L'Oreal ลงทุนใน 5 บริษัท Startup สาย Beauty

ภาพจาก watson.co.th

L'Oreal แบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์ยักษ์ใหญ่แห่งกรุงปารีส ในประเทศฝรั่งเศสออกมาบอกว่า บริษัทได้เลือกที่จะลงทุนใน Tech Startup ด้านผลิตภัณฑ์ความสวยความงาม ร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่าง Founders Factory ซึ่งเป็น Accelerator และ Incubator

ในปี 2012 L'Oreal ได้ตั้งหน่วย Startup ภายในขึ้นมาในซิลิคอนวัลเลย์ และในเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว บริษัทก็ได้ลงทุนในกองทุนของ Founders Factory ซึ่งเป็น digital incubator และ L'Oreal และ Founders Factory ได้ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ 23 มกราคมที่ผ่านมาว่า พวกเขาได้เลือกลงทุนกับห้าบริษัท ได้แก่ InsitU, Preemadonna, Tailify, Veleza และ Cosmose

ยกตัวอย่าง Cosmose นั้น ใช้ location technology เพื่อ target ลูกค้าออฟไลน์, veleza เป็นแอปแนว community สาย beauty ที่ช่วยให้ลูกค้าค้นหาโปรดักส์ที่ตรงกับความต้องการ, Tailify ช่วยเชื่อมต่อแบรนด์กับ social media influencers เป็นต้น

ภาพจาก businessnewsdaily.com

ในปี 2015 L'Oreal ได้ทำยอดขายผ่านทางการขายออนไลน์ของบริษัทมากกว่า 5% เมื่อ 5 ปีที่เเล้วทีมงานฝ่ายดิจิตอลนับรวมได้ 150 คน ซึ่งปัจจุบันมีรวมกันมากกว่า 1,000 คน พร้อมด้วยอีกหลายร้อยคนที่ถูกว่าจ้างเพิ่มเข้ามาในปี 2016

ในปี 2015 L'Oreal ใช้จ่าย 25.5% ไปกับงบประมาณการโฆษณาบนสื่อชุมชนเเบบดิจิตอลและคาดว่าสัดส่วนของผู้บริโภคจะเติบโตมากขึ้นอีกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคอย่างเช่นตะวันออกกลางที่ใช้อินเทอร์เน็ตสำหรับการหาเคล็ดลับความสวยความงามและการซื้อสินค้า

แปลและเรียบเรียงจาก economictimes.indiatimes.comforbes และ allure

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Reed Hastings ผู้ก่อตั้ง Netflix เตรียมลงจากตำแหน่งกลางปีนี้ ปิดตำนาน 27 ปี ผู้เปลี่ยนโลกการดูหนัง

Reed Hastings ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบอร์ดของ Netflix กำลังจะก้าวลงจากตำแหน่งกรรมการบริษัทที่เขาสร้างขึ้นมาตั้งแต่ต้น หลังจากอยู่กับองค์กรมาอย่างยาวนานกว่า 27 ปี โดยการเปลี่ยนแปลงน...

Responsive image

สวีเดนสั่งยกเลิกหน้าจอในห้องเรียน กลับไปใช้หนังสือและปากกา

สวีเดนประกาศเลิกใช้หน้าจอในเด็กเล็ก กลับไปเน้นอ่านเขียนบนกระดาษเพื่อกู้คะแนน PISA เกิดอะไรขึ้นกับระบบการศึกษาที่เคยดีที่สุดในโลก?...

Responsive image

Opus 4.7 สรุปความเก่งของโมเดลล่าสุดจาก Anthropic คิดเองได้ว่าโค้ดผิดตรงไหน เถียงผู้ใช้ได้ ทำงานลากยาวได้โดยไม่ต้องคอยคุม

ลองนึกภาพว่าถ้าคุณเป็น Developer ที่ต้องเขียนเขียนระบบแปลงข้อความเป็นเสียงพูด (Text-to-Speech) ด้วยภาษา Rust โดยต้องเขียนตั้งแต่ Neural Model, การจัดการประมวลผลระดับฮาร์ดเแวร์, ทำ ...