Microsoft เปิดตัว ‘MAI’ 3 AI โมเดลใหม่ Transcribe-1, Voice-1, Image-2 แปลงเสียง-สร้างวิดีโอสุดล้ำ ราคาถูกกว่าคู่แข่ง

Microsoft AI ห้องวิจัยของยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี ประกาศเปิดตัว foundational AI model ใหม่ 3 ตัวที่ครอบคลุมทั้งการแปลงเสียงเป็นข้อความ การสร้างเสียง และการสร้างภาพ สะท้อนให้เห็นว่า Microsoft กำลังเดินหน้าสร้าง multimodal AI stack ของตัวเองอย่างจริงจัง แม้จะยังคงผูกพันกับ OpenAI ในฐานะพาร์ตเนอร์หลักอยู่ก็ตาม

โมเดลทั้ง 3 ตัวพัฒนาโดยทีม MAI Superintelligence ซึ่งนำโดย Mustafa Suleyman ซีอีโอของ Microsoft AI ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 ประกอบด้วย

MAI-Transcribe-1 โมเดลแปลงเสียงพูดเป็นข้อความที่รองรับ 25 ภาษา โดย Microsoft อ้างว่าเร็วกว่า Azure Fast Transcription ถึง 2.5 เท่า เริ่มต้นที่ 0.36 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง

MAI-Voice-1 โมเดลสร้างเสียงที่สามารถ generate เสียงได้ 60 วินาทีภายในเวลาเพียง 1 วินาที พร้อมรองรับการสร้าง custom voice เริ่มต้นที่ 22 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านตัวอักษร

MAI-Image-2 โมเดลสร้างภาพที่เปิดให้ทดลองใช้บน MAI Playground ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา เริ่มต้นที่ 5 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน token สำหรับ text input และ 33 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน token สำหรับ image output

ปัจจุบันโมเดลทั้งหมดเปิดให้บริการบน Microsoft Foundry แล้ว ขณะที่โมเดลแปลงเสียงและสร้างเสียงยังใช้ได้บน MAI Playground ด้วย

จุดขายคือ 'ราคา' ที่ถูกกว่าคู่แข่ง

ในตลาด LLM ที่แข่งขันดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ Microsoft วางตำแหน่งโมเดลชุดนี้ด้วยจุดขายเรื่องราคาที่ถูกกว่าทั้ง Google และ OpenAI ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ เพราะในขณะที่ผู้เล่นรายอื่นเน้นแข่งกันเรื่องประสิทธิภาพ Microsoft เลือกโจมตีที่ต้นทุนการใช้งาน

Suleyman เขียนไว้ในบล็อกโพสต์ว่า 'ที่ Microsoft AI เรากำลังสร้าง Humanist AI เรามีมุมมองที่แตกต่างในการพัฒนาโมเดล AI นั่นคือการเอาคนเป็นศูนย์กลาง optimize ตามวิธีที่คนสื่อสารจริง ๆ และ train เพื่อการใช้งานจริง'

ยังไม่ทิ้ง OpenAI

แม้จะเดินหน้าพัฒนาโมเดลของตัวเอง แต่ Suleyman ยืนยันในบทสัมภาษณ์กับ VentureBeat ว่า Microsoft ยังคงมุ่งมั่นกับ partnership กับ OpenAI ที่ลงทุนไปแล้วกว่า 13,000 ล้านดอลลาร์ เพียงแต่การเจรจาข้อตกลงใหม่เปิดทางให้ Microsoft สามารถทำวิจัยด้าน superintelligence ได้อย่างเต็มที่มากขึ้น

กลยุทธ์นี้คล้ายกับแนวทางที่ Microsoft ใช้กับชิป คือทั้งพัฒนาเองและซื้อจากผู้เล่นรายอื่นไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งสะท้อนว่า Microsoft ไม่ต้องการพึ่งพาใครเพียงรายเดียวในสงคราม AI ที่กำลังร้อนแรง

ที่มา: TechCrunch

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เมื่อ Salesforce เปลี่ยนโลกธุรกิจไทยให้ขับเคลื่อนด้วยกองทัพ AI Agent ที่สื่อสารภาษาไทย และทำงานได้จริง สรุปงาน Agentforce World Tour Bangkok

โจทย์ใหญ่ที่ Salesforce ประเทศไทย นำโดย คุณอภิสิทธิ์ พลัค กรรมการผู้จัดการคนใหม่ ประกาศกลางงานใหญ่ Agentforce World Tour Bangkok ในปี 2026 ว่าถึงเวลาแล้วที่ธุรกิจไทยต้องก้าวข้ามยุค...

Responsive image

MIT ปรับกฎเหล็กหนุน Startup รับกระแส AI อาจารย์-นศ. ลาไปทำธุรกิจได้แบบไร้ความเสี่ยง

เจาะลึกแผนปฏิรูปครั้งใหญ่ของ MIT แก้กฎการลางานและดรอปเรียน เปิดทางอาจารย์และนักศึกษาปั้น Startup รับเทรนด์ AI บูม ล้มแล้วกลับมาเรียนต่อได้ทันที พร้อมทุนหนุนเกือบ 3 ล้านบาท...

Responsive image

SCB 10X ลงทุนใน Gradient Fund V เปิดทางเข้าถึงสตาร์ทอัพ AI ระยะเริ่มต้นทั่วโลก

SCB 10X บริษัทด้านการลงทุนในเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก (Disruptive Technology) ภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ ประกาศลงทุนใน Gradient Fund V กองทุนล่าสุดจาก Gradient บริษัท Venture Capital ระยะเร...