BEHIND THE BOOTCAMP: เจาะลึก 7 Modules จาก Payment Infrastructure สู่การปั้น FinTech Talent

ถ้าวันหนึ่งคุณต้องออกแบบระบบการเงินแห่งอนาคตด้วยตัวเอง คุณคิดว่าต้องมีความรู้อะไรบ้าง? ต้องเข้าใจ Payment Infrastructure ที่อยู่เบื้องหลังทุกธุรกรรม ต้องรู้จัก Data และ AI ต้องเข้าใจ Cybersecurity และ Fraud ต้องรู้จัก Regulation ที่กำกับดูแลอุตสาหกรรม และที่สำคัญที่สุด ต้องรู้ว่าไอเดียหนึ่งจะเปลี่ยนเป็นธุรกิจที่เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร

นี่คือคำถามที่ NITMX Fintech Bootcamp 2026: Unlocking the Future of Fintech ตั้งใจเข้ามาสร้างคำตอบ ด้วยการออกแบบ Fintech Bootcamp หลักสูตรการเรียนรู้ที่ไม่ได้จบอยู่แค่ในห้องเรียน แต่วางเป็นเส้นทาง 7 Modules ที่ค่อย ๆ พาเหล่า Bootcamper ร่วมเดินจาก “เข้าใจระบบ” ไปสู่ “มองเห็นปัญหา” จนถึง “สร้าง Solution” และ “คิดแบบ Founder”

FinTech

โครงการนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากเวที Hackathon ปี 2024–2025 ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม สู่การยกระดับเป็น “โปรแกรมบ่มเพาะเชิงลึก” (Incubation Program) ครั้งแรกในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การประกวดไอเดีย แต่เชื่อมโยงนวัตกรรมการเงินเข้ากับระบบนิเวศสายอาชีพ (Fintech to Career Ecosystem) อย่างครบวงจร ที่มุ่งสู่ Tech Talent Ecosystem เชื่อมโยง Financial Industry, Technology, Academia และคนรุ่นใหม่เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างโอกาสให้ Talent ได้เรียนรู้ เติบโต และก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม FinTech และ Digital Economy

ผ่านความร่วมมือของ National ITMX, ExpresSo NB, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), Mastercard, Jobsdb by SEEK และ Techsauce เสริมทัพด้วย Community Partners อย่างธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) และ Microsoft รวมถึงเครือข่ายมหาวิทยาลัยทั้ง 20 แห่งทั่วประเทศ 

จากปรากฏการณ์การรวมตัวของผู้สมัครสายเทคฯ ทั่วประเทศกว่า 1,291 คน (306 ทีม) ผ่านด่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจนเหลือ 50 ทีมในรอบแรก สู่การเฟ้นหาทีมที่โดดเด่นเพียง ‘15 ทีมสุดท้าย' เพื่อก้าวเข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะ Fintech Talent เชิงลึก โดยมีหัวใจสำคัญของเส้นทางนี้คือการลุยสนาม '7 Modules สุดเข้มข้น' ที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนไอเดียตั้งต้น ให้กลายเป็นสุดยอดนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริงบนโครงสร้างพื้นฐานการเงินระดับประเทศ

Day Zero: Online Prerequisite Class – ปรับฐานความคิด สวมแว่นมองปัญหาให้คม

ก่อนเข้าสู่สนามจริง ทุกทีมเริ่มต้นด้วย Online Prerequisite Class เพื่อปรับพื้นฐานความรู้และวิธีคิดให้พร้อมสำหรับการพัฒนา FinTech Solution ผ่าน 3 บทเรียนสำคัญ

Thailand Payment Ecosystem โดย คุณธนฉัตร วิจารณ์ปรีชา, Assistant Head of Planning & Performance Management, National ITMX พาไปรู้จักโครงสร้างการชำระเงินของไทย ตั้งแต่ผู้จ่าย ธนาคารต้นทาง Payment Infrastructure อย่าง NITMX ธนาคารปลายทาง ไปจนถึงช่องทางรับเงิน พร้อมทำความเข้าใจเบื้องหลังสำคัญของทุก Transaction ที่มีทั้ง Information Flow และ Money & Settlement Flow ทำงานควบคู่กัน

Design Thinking for Problem-Solution Fit โดย คุณสุธัม ธรรมวงศ์, CEO & Co-founder of KO-EXPERIENCE ชวนเปลี่ยนวิธีมองปัญหา ผ่าน 5 Whys เพื่อค้นหา Root Cause และใช้ Evidence Ladder แยก “สิ่งที่คิดว่าใช่” ออกจากหลักฐานที่มาจากผู้ใช้งานจริง ก่อนนำไปสู่การเขียน Problem Statement ที่ชัดและนำไปออกแบบ Solution ได้ตรงจุด

ปิดท้ายด้วย Digital Intelligence Class คอร์สปฏิบัติการ 3 วัน โดย คุณปริพล ทู้ไพเราะห์, Google Cloud Authorized Trainer ที่พาลงมือใช้จริงตั้งแต่ Cloud, BigQuery ไปจนถึงการสร้าง Chatbot ด้วย Gemini API และ RAG เติมทั้งวิธีคิดและเครื่องมือให้พร้อมสำหรับการลงมือสร้าง

จากการเข้าใจระบบ สู่การมองปัญหาอย่างเป็นระบบ และพร้อมใช้ Technology สร้าง Solution ที่ตอบโจทย์จริง

ทำไมต้อง 7 Modules?

เส้นทางถูกออกแบบให้ความรู้แต่ละส่วนต่อยอดจากกัน เริ่มจากการเข้าใจ Payment Infrastructure ซึ่งเป็นรากฐานของระบบการเงิน ก่อนขยับไปทำความเข้าใจ Financial World และ Global Payment จากนั้นจึงเรียนรู้ Regulation และบทบาทของ Regulator ควบคู่กับการเข้าใจ Fraud, Cybersecurity และ Trust

เมื่อเห็นทั้งระบบและความเสี่ยงแล้ว จึงเปลี่ยนมุมมองสู่การเป็น Founder เรียนรู้การมองปัญหา โอกาส และความเป็นไปได้ทางธุรกิจ พร้อมใช้ Data & Customer Insights เพื่อออกแบบสิ่งที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริง และในขั้นสุดท้าย คือ Build & Communicate นำองค์ความรู้ทั้งหมดที่สั่งสมมาตลอด 6 ขั้น มาต่อยอดเป็น Solution พร้อมสื่อสารและ Pitch ไอเดียให้เห็นถึงคุณค่าและศักยภาพของโซลูชัน

เพราะการสร้าง FinTech Talent ที่พร้อมก้าวเข้าสู่โลกการเงินจริง ไม่ได้อาศัยเพียงทักษะด้านเทคโนโลยีหรือการเขียนโค้ด แต่ต้องค่อย ๆ เจียระไนให้มองเห็นทั้ง “ระบบ กติกา ความเสี่ยง ข้อมูล ลูกค้า และโอกาสทางธุรกิจ” ก่อนนำทุกมุมมองมาประกอบกันเป็นโซลูชันที่สร้าง Impact ได้จริง

เส้นทาง 7 Modules สู่การเป็น FinTech Talent

Module 1: Understand the Infrastructure 
PromptPay Architecture: เปิดโลก FinTech Bootcamper พาไปรู้จัก “หลังบ้าน” PromptPay

การทำธุรกรรม PromptPay ที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาที เบื้องหลังคือโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศที่ต้องรองรับผู้ใช้งานกว่า 80 ล้านบัญชี และธุรกรรมจำนวนมหาศาลในแต่ละวัน

โดย คุณนิวัฒน์ กัณวเศรษฐ์, Senior Assistant Managing Director, Platform Ops BU, National ITMX พาเหล่า FinTech Bootcamper เจาะลึกเส้นทางธุรกรรม ตั้งแต่ Validate, Identify, Route และ Process โดยปัจจุบันกว่า 95% ของธุรกรรมสามารถประมวลผลได้ภายใน 1 วินาที

หัวใจของการออกแบบระบบ PromptPay คือ 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ Stability, Scalability และ Security ตั้งแต่การออกแบบระบบให้รองรับการเติบโตแบบ Horizontal Scale การมีระบบสำรองในทุกชั้นเพื่อให้ Recover ได้อย่างรวดเร็ว ไปจนถึงการยกระดับความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล

นอกจากเข้าใจ “หลังบ้าน” ของ PromptPay แล้ว Bootcamper ยังได้มองไปถึง อนาคตของ Payment Infrastructure ที่กำลังมุ่งสู่ Open Ecosystem, Intelligent Payments และ Inclusive Growth เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงินให้กว้างยิ่งขึ้น

จาก Module แรก Bootcamper จึงไม่ได้เรียนรู้เพียงว่า PromptPay ทำงานอย่างไร แต่ได้เห็นภาพว่า “โครงสร้างพื้นฐาน” คือรากฐานสำคัญของการสร้างนวัตกรรม FinTech ที่เกิดขึ้นได้จริง

Module 2: เมื่อบัตรหนึ่งใบเชื่อมคนทั้งโลกเข้าด้วยกัน

จากระบบโครงสร้างพื้นฐานในระดับประเทศ Module 2 ขยับมาสู่ภาพที่กว้างขึ้นว่า เงินหนึ่ง Transaction เดินทางผ่านใครบ้าง และระบบการเงินเชื่อมโยงกันอย่างไร

คุณพิรุฬห์ โรจนกมลสันต์, Vice President and Head of Market Development, Mastercard Thailand พา Bootcamper ทำความเข้าใจ Four-Party Model ตั้งแต่ Cardholder, Issuer, Acquirer ไปจนถึง Merchant พร้อมแกะเส้นทางของ Transaction ตั้งแต่ Purchase → Authorization → Approval → Clearing → Settlement เพื่อให้เห็นภาพว่า “การจ่ายเงินหนึ่งครั้ง” มีผู้เล่นและกระบวนการอยู่เบื้องหลังมากกว่าที่เห็นบนหน้าจอ

บทเรียนยังต่อยอดไปถึงเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนประสบการณ์การชำระเงิน เช่น Tokenization, Passkeys, Digital Wallet, Click to Pay และ Tap on Phone รวมถึงการเปลี่ยนผ่านของ Commerce จาก Physical ไปสู่ Online และก้าวต่อไปสู่ Agentic Commerce

สิ่งสำคัญคือ Bootcamper ได้เปลี่ยนมุมมองจาก “ผู้ใช้งาน Payment” ไปสู่การมองเห็น Payment Ecosystem ในระดับ Global และเข้าใจว่าการสร้างบริการทางการเงินหนึ่งบริการ ต้องคำนึงถึงทั้งผู้บริโภค ธุรกิจ เทคโนโลยี และผู้เล่นในระบบไปพร้อมกัน

Module 3: Regulation Landscapes เข้าใจกติกา เห็นภาพใหญ่ของระบบการเงินและทิศทาง Payment แห่งอนาคต

พา FinTech Bootcamper มองภาพใหญ่ขึ้นว่า ระบบการเงินและการชำระเงินไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีกฎ กติกา และ Regulator เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นคงและความเชื่อมั่นให้กับระบบการเงิน โดย ดร. วิจักขณ์ เศรษฐบุตร รองผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการ สายโครงสร้างพื้นฐานและบริการระบบการชำระเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย 

พาน้อง ๆ เรียนรู้บทบาทของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะธนาคารกลางที่ดูแลเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ การเงิน สถาบันการเงิน และระบบการชำระเงินของประเทศ พร้อมให้น้อง ๆ ได้ทำความเข้าใจภาพรวมของระบบ Wholesale และ Retail Payment ตั้งแต่ BAHTNET ระบบโอนเงินมูลค่าสูงระหว่างธนาคาร ไปจนถึง NITMX และ PromptPay ที่ทำให้การโอนเงินระหว่างธนาคารเป็นเรื่องง่าย และยังต่อยอดสู่การชำระเงินข้ามประเทศ หรือ Cross-Border Payment พร้อมเปิดมุมมองไปไกลกว่าระบบการเงินในปัจจุบัน ทั้ง Blockchain, Cryptocurrency, Stablecoin และ CBDC รวมถึง “โครงการอินทนนท์” ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการศึกษาวิจัยด้าน Retail CBDC ของประเทศไทย

Module 4: เมื่อเงินเคลื่อนที่เร็วขึ้น แล้วเราจะหยุด Fraud ให้ทันได้อย่างไร?

เมื่อระบบการเงินเร็วและสะดวกขึ้น ความเสี่ยงก็พัฒนาตามไปด้วย Module 4 จึงพา Bootcamper เปลี่ยนมุมมองจาก “จะสร้างอะไรให้เร็วขึ้น” มาเป็น “จะสร้างอย่างไรให้ปลอดภัยขึ้น”

คุณเมธา ยุวรรณศิริ ผู้วิเคราะห์อาวุโส ฝ่ายนโยบายคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ถ่ายทอดภาพการเปลี่ยนแปลงของภัย Fraud ที่ไม่ได้เกิดจากมิจฉาชีพเพียงคนเดียวอีกต่อไป แต่มีลักษณะเป็น Organized Crime ที่แบ่งหน้าที่และใช้เทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการหลอกลวง

Bootcamper ได้เรียนรู้รูปแบบ Scam ที่หลากหลาย ตลอดจนมาตรการรับมือของภาคการเงิน เช่น Central Fraud Registry (CFR), Mobile Banking Security (MBS) และ AOC 1441 พร้อมเห็นความสำคัญของการออกแบบระบบเพื่อป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง

บทเรียนนี้จึงไม่ได้สอนเพียง “วิธีป้องกัน Fraud” แต่ชวนให้คิดใหม่ว่า Security และ Trust ควรถูกออกแบบไปพร้อมกับ Product ตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่สิ่งที่ค่อยมาเติมภายหลังเมื่อเกิดปัญหาแล้ว

Module 5: ไอเดียดีอย่างเดียว ยังไม่พอที่จะเป็นธุรกิจได้

ทุกทีมก้าวจากมิติเทคนิคสู่มิติธุรกิจ ผ่าน Founder's Mindset โดย คุณกฤษณพงศ์ จิรยุทธ, Manager – VB Platform, ExpresSo NB กับ 5 แกนสำคัญ ได้แก่ Curiosity, Resourcefulness, Bias to Action, Resilience และ Ownership พร้อมเรียนรู้วิธีมอง Startup เป็น “Stack of Assumptions” ที่ต้องรีบทดสอบสมมติฐานสำคัญ ผ่านกระบวนการ Define Thesis → Prioritize → Experiment → Analyze → Go, Pivot หรือ Stop เพื่อเปลี่ยนข้อจำกัดและอุปสรรคให้เป็นข้อมูลสำหรับพัฒนาธุรกิจ

จากนั้นพาไปรู้จักองค์ประกอบสำคัญของทีม Startup ตั้งแต่ Hacker, Hustler, Hipster และ Handler พร้อมเข้าใจเส้นทางธุรกิจตั้งแต่ Idea → MVP → Scale และมุมมองของนักลงทุนที่พิจารณาทั้ง Team, Problem, Solution, Market, Evidence และ The Ask ซึ่งสะท้อนอยู่ใน Pitch Deck ตั้งแต่ Hook ไปจนถึง The Ask ต่อด้วย Effective Pitching Workshop โดย คุณชื่นชีวัน วงษ์เสรี, Ex-Co-founder of Globish และ Founder of Heal & Seek ที่เน้นการสื่อสารให้เกิดทั้ง FACT และ FEELING ผ่านกรอบ WHY-HOW-WHAT พร้อมลงสนาม Mini Pitching จริง แบบตัวต่อตัว รับคำถามและ Feedback จาก คุณกฤษณพงศ์, คุณชื่นชีวัน และคุณกิตติศักดิ์ ปัญญาจิรกุล, Chief Venture Builder, ExpresSo NB เพื่อฝึกเปลี่ยนไอเดียให้คม ชัด และสื่อสารได้ภายใต้สถานการณ์จริง 

Module 6: รู้ข้อมูล แต่ไม่รู้จักคน ก็ยังออกแบบ Solution ที่ใช่ไม่ได้

คุณศุภวรรณ ลิมปกาญจน์เวช Head of Customer Analytics Section, Mass Retail Division จากธนาคารกรุงศรีฯ ได้ให้ความรู้ในหัวข้อ “Customer Analytics in Action: From Insights to Business Impact with AI & ML” ชี้ให้เห็นว่า “Banking Moments” ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะตอนที่ลูกค้าเปิดแอปธนาคารเท่านั้น แต่เกิดได้ตลอดวันตั้งแต่ตื่นจนเข้านอน เพราะทุก Event ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่จ่ายเงิน จำนวนเงิน ร้านค้า หรือช่องทางที่ใช้ ล้วนสร้าง Context ให้ธนาคารเข้าใจลูกค้าได้ และเมื่อนำหลาย Event มาต่อกันก็จะกลายเป็น “พฤติกรรม” ที่ธนาคารใช้ขับเคลื่อนเป้าหมาย 3 ข้อ คือ Customer Engage and Impress, Process Effective and Efficient และ Employee Empower and Enable

คุณศุภวรรณยังพาทุกทีมไล่เรียง 6 ตัวอย่างการใช้ AI/ML จริงในธนาคาร ตั้งแต่การเพิ่ม Productivity ของทีม Telesales ด้วย Best Value Model และ Best Time to Contact, การจัดลำดับลูกค้าที่กรอกใบสมัครออนไลน์ค้างไว้ด้วย Online Lead Scoring, การพยากรณ์โอกาสเปิดอ่านอีเมลด้วย Predictive Analytics, การสร้างข้อความเฉพาะบุคคลผ่าน Message Library ที่พัฒนาโดย AI, การตามหาลูกค้าที่มี Potential ซ่อนอยู่ (Hidden Gems) จากการเก็บ Signal ทีละน้อย ไปจนถึงการใช้ข้อมูล Geo-Location ผสานเวลาและวันที่เพื่อเข้าใจพฤติกรรมและเสนอ Offer ที่ตรงจุดมากขึ้น พร้อมย้ำหลักการสำคัญว่าการมีข้อมูลไม่ได้แปลว่ามีสิทธิ์ใช้ข้อมูลได้ทันที ทุกการใช้ AI ต้องยึดกรอบจริยธรรมข้อมูล 4 ด้าน คือ Privacy ที่ใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้, Fairness ที่ไม่สร้างการเลือกปฏิบัติ, Explainability ที่ต้องอธิบายการตัดสินใจได้และมี Human-in-the-loop เสมอ และ Security ที่ปกป้องทั้งข้อมูลและโมเดล เพราะปริมาณ Data ที่มากไม่ได้แปลว่าจะสำเร็จ หัวใจสำคัญคือ Value ที่สร้างได้ต่างหาก

กระบวนการเรียนรู้ยกระดับสู่ภาคปฏิบัติโดย ทีม Product Design ของธนาคารกรุงศรีฯ ได้แก่ คุณธนพร พิณพยูร คุณกุศลศิริ จิตรพงษ์ และคุณณัฐฎชา ธัชชัยชวลิต ที่พาทุกทีมใช้ 5-Step Design Thinking ตั้งแต่ Empathize, Define, Ideate, Prototype ไปจนถึง Test ผ่านกรณีศึกษาจำลองของ “ป้าสมศรี” ผู้สูงอายุที่ไม่ถนัดเทคโนโลยีและกังวลทุกครั้งที่มีเบอร์แปลกโทรเข้ามาว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือมิจฉาชีพ ทุกทีมต้องแตกปัญหาของป้าสมศรีออกมาเป็น Customer Journey Map ระบุ Action, Thought, Emotion, Pain Point และ Opportunity ในแต่ละช่วงเวลา ก่อนใช้เทคนิค 5 Whys ขุดหา Root Cause ที่แท้จริง แล้วต่อยอดด้วยคำถาม How Might We เพื่อเปิดพื้นที่ให้คิด Solution ได้หลายทาง ระดมไอเดียให้ได้เร็วที่สุดด้วยเทคนิค Crazy 8s ที่ให้เวลาเพียง 8 นาทีโดยไม่ต้องตัดสินไอเดียใคร ก่อนจะจัดลำดับความสำคัญด้วย Matrix Impact vs Effort แบ่งเป็น Do First, Plan Carefully, Quick Wins และ Reconsider เพื่อให้ทุกทีมรู้ว่าไอเดียไหนควรลงมือทำก่อนเมื่อกลับไปพัฒนา Solution ต่อ ทักษะสำคัญที่แยกความแตกต่างระหว่างโปรดักต์ที่ “สวยงามแค่ภายนอก” กับนวัตกรรมที่ “แก้ปัญหาให้ผู้ใช้ได้จริง”

Module 7: ใช้ AI ให้ฉลาด โดยไม่ทิ้งความรับผิดชอบไว้ข้างหลัง

มาถึง Module สุดท้าย หลังจากเรียนรู้ทั้งเรื่องระบบการเงิน กติกา ความปลอดภัย Business และ Data แล้ว ถึงเวลานำความรู้ทั้งหมดมาต่อยอดด้วย AI และเทคโนโลยี เพื่อสร้าง Solution ที่ตอบโจทย์จริง คุณวสุพล ธารกกาญจน์, Chief Operating Officer, Microsoft Thailand พาเปิดมุมมองว่า AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนทั้งรูปแบบการทำงานและการสร้างธุรกิจ พร้อมทำความเข้าใจการนำ AI ไปใช้ตั้งแต่เครื่องมือสำเร็จรูป การสร้างระบบแบบไม่ต้องเขียนโค้ด ไปจนถึงการพัฒนาระบบด้วยการเขียนโปรแกรม รวมถึงการทำงานร่วมกับ AI Agents

อีกประเด็นสำคัญคือการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ โดยต้องคำนึงถึง ความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว ความโปร่งใส ความเท่าเทียม และยังคงมีมนุษย์เข้ามากำกับในจุดที่จำเป็น เพื่อให้เทคโนโลยีสร้างประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม และต่อด้วย Demo Session ในหัวข้อ Microsoft Tools for Innovation: เปลี่ยน AI ให้เป็นเครื่องมือสร้าง Innovation โดย คุณดนัย เทพธนวัฒน์ Senior Business Transformation Advisor ที่เปิดให้น้อง ๆ ได้เห็นการนำ AI และเครื่องมือของ Microsoft มาประยุกต์ใช้จริงในการทำงาน โดยแสดงให้เห็นว่า AI สามารถเข้ามาช่วยตั้งแต่การ ค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูล สรุปประเด็น สร้างและต่อยอดไอเดีย ไปจนถึงช่วยพัฒนาแนวคิดให้กลายเป็น Solution ได้รวดเร็วขึ้น

ก่อนปิดโมดูลด้วยการพาทัวร์ชมออฟฟิศ Microsoft ประเทศไทย ให้ทุกทีมได้เห็นบรรยากาศการทำงานจริงของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เป็นการส่งท้ายบทเรียนทั้ง 7 Modules ก่อนที่ทุกทีมจะนำทุกองค์ความรู้ไปเตรียมพร้อมสำหรับ Final Day

จากห้องเรียนสู่สนามจริง

เพราะการเรียนรู้ที่ดีที่สุดไม่ใช่การนั่งฟังในห้องเรียน แต่คือการได้เห็นของจริง ทุก Modules ของ NITMX Fintech Bootcamp 2026 จึงพาทีมผู้เข้าแข่งขันไปเรียนรู้ ณ สถานที่จริงของแต่ละพันธมิตร ตั้งแต่ NITMX ที่พา Payment Infrastructure ให้กลายเป็นภาพระบบจริงที่ Data Center, BOT ที่ทำให้ Regulation กลายเป็นความเข้าใจว่ากติกากำหนดอนาคตของ FinTech อย่างไร, Mastercard ที่พา Payment Technology ไปสู่การมองเห็น Global Payment ในสนามจริง, ExpresSo และธนาคารกรุงศรีฯ ที่พา Technology ไปสู่มิติ Business, Customer และ Founder Mindset ไปจนถึง Microsoft ที่พา AI และ Cloud ไปสู่การใช้งานอย่างมีความรับผิดชอบ การได้ “อยู่ในสถานที่จริง” ของแต่ละองค์กรทำให้ทุกทีมไม่ได้แค่ “ฟัง” แต่ได้ “สัมผัส” วัฒนธรรมการทำงานขององค์กรระดับประเทศจริง ๆ ตลอดเส้นทาง

คนเบื้องหลังภารกิจ สู่อนาคต FinTech ของไทย

เบื้องหลังการเดินทางของ 15 ทีม ตลอดเส้นทางของ NITMX Fintech Bootcamp 2026 ไม่ได้มีเพียงผู้เข้าร่วมที่กำลังเรียนรู้และลงมือสร้าง Solution แต่ยังมี คนจากหลากหลายบทบาทใน Ecosystem ที่เข้ามาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ เติมมุมมอง และผลักดันศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในทุกช่วงของการเดินทาง

เพราะการสร้าง FinTech Talent ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากความรู้เพียงด้านเดียว แต่ต้องอาศัยคนที่เข้าใจทั้งระบบ การเงิน ธุรกิจ เทคโนโลยี กฎระเบียบ และนวัตกรรม มาร่วมกันสร้างภาพเดียวกัน

  • National ITMX ถ่ายทอดความเข้าใจด้าน Payment Infrastructure พร้อมเปิดภาพระบบนิเวศของอุตสาหกรรมการชำระเงินที่ขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลังทุกธุรกรรม
  • Mastercard เปิดมุมมองสู่ Global Payment และ Financial Ecosystem ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของโลกการเงินในระดับสากล
  • ธนาคารกรุงศรีฯ เติมประสบการณ์ด้าน Business, Customer และ Data ให้เห็นว่า Technology จะสร้างคุณค่าให้ธุรกิจและผู้ใช้งานได้อย่างไร
  • ExpresSo NB ถ่ายทอดมุมมองด้าน Innovation และ Founder Mindset ชวนเปลี่ยนจากการมีไอเดียไปสู่การสร้างโอกาสทางธุรกิจ
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย เติมความเข้าใจด้าน Regulation และทิศทางของระบบการเงิน 
  • Microsoft เปิดโลก AI และ Technology ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนวิธีการสร้างนวัตกรรม

และอีกหนึ่งกำลังสำคัญที่อยู่ใกล้ชิดกับทุกทีมตลอดเส้นทาง คือ Builder Buddy จาก National ITMX และธนาคารกรุงศรีฯ ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ให้คำแนะนำ ช่วยตั้งคำถาม ช่วยมองหาโอกาสในการพัฒนา และอยู่เคียงข้างทีมในทุกก้าวของการลงมือทำ

ทั้งหมดนี้ทำให้เห็นว่า การสร้าง FinTech Talent คือภารกิจที่ต้องอาศัย “คน” จากทั้ง Ecosystem มาร่วมกันสร้างคนรุ่นใหม่ เพราะองค์ความรู้จากแต่ละภาคส่วน เมื่อถูกนำมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน ไม่ได้เพียงช่วยให้ 15 ทีมสร้าง Solution ได้ดีขึ้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานของ Tech Talent Community และกำลังคนที่จะเข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนอนาคต FinTech ของประเทศไทย ต่อไปในวันข้างหน้า

Next Chapter: จาก FinTech Talent สู่ Tech Talent Ecosystem

ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ทั้ง 15 ทีมได้เรียนรู้ตั้งแต่ Payment Infrastructure, Financial Ecosystem, Regulation, Security, Business, Data และ Technology เพื่อสร้างความเข้าใจโลก FinTech อย่างรอบด้าน และนำองค์ความรู้เหล่านี้ไปพัฒนาเป็น Solution ที่ตอบโจทย์โลกการเงินจริง

ดังนั้น NITMX Fintech Bootcamp 2026 จึงเป็นเพียงหนึ่งหมุดหมายบนเส้นทางการเติบโตของ Tech Talent ที่เปิดโอกาสให้ทั้ง 15 ทีมได้นำความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดโครงการ ไปต่อยอดสู่การพัฒนา Solution ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานและโลกการเงินจริง พร้อมเปิดประตูสู่โอกาสและประสบการณ์ใหม่ ๆ บนเส้นทางสาย Technology และ FinTech ในอนาคต

สิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเส้นทางจึงมีความหมายมากกว่าการแข่งขัน เพราะทุกประสบการณ์คือโอกาสในการสร้าง Connection ระหว่างคนกับคน คนกับองค์กร และคนกับองค์ความรู้ ช่วยให้ Tech Talent เหล่านี้มองเห็นเส้นทางของตัวเอง และพร้อมก้าวต่อไปในโลก Technology และ FinTech

นี่คือภาพที่ NITMX มองไปไกลกว่าการสร้าง Talent จากโครงการหนึ่งโครงการ แต่คือการค่อย ๆ เชื่อมโยงคน ความรู้ เทคโนโลยี องค์กร และโอกาสจากหลากหลายภาคส่วน เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างพื้นที่ที่ Talent สามารถเรียนรู้ เชื่อมต่อ และเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรม

จาก 7 Modules สู่ 1 Community จาก FinTech Talent สู่ Tech Talent Ecosystem

เพราะหนึ่ง Bootcamp อาจสร้างคนได้หนึ่งรุ่น แต่ การสร้าง Ecosystem คือการสร้างพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เติบโต เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม และร่วมกันเป็นพลังขับเคลื่อนอนาคต FinTech ของไทยในระยะยาว

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

OpenAI ตรวจพบปฏิบัติการ ดึง Reasoning เพื่อเทรน AI แบบไม่ลงทุน พยายามอย่างหนักกว่า 16,000 Requests อ้างผู้อยู่เบื้องหลังอาจมีความเกี่ยวข้องกับ Kimi

OpenAI เพิ่งออกมาประกาศว่า พวกเขาตรวจพบ และได้สกัดกั้นปฏิบัติการหมู่ที่พยายามดึง 'Protected Reasoning' หรือการดึงกระบวนการความคิดภายในของโมเดลออกมา โดยปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มตั้งแต...

Responsive image

อินฟินีออนเปิดโรงงานชิป 4.8 หมื่นล้านในไทย เล็งขยาย 5 เฟส ขึ้นแท่นฐานผลิต Backend ใหญ่สุดของบริษัท

อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ (Infineon Technologies) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันเซมิคอนดักเตอร์สำหรับระบบพลังงานจากเยอรมนี ประกาศเปิดโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นปลาย (Backend) แห่งใหม่ในจั...

Responsive image

Trump และ 6 บริษัท AI ลงนามกติกา Super Intelligence ทุกคนต้องช่วยกันคุม AI ระดับสูง หลังเกิดเหตุการณ์คุมไม่อยู่

ประธานาธิบดี Donald Trump และผู้บริหารบริษัท AI ชั้นนำของสหรัฐฯ 6 ราย ลงนามใน White House Accord on Super Intelligence ที่ทำเนียบขาว เมื่อวันอังคารที่ 29 กันยายน 2569 ตามเวลาสหรัฐฯ...