ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา AI ไม่ได้แค่ช่วยงาน แต่กำลังเข้ามาแทนที่หลายบทบาท ตั้งแต่งานเขียนโค้ด งานการเงิน ไปจนถึงงานกฎหมาย ส่งผลให้การสร้างโปรดักต์ที่เคยยากและใช้ทีมใหญ่ วันนี้สามารถทำได้ด้วยทีมเล็ก หรือแม้แต่คนเดียว ทำให้ “การสร้าง” ไม่ใช่ข้อได้เปรียบอีกต่อไป
เมื่อทุกคนสร้างได้ใกล้เคียงกัน เกมจึงเปลี่ยน ผู้ชนะไม่ใช่คนที่สร้างได้ แต่คือคนที่ทำให้โปรดักต์ “ถูกค้นพบ ถูกพูดถึง และถูกเลือก” ได้มากกว่า และนี่คือเหตุผลที่การตลาดกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดของการเติบโต

ท่ามกลางบริบทนี้ Okara เปิดตัว “AI CMO” เครื่องมือที่ถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่เหมือนหัวหน้าทีมการตลาด ในรูปแบบ AI โดยมี AI agents หลายตัวช่วยกันทำงาน ครอบคลุมตั้งแต่การทำ SEO การสร้างคอนเทนต์ ไปจนถึงการขับเคลื่อนการเติบโตของโปรดักต์
การทำงานของแพลตฟอร์มค่อนข้างตรงไปตรงมา เมื่อผู้ใช้งานเชื่อมต่อเว็บไซต์เข้าไป ระบบจะเริ่มทำงานทันที โดย ส่ง AI แต่ละตัวไปดูแลหน้าที่เฉพาะของตัวเอง เช่น บางตัวดู SEO บางตัวดูคอนเทนต์ ทำให้สามารถเริ่มต้นการทำการตลาดแบบอัตโนมัติได้ภายในไม่กี่นาทีหลังเริ่มใช้งาน
หนึ่งในฟีเจอร์หลักคือ AI Agent ด้าน SEO ที่จะตรวจสอบเว็บไซต์แบบรายวัน พร้อมให้คำแนะนำที่สามารถนำไปใช้ได้จริง แตกต่างจากเครื่องมือทั่วไปที่ให้เพียงข้อมูลเชิงวิเคราะห์
ขณะเดียวกัน Okara ยังขยายไปสู่แนวคิดใหม่ที่เรียกว่า “Generative Engine Optimisation (GEO)” ซึ่งเป็นการวัดว่า แบรนด์ของเราปรากฏในคำตอบของ AI อย่าง ChatGPT, Claude หรือ Perplexity อย่างไร ทั้งในแง่การมองเห็น อันดับ และ Sentiment ซึ่งสะท้อนพฤติกรรมผู้ใช้ที่เริ่มพึ่งพา AI ในการค้นหาข้อมูลมากขึ้น
AI CMO ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ Search engine แต่ยังครอบคลุมการสร้างการเติบโตผ่าน Community โดยมี AI agents ที่ติดตามบทสนทนาในแพลตฟอร์มอย่าง Reddit และ Hacker News และสามารถสร้างการมีส่วนร่วมที่สอดคล้องกับบริบทเพื่อดึงความสนใจกลับมาที่โปรดักต์
นอกจากนี้ ระบบยังรองรับการสร้างคอนเทนต์และจัดการโซเชียลมีเดีย เช่น X และมีแผนขยายไปยัง YouTube, LinkedIn รวมถึงการทำการตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์และ Link-building ในอนาคต
Okara ตั้งราคา AI CMO ไว้ที่ 99 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือไม่ถึง 1,000 ดอลลาร์ต่อปี ซึ่งถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับการจ้างทีมการตลาดแบบเดิม ที่มักต้องมีหลายตำแหน่ง เช่น คนทำ SEO คนเขียนคอนเทนต์ คนดูโซเชียล และ Community manager ซึ่งรวมกันแล้วอาจมีค่าใช้จ่ายหลักหมื่นดอลลาร์ต่อปี
พูดง่ายๆ คือ สิ่งที่เคยต้องใช้ทั้งทีมวันนี้สามารถทำได้ผ่านเครื่องมือเดียว ในราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น ทำให้สตาร์ทอัพหรือทีมขนาดเล็กสามารถเริ่มทำการตลาด สร้างคอนเทนต์ และทดลองการเติบโตได้ตั้งแต่วันแรก แม้จะไม่มีงบหรือทรัพยากรมากเหมือนบริษัทใหญ่
การเปิดตัว AI CMO สะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกสตาร์ทอัพ เมื่อ AI ทำให้การสร้างโปรดักต์กลายเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ทำได้ การแข่งขันจึงย้ายจาก “การสร้าง” ไปสู่ “การเข้าถึงผู้ใช้” หรือ Distribution อย่างเต็มตัว
ในโลกแบบนี้ ผู้ชนะอาจไม่ใช่ทีมที่มีเทคโนโลยีดีที่สุด แต่คือทีมที่ทำให้โปรดักต์ถูกค้นพบและเข้าถึงผู้ใช้ได้มากที่สุด และเครื่องมืออย่าง AI CMO กำลังชี้ให้เห็นว่า ต่อจากนี้ทีมเล็กก็สามารถมีระบบการตลาดที่ทรงพลังไม่แพ้องค์กรใหญ่ได้ โดยไม่ต้องมีทีมขนาดใหญ่เหมือนในอดีต
ปัจจุบัน AI CMO เปิดให้ใช้งานแล้ว โดย Okara ระบุว่าผู้ใช้สามารถเริ่มต้นระบบการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้ภายในไม่กี่นาทีหลังเริ่มใช้งาน
อ้างอิง: Okara, Storyboard18
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด