ลือ Jensen Huang ซุ่มเงียบรับตำแหน่งบอร์ดมหาลัยดังจีน ตามรอย Tim Cook - Elon Musk ที่นั่งรออยู่

ล่าสุดมีข่าววงในหลุดออกมาว่า Jensen Huang เพิ่งตอบรับคำเชิญเข้าร่วมเป็นกรรมการที่ปรึกษาของคณะเศรษฐศาสตร์และการจัดการ (SEM) ให้กับมหาวิทยาลัยซิงหัว ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยตัวท็อปด้านเทคโนโลยีของจีน (และเป็นสถาบันเก่าของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ด้วย)

การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากบอร์ดบริหารดังกล่าวมี Tim Cook จาก Apple นั่งแท่นเป็นประธาน ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามของผู้นำ Nvidia ในการเดินหน้าสานสัมพันธ์กับทั้งภาควิชาการและภาคธุรกิจของจีน แม้ว่าบริษัทจะเผชิญมรสุมทางการเมืองและข้อจำกัดด้านการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงจากรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ตาม

ส่องรายชื่อบอร์ดบริหารระดับโลก

แหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า Jensen Huang ซึ่งเพิ่งร่วมเดินทางไปกับประธานาธิบดี Donald Trump ในการเยือนประเทศจีนเมื่อไม่นานมานี้ ได้ตอบรับคำเชิญจากมหาวิทยาลัยซิงหัวแล้ว แม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ

สำหรับมหาวิทยาลัยซิงหัว ถือเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ของจีน และยังเป็นสถาบันเก่าของประธานาธิบดี Xi Jinping โดยคณะกรรมการที่ปรึกษาชุดนี้มีสมาชิกทั้งหมด 65 คน และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเวทีที่รวมตัวนักธุรกิจระดับท็อปของโลกเอาไว้มากที่สุด เช่น

  • ฝั่งบิ๊กเทคสหรัฐฯ: Elon Musk, Mark Zuckerberg (Meta), Satya Nadella (Microsoft) และ Michael Dell (Dell)
  • ฝั่งสถาบันการเงินโลก: Jamie Dimon (JPMorgan), Larry Fink (BlackRock) และ Jane Fraser (Citigroup)
  • ฝั่งธุรกิจและเทคโนโลยีจีน: Jack Ma (Alibaba), Pony Ma (Tencent) และ Robin Li (Baidu)

บอร์ดบริหารชุดนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 2000 โดยอดีตนายกรัฐมนตรี Zhu Rongji ของจีน โดยสมาชิกจะมีการประชุมร่วมกันเป็นประจำทุกปีที่กรุงปักกิ่ง ทำให้นี่กลายเป็นช่องทางการสื่อสารหลังบ้านชั้นดีระหว่างผู้กำหนดนโยบายระดับสูงของรัฐบาลจีนและผู้นำธุรกิจโลก ในยุคที่สหรัฐฯ และจีนกำลังพยายามตัดขาดห่วงโซ่อุปทานออกจากกัน

ยอมถอยในตลาดจีน แต่ไม่ยอมตัดขาด

ปัจจุบันสถานการณ์ของ Nvidia ในประเทศจีนค่อนข้างลำบาก เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ สั่งห้ามส่งออกชิปประมวลผลขั้นสูงไปจีน ขณะเดียวกัน รัฐบาลปักกิ่งเองก็สั่งจำกัดการนำเข้าชิปบางส่วนเพื่อปกป้องและดันอุตสาหกรรมชิปภายในประเทศตัวเอง

Jensen Huang ยอมรับกับนักลงทุนเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า มาตรการควบคุมของสหรัฐฯ ทำให้ Nvidia ต้องยอมสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดส่วนใหญ่ในจีนให้แก่คู่แข่งท้องถิ่นอย่าง Huawei ไปโดยปริยาย อย่างไรก็ตาม เขายังคงย้ำว่าตลาดจีนเป็นตลาดที่ทิ้งไม่ได้

เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้กลับมาบริการตลาดแห่งนี้ เรามีทั้งลูกค้าและพันธมิตรมากมายที่นั่น และเราทำธุรกิจในจีนมานานกว่า 30 ปีแล้ว

- Jensen Huang กล่าวให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNBC

ในอดีต ตลาดจีนเคยสร้างรายได้ให้ Nvidia สูงถึง 1 ใน 5 ของรายได้ทั่วโลก การตัดสินใจเข้าร่วมบอร์ดบริหารในครั้งนี้จึงถูกนักวิเคราะห์มองว่าเป็นยุทธศาสตร์ระยะยาว เพื่อรักษาคอนเนกชันกับรัฐบาลปักกิ่งเอาไว้ และรอโอกาสกลับมาขยายธุรกิจอีกครั้งเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย

ล่าสุด ทาง Nvidia และมหาวิทยาลัยซิงหัว ยังปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อรายงานข่าวนี้

อ้างอิง: ft

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

จีนคุมเข้มวิศวกร AI ขั้นใหม่ ต้องขออนุญาตรัฐก่อนบิน Alibaba-DeepSeek ติดอยู่ในลิสต์แล้ว

จีนยกระดับมาตรการคุมบุคลากร AI ระดับท็อปในบริษัทเอกชนอย่าง Alibaba และ DeepSeek กำหนดต้องขออนุญาตรัฐก่อนเดินทางต่างประเทศ สะท้อนการมองวิศวกร AI เป็นทรัพย์สินเชิงยุทธศาสตร์ ตามมาหลั...

Responsive image

YouTube เริ่มติดป้าย ‘AI’ อัตโนมัติ ไม่ต้องรอครีเอเตอร์บอกเอง

YouTube ประกาศใช้ระบบ AI ตรวจจับวิดีโอที่สร้างด้วย AI สมจริงโดยอัตโนมัติ พร้อมย้ายป้ายมาใต้เครื่องเล่นวิดีโอและขึ้น overlay บน Shorts วิดีโอที่ใช้ Veo, Dream Screen, Gemini Omni หร...

Responsive image

ระเบียบโลกใหม่ เมื่อโลกเลิกเชื่อมกัน เปลี่ยนเป็นเอาตัวรอด แล้วไทยอยู่ตรงไหนของโลกนี้ สรุปจากงาน Liberator Investment Forum 2026

โลกที่เราเคยรู้จักตั้งอยู่บนความเชื่อชุดหนึ่งว่า ยิ่งทุกประเทศค้าขายและลงทุนข้ามชาติกันมากเท่าไหร่ สงครามก็ยิ่งเกิดยากขึ้นเท่านั้น เพราะไม่มีใครอยากทำลายคู่ค้าของตัวเอง นั่นคือยุค ...