Meta คว้าตัว Joshua Gross ผู้ร่วมก่อตั้ง Thinking Machines Lab มาร่วมทีม Superintelligence Labs สำเร็จ

สงครามแย่งชิงคนเก่งในวงการ AI กำลังร้อนแรงขึ้นทุกวัน และหนึ่งในสตาร์ทอัพที่ตกเป็นเป้าหมายมากที่สุดคือ Thinking Machines Lab ของ Mira Murati อดีต CTO ของ OpenAI แม้บริษัทจะระดมทุนได้มหาศาลถึง 2 พันล้านดอลลาร์ แต่ก็ยังต้องเผชิญกับการถูกดึงตัวจากบริษัทเทคยักษ์ใหญ่อย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด Meta ได้ดึงตัว Joshua Gross วิศวกรซอฟต์แวร์อาวุโสที่เป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งของ Thinking Machines Lab ไปร่วมทีม Meta Superintelligence Labs โดย Gross เป็นคนสร้างและส่งมอบผลิตภัณฑ์หลักอย่าง Tinker ตั้งแต่เริ่มต้นจนสำเร็จ ก่อนหน้านี้เขาเคยทำงานทั้งที่ OpenAI และ Meta (ในชื่อ Facebook เดิม) มาแล้ว ปัจจุบันเขาเข้าร่วม Meta เมื่อเดือนที่แล้วในตำแหน่งหัวหน้าทีมวิศวกรรม

Meta กวาดคนไปแล้ว 5 คนจาก Thinking Machines Lab

การดึงตัว Joshua Gross ครั้งนี้ทำให้ Meta คว้าสมาชิกผู้ก่อตั้งจาก Thinking Machines Lab ไปแล้วทั้งหมด 5 คน รวมถึง Andrew Tulloch ที่เป็นถึงระดับผู้ร่วมก่อตั้ง ไม่ใช่แค่ Meta เท่านั้น OpenAI เองก็ดึงตัวคนสำคัญกลับไปเช่นกัน ทั้ง Barret Zoph อดีต CTO ของ Thinking Machines Lab และ Jolene Parish พนักงานระดับสูงด้านความปลอดภัยไซเบอร์

ภาพที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าสตาร์ทอัพ AI แม้จะมีเงินทุนมหาศาล แต่ก็ยังต้องต่อสู้กับแรงดึงดูดของบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ที่มีทั้งทรัพยากร โครงสร้างพื้นฐาน และขนาดของผลกระทบที่สตาร์ทอัพยากจะเทียบได้

Thinking Machines Lab ไม่ได้เสียอย่างเดียว

แม้จะถูกดึงตัวหลายรอบ แต่ Thinking Machines Lab ก็มีการดึงตัวกลับที่น่าจับตาเช่นกัน โดยเฉพาะการได้ Soumith Chintala มาเป็น CTO คนใหม่แทน Zoph ที่จากไป Chintala เป็นผู้สร้าง PyTorch โปรเจกต์ AI แบบโอเพนซอร์สที่นักพัฒนาทั่วโลกใช้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งเขาสร้างขึ้นตอนอยู่ที่ Meta นั่นเอง นอกจากนี้ยังดึงตัว Neal Wu นักเขียนโค้ดที่คว้าเหรียญทองถึง 3 เหรียญจากการแข่งขัน Olympiad ด้านการเขียนโปรแกรมมาร่วมทีมด้วย

ด้านขนาดองค์กร Thinking Machines Lab เติบโตอย่างรวดเร็ว จากจุดเริ่มต้นเมื่อปีที่แล้วมาเป็นทีมกว่า 130 คนในปัจจุบัน เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่า แสดงให้เห็นว่าแม้จะเสียคนไปบ้าง แต่สตาร์ทอัพแห่งนี้ยังคงดึงดูดคนเก่งเข้ามาได้อย่างต่อเนื่อง

สงครามแย่งชิงคนเก่ง AI กลายเป็นเกมที่ทั้งสองฝ่ายต่างได้ต่างเสีย Meta อาจดึงคนออกจาก Thinking Machines Lab ได้ถึง 5 คน แต่ก็ต้องเสีย Chintala ผู้สร้าง PyTorch ให้กับสตาร์ทอัพเช่นกัน สิ่งที่น่าตั้งคำถามคือ เมื่อคนเก่งหมุนเวียนกันไปมาระหว่างบริษัทใหญ่กับสตาร์ทอัพขนาดนี้ สุดท้ายแล้วใครได้ประโยชน์มากกว่ากัน บริษัทใหญ่ที่มีทรัพยากรในการ Scale หรือสตาร์ทอัพที่คล่องตัวและกล้าเดิมพัน

อีกมุมที่น่าสนใจคือ Thinking Machines Lab ระดมทุนได้ 2 พันล้านดอลลาร์ที่มูลค่า 12 พันล้านดอลลาร์ แต่เงินอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะรั้งคนเอาไว้ สิ่งที่ดึงดูดวิศวกรระดับนี้อาจไม่ใช่เงินเดือนหรือหุ้น แต่เป็นโอกาสในการสร้างสิ่งที่มีผลกระทบในวงกว้าง ซึ่ง Meta ที่มีผู้ใช้หลายพันล้านคนย่อมมีข้อได้เปรียบตรงนี้

ทั้ง Meta และ Thinking Machines Lab ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้

ที่มา: Business Insider

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Reed Hastings ผู้ก่อตั้ง Netflix เตรียมลงจากตำแหน่งกลางปีนี้ ปิดตำนาน 27 ปี ผู้เปลี่ยนโลกการดูหนัง

Reed Hastings ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบอร์ดของ Netflix กำลังจะก้าวลงจากตำแหน่งกรรมการบริษัทที่เขาสร้างขึ้นมาตั้งแต่ต้น หลังจากอยู่กับองค์กรมาอย่างยาวนานกว่า 27 ปี โดยการเปลี่ยนแปลงน...

Responsive image

สวีเดนสั่งยกเลิกหน้าจอในห้องเรียน กลับไปใช้หนังสือและปากกา

สวีเดนประกาศเลิกใช้หน้าจอในเด็กเล็ก กลับไปเน้นอ่านเขียนบนกระดาษเพื่อกู้คะแนน PISA เกิดอะไรขึ้นกับระบบการศึกษาที่เคยดีที่สุดในโลก?...

Responsive image

Opus 4.7 สรุปความเก่งของโมเดลล่าสุดจาก Anthropic คิดเองได้ว่าโค้ดผิดตรงไหน เถียงผู้ใช้ได้ ทำงานลากยาวได้โดยไม่ต้องคอยคุม

ลองนึกภาพว่าถ้าคุณเป็น Developer ที่ต้องเขียนเขียนระบบแปลงข้อความเป็นเสียงพูด (Text-to-Speech) ด้วยภาษา Rust โดยต้องเขียนตั้งแต่ Neural Model, การจัดการประมวลผลระดับฮาร์ดเแวร์, ทำ ...