มาเลเซียสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ในวงการเทคโนโลยีระดับโลก หลังนายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม ออกมาประกาศข่าวดีด้วยตัวเองว่า ได้พูดคุยผ่าน Video Conference กับ มาซาโยชิ ซัน มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง SoftBank Group ยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนจากญี่ปุ่น ซึ่งเคาะแผนเลือกมาเลเซียเป็นหมุดหมายการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์ มูลค่าสูงถึง 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 1.7 ล้านล้านบาท)

นายกฯ อันวาร์ ระบุระหว่างขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ที่เมืองมะละกาว่า เม็ดเงินมหาศาลนี้จะมุ่งเน้นไปที่ 3 หัวใจหลักแห่งอนาคต ได้แก่ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI), นวัตกรรมใหม่ และ Data Center โดย SoftBank ปักหมุดพื้นที่สร้างโครงการไว้ในรัฐซาราวัก รวมถึงบริเวณคาบสมุทรมาเลเซีย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในดีลการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ภูมิภาคนี้เคยมีมา
การรุกคืบครั้งนี้เป็นการตอกย้ำยุทธศาสตร์ระดับโลกของ มาซาโยชิ ซัน ที่กำลังเดินหน้าเดิมพันหมดหน้าตักกับโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลก หลังเพิ่งทุ่มทุนสร้างเมกะโปรเจกต์ Data Center ในสหรัฐฯ ฝรั่งเศส และญี่ปุ่นไปก่อนหน้านี้ การเลือกมาเลเซียจึงสะท้อนชัดเจนว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังก้าวขึ้นมาเป็นสมรภูมิสำคัญของอุตสาหกรรม AI โลก
นายกฯ อันวาร์ เผยว่า ปัจจัยชี้ขาดที่ทำให้ SoftBank มั่นใจเลือกมาเลเซียเหนือคู่แข่งในภูมิภาค คือ ความมีเสถียรภาพทางการเมืองและความเชื่อมั่นต่อนโยบายรัฐบาล"ดีลยักษ์นี้นอกจากจะสร้างตำแหน่งงานรายได้สูงให้คนรุ่นใหม่แล้ว ยังเป็นสปริงบอร์ดสำคัญในการพามาเลเซียสู่เป้าหมายการเป็น AI Nation ภายในปี 2030 พร้อมยกระดับประเทศจากฐานการผลิตเทคโนโลยีขั้นพื้นฐาน ไปสู่ผู้พัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมชิปเซมิคอนดักเตอร์อย่างเต็มตัว
ดีลนี้ยังตอกย้ำภาพความเนื้อหอมของมาเลเซีย ที่ก่อนหน้านี้กวาดเม็ดเงินลงทุน Data Center จากบิ๊กเทคระดับโลกอย่าง Microsoft, Google และ Amazon ไปแล้วเกือบแสนล้านดอลลาร์ และการเข้ามาเสริมทัพของ SoftBank ในครั้งนี้ ยิ่งการันตีสถานะของมาเลเซียในฐานะฮับเทคโนโลยีแห่งใหม่ของอาเซียน
อ้างอิง: bloomberg
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด