
ท่ามกลางแสงสีและนวัตกรรมล้ำสมัยในงาน CES 2026 ที่ลาสเวกัส ปีนี้เทรนด์ Smart Home ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสั่งเปิดปิดไฟหรือควบคุมอุณหภูมิอีกต่อไป แต่กำลังก้าวล้ำไปสู่ "หัวใจ" ของบ้าน นั่นคือห้องครัว การเปิดตัวของ "Nosh" หุ่นยนต์เชฟ AI จึงกลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่สะท้อนภาพอนาคตของการใช้ชีวิตได้ชัดเจนที่สุด ด้วยคำมั่นสัญญาที่จะเปลี่ยนภาระงานครัวอันยุ่งยาก ให้กลายเป็นความสะดวกสบายที่มาพร้อมรสชาติอาหารปรุงสดใหม่
เรื่องราวของ Nosh ไม่ได้เริ่มต้นจากห้องแล็บที่เย็นชา แต่เกิดจากปัญหาร่วมของคนเมืองยุคใหม่ Yatin Varachhia ผู้ก่อตั้ง Euphotic Labs สตาร์ทอัพจากบังกาลอร์ ประสบปัญหาที่หลายคนคุ้นเคย คือความโหยหารสชาติอาหารทำเอง ท่ามกลางวิถีชีวิตที่เร่งรีบจนไม่มีเวลาจับตะหลิว การต้องพึ่งพาอาหารแช่แข็งหรือ Food Delivery ทุกวันไม่ใช่คำตอบที่ยั่งยืน เขาจึงรวบรวมทีมวิศวกรใช้เวลากว่า 3 ปี พัฒนานวัตกรรมที่ไม่ได้แค่ทำให้อาหารสุก แต่ต้องปรุงได้เหมือนมนุษย์
ความโดดเด่นของ Nosh อยู่ที่การออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้ที่ไร้รอยต่อ แทนที่จะต้องยืนหน้าเตาเป็นชั่วโมง ผู้ใช้งานเพียงแค่เตรียมวัตถุดิบสด เช่น ผัก หรือเนื้อสัตว์ ใส่ลงในถาดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ซึ่งสามารถทำเตรียมไว้ล่วงหน้าและแช่เย็นรอไว้ได้ เมื่อถึงเวลาอาหาร ก็เพียงนำถาดนั้นเสียบเข้าสู่ตัวเครื่อง Nosh ระบบจะทำงานประสานกับแอปพลิเคชันเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และเริ่มกระบวนการปรุงทันที
สิ่งที่ทำให้ Nosh แตกต่างจากหม้อปรุงอาหารอัตโนมัติทั่วไป คือความฉลาดของระบบจัดการวัตถุดิบและ Vision AI ตัวเครื่องถูกออกแบบให้เป็น Ecosystem ที่สมบูรณ์ในตัว โดยมีช่องใส่กล่องเครื่องเทศแยกประเภท เช่น เกลือ พริก หรือขมิ้น พร้อมถังใส่น้ำและน้ำมันแยกต่างหาก เครื่องจะทำหน้าที่ตวงและเติมเครื่องปรุงเหล่านี้ลงในกระทะเองตามลำดับและปริมาณที่สูตรกำหนดอย่างแม่นยำ ผู้ใช้จึงไม่ต้องกังวลเรื่องรสชาติเพี้ยน หรือต้องมาคอยตวงซอสปรุงรสเองทุกครั้ง
ในระหว่างการปรุง ความเป็นอัจฉริยะของ AI จะฉายแสงผ่านกล้องภายในตัวเครื่องที่ทำหน้าที่เป็นดวงตาคอยสอดส่องอาหารในกระทะ ระบบ Vision AI จะไม่ได้ทำงานแค่ตามเวลาที่ตั้งไว้ แต่จะวิเคราะห์สีและลักษณะของอาหารแบบ Real-time เช่น หากสูตรระบุว่าต้องเจียวหอมให้เหลืองทอง กล้องจะจับภาพและสั่งหยุดความร้อนเมื่อสีได้ที่จริง ๆ ทำงานร่วมกับแขนกลใบพัดที่คอยคนอาหารให้ทั่วถึง เลียนแบบทักษะการผัดของเชฟมนุษย์ เพื่อให้มั่นใจว่าอาหารจะไม่ไหม้หรือสุกไม่ทั่ว
นอกจากนี้ Nosh ยังเข้าใจถึงความหลากหลายทางโภชนาการ ด้วยฐานข้อมูลกว่า 500 เมนู ตั้งแต่แกงกะหรี่เข้มข้น พาสต้า ไปจนถึงเมนูผัดต่าง ๆ ผู้ใช้สามารถสั่งการผ่านแอปพลิเคชันเพื่อปรับแต่งรสชาติได้ดั่งใจ ไม่ว่าจะเป็นการลดความเผ็ด จำกัดปริมาณโซเดียม หรือลดการใช้น้ำมัน โดย AI จะคำนวณสัดส่วนเครื่องปรุงใหม่ให้ทันที ใช้เวลาประมาณ 45 นาที คุณก็จะได้อาหารจานเดียวที่ปรุงเสร็จใหม่ ๆ พร้อมรับประทาน
แน่นอนว่าการนำหุ่นยนต์เข้ามาแทนที่เชฟย่อมแลกมาด้วยปัจจัยด้านพื้นที่และราคา ตัวเครื่อง Nosh มีขนาดพอ ๆ กับเตาอบไมโครเวฟขนาดใหญ่ (สูง 16 นิ้ว กว้าง 22 นิ้ว) ซึ่งอาจต้องใช้พื้นที่บนเคาน์เตอร์ครัวพอสมควร สำหรับราคาค่าตัวนั้น Nosh เตรียมเปิดระดมทุนบน Kickstarter ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026 นี้ โดยเปิดโอกาสให้ Early Backers จองในราคา 1,200 ดอลลาร์ (ประมาณ 42,000 บาท) ก่อนที่จะวางจำหน่ายจริงในราคา 2,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 70,000 บาท)
Nosh จึงไม่ใช่เพียงแค่เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหม่ แต่เป็นสัญญาณที่บอกว่า เทคโนโลยี FoodTech กำลังขยับเข้าใกล้การปฏิวัติวิถีชีวิตในบ้านมากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นการซื้อเวลาและสุขภาพคืนกลับมาให้กับคนยุค 2026 ที่ต้องการมากกว่าแค่ความอิ่มท้อง แต่คือคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกมื้ออาหาร
ที่มา: TechCrunch
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด