (Founder Development Programs) รวมถึงความร่วมมือกับ Venture Capital และพันธมิตรในอุตสาหกรรม โครงการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้สตาร์ทอัพสามารถพัฒนาธุรกิจได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ไปจนถึงการขยายตลาดในระดับภูมิภาค
แนวทางที่สี่คือการดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล (Good Governance) และความโปร่งใส (Transparency) ในทุกมิติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งสตาร์ทอัพ นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจ โดยในด้านการลงทุน Krungsri Finnovate มีกระบวนการพิจารณาการลงทุน (Investment Process) ที่เป็นระบบและมีมาตรฐาน ครอบคลุมตั้งแต่การคัดเลือกสตาร์ทอัพ การตรวจสอบสถานะกิจการ (Due Diligence) อย่างรอบด้าน ไปจนถึงการพิจารณาโดยคณะกรรมการบริษัทหรือคณะกรรมการลงทุน (Investment Committee) เพื่อให้มั่นใจว่าการลงทุนเป็นไปอย่างเหมาะสม โปร่งใส และสอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กร
นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดแนวทางการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) และการกำกับดูแลการดำเนินงานของพอร์ตการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถติดตามผลลัพธ์และสร้างมูลค่าได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ขณะเดียวกัน Krungsri Finnovate ยังให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในการทำงานร่วมกับสตาร์ทอัพ โดยมีการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือก การพัฒนาโครงการ ไปจนถึงโอกาสในการทำงานร่วมกับหน่วยธุรกิจของธนาคาร เพื่อสร้างความเข้าใจที่ชัดเจน และลดความไม่แน่นอนในกระบวนการทำงานร่วมกัน
แนวทางดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Krungsri Finnovate ในการเป็น Corporate Venture Capital ที่ไม่เพียงสนับสนุนเงินทุน แต่ยังดำเนินงานด้วยความโปร่งใส มีความรับผิดชอบ และยึดมั่นในมาตรฐานระดับสากล
ในฐานะองค์กรแม่ ด้านคุณรถพร เอกบุตร Head of Digital and Innovation Group ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "กรุงศรีให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านแอปพลิเคชัน โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี และแพลตฟอร์มดิจิทัลของธนาคาร เพื่อยกระดับประสบการณ์ทางการเงินของลูกค้า"
"สตาร์ทอัพจึงเป็นพันธมิตรสำคัญที่ช่วยเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ผ่านความร่วมมือกับ Krungsri Finnovate ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมต่อสตาร์ทอัพกับหน่วยธุรกิจของธนาคาร เพื่อให้เกิดการทดลองและนำเทคโนโลยีไปใช้จริงในองค์กร"
อีกหนึ่งก้าวสำคัญของปี 2569 คือการเดินหน้าขยายการลงทุนผ่านกอง Finno Efra Private Equity Trust ซึ่งมุ่งเน้นการลงทุนในสตาร์ทอัพในช่วงการเติบโตตอนต้น (Pre-Series A) เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีและสร้างธุรกิจที่สามารถขยายตัวในระดับภูมิภาคได้
สตาร์ทอัพที่ได้รับการพิจารณาการลงทุนผ่านกองดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่ผ่านการพัฒนาและคัดเลือกจากโครงการ Finno Efra Accelerator และโปรแกรมพัฒนาสตาร์ทอัพของ Krungsri Finnovate ซึ่งช่วยให้ทีมผู้ก่อตั้งได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างโอกาสในการทำงานร่วมกับองค์กรธุรกิจ และเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการลงทุน
ในปี 2569 Krungsri Finnovate มีแผนลงทุนผ่านกองทุนดังกล่าวรวม 5 บริษัท โดยปัจจุบันมี 2 ดีลแรกที่อยู่ระหว่างกระบวนการลงทุน ซึ่งคาดว่าจะมีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมในระยะต่อไป พร้อมเดินหน้าสู่ทศวรรษถัดไปด้วยบทบาทของ "Ecosystem Builder" ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในระดับภูมิภาค
คุณปาลิดา อธิศพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า "Krungsri Finnovate ต้องการเป็นนักลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยสนับสนุนสตาร์ทอัพ เร่งการเติบโต ให้สามารถขยายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาคได้ เราเชื่อว่าการสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ เป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจนวัตกรรมของประเทศไทยในอนาคตได้"
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด