AWS-OpenAI จับมือดีลใหญ่ 38,000 ล้านดอลลาร์ ใช้คลาวด์ หลังติดอยู่กับ Microsoft มานาน

OpenAI ประกาศข้อตกลงมูลค่ามหาศาล 38,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กับ Amazon Web Services (AWS) เพื่อใช้โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ของ Nvidia ถือเป็นดีลใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของ OpenAI และเป็นก้าวสำคัญในการลดการพึ่งพา Microsoft ซึ่งเคยเป็นผู้ให้บริการคลาวด์หลักเพียงรายเดียว

ดีลนี้มีอะไรบ้าง ?

  • มูลค่ารวม 38,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับการใช้โครงสร้างพื้นฐานของ AWS
  • เริ่มใช้งานทันทีบนระบบของ AWS ในสหรัฐฯ พร้อม GPU ของ Nvidia หลายแสนตัว
  • ใช้สำหรับทั้งการเทรนโมเดล และรัน AI แบบเรียลไทม์ เช่น ChatGPT
  • AWS จะขยายศูนย์ข้อมูลเพิ่มเพื่อรองรับความต้องการของ OpenAI ไปถึงปี 2026 และต่อเนื่องในอนาคต

Dave Brown รองประธานฝ่าย Machine Learning ของ AWS กล่าวชัดว่า “นี่คือกำลังประมวลผลที่เราสร้างขึ้นโดยเฉพาะสำหรับ OpenAI และบางส่วนพร้อมให้ใช้งานแล้วทันที”

จุดเปลี่ยนใหญ่ของ OpenAI

ก่อนหน้านี้ OpenAI ใช้คลาวด์ของ Microsoft Azure เป็นหลัก หลัง Microsoft ลงทุนในบริษัทกว่า 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2019 

แต่เมื่อต้นปีนี้ ทั้งสองฝ่ายได้เปลี่ยนข้อตกลงให้ Microsoft หมดสิทธิ์ผูกขาด ทำให้ OpenAI สามารถร่วมมือกับผู้ให้บริการรายอื่นได้

ดีลกับ AWS ถือเป็นสัญญาใหญ่ครั้งแรกภายใต้ข้อตกลงใหม่นี้ ซึ่งเปิดโอกาสให้ OpenAI เข้าถึง GPU ของ Nvidia จำนวนมหาศาลในสหรัฐฯ เพื่อรองรับทั้งการฝึกสอนโมเดล (training) และให้บริการตอบคำถามแบบเรียลไทม์ (inference) เช่น ChatGPT

Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI กล่าวว่า

“การสร้าง AI ระดับแนวหน้าต้องการพลังประมวลผลขนาดใหญ่และเชื่อถือได้ ความร่วมมือกับ AWS จะช่วยขยายขอบเขตของระบบนิเวศ AI และนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาสู่ทุกคน”

AWS ได้อะไรจากดีลนี้ ?

สำหรับ Amazon ดีลนี้ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญ เพราะนอกจากมีมูลค่ามหาศาลแล้ว ยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของ AWS ในฐานะผู้นำตลาดคลาวด์ โดยเฉพาะเมื่อบริษัทเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ของ Anthropic คู่แข่งโดยตรงของ OpenAI

Matt Garman ซีอีโอของ AWS กล่าวในแถลงการณ์ว่า

“กำลังประมวลผลที่พร้อมใช้งานและปรับแต่งได้ของ AWS ทำให้เราสามารถรองรับภาระงานขนาดใหญ่ของ OpenAI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

หลังจากประกาศดีล หุ้นของ Amazon พุ่งขึ้นกว่า 4% ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเพิ่มขึ้นกว่า 14% ภายในสองวัน ซึ่งถือเป็นการปรับตัวดีที่สุดตั้งแต่ปี 2022

โครงสร้างเทคโนโลยีและแผนระยะยาว

ในช่วงแรกของดีลนี้ OpenAI จะเริ่มใช้ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ของ AWS ที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้ระบบ AI อย่าง ChatGPT ทำงานได้เร็วขึ้นและรองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก

หลังจากนั้น Amazon จะลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ให้ OpenAI โดยเฉพาะ เช่น ศูนย์ข้อมูลเพิ่มเติม หรือระบบคอมพิวเตอร์ความเร็วสูง เพื่อรองรับการเติบโตของ OpenAI ในอีกหลายปีข้างหน้า

ดีลนี้จะทำให้ OpenAI สามารถใช้กำลังประมวลผลจาก AWS ได้ต่อเนื่อง ไปจนถึงปี 2026 และต่อยอดต่อไปในอนาคต

อีกจุดสำคัญคือ OpenAI จะใช้ ชิป Nvidia รุ่น Blackwell ซึ่งเป็นชิปที่ออกแบบมาเพื่อประมวลผล AI โดยเฉพาะ (เร็วกว่าและประหยัดพลังงานกว่ารุ่นเก่า) และในอนาคต OpenAI อาจลองใช้ Trainium ชิปที่ Amazon พัฒนาเอง เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มทางเลือกในการประมวลผล (ตอนนี้ชิปนี้ถูกใช้โดย Anthropic)

การกระจายพันธมิตรด้านคลาวด์ในครั้งนี้ยังถูกมองว่าเป็นการปูทางสู่การเข้าตลาดหุ้น ของ OpenAI โดย Sam Altman เคยกล่าวในไลฟ์สตรีมว่า “การ IPO เป็นเส้นทางที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดสำหรับอนาคตของเรา”

ขณะที่ Sarah Friar ซีเอฟโอของ OpenAI ระบุว่าการปรับโครงสร้างองค์กรล่าสุดเป็นก้าวสำคัญก่อนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์

อ้างอิง: cnbc

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ทำไมฮ่องกงถึงกลายเป็นเบอร์ 3 แห่งโลกการเงิน เมื่อตลาดทุน + การเชื่อมจีนกับโลก + กฎ+ AI for Finance รวมตัวกันเป็นความได้เปรียบที่เมืองอื่นลอกได้ยาก

Techsauce มีโอกาสเดินทางไปร่วมงาน Asian Financial Forum 2026 ที่ฮ่องกง เพื่อหาคำตอบกับคำถามที่น่าสนใจมากข้อหนึ่งว่า ในโลกที่ศูนย์กลางการเงินแข่งขันกันดุเดือดขึ้นทุกปี ทำไมฮ่องกงยัง...

Responsive image

รู้จัก ‘Nemotron 3 Super’ Open Source ล่าสุดจาก NVIDIA โมเดล AI สำหรับระบบ Agentic Reasoning ประมวลผลเร็วกว่ารุ่นเดิม 5 เท่า

ทำความรู้จัก ‘Nemotron 3 Super’ โมเดล AI โอเพนซอร์สใหม่ล่าสุดที่ใช้สถาปัตยกรรมลูกผสม ประมวลผลเร็วขึ้น 5 เท่า ความจำระดับ 1 ล้านหน่วยคำ ตอบโจทย์การสร้างปัญญาประดิษฐ์อัตโนมัติ...

Responsive image

Microsoft เปิดตัว ‘Copilot Health’ AI สรุปข้อมูลสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลจากผลตรวจสุขภาพ และ Smartwatch ปลอดภัยสูง ข้อมูลไม่ถูกนำไปเทรน AI

Microsoft เปิดตัว Copilot Health ผู้ช่วย AI อัจฉริยะที่รวบรวมข้อมูลจาก Wearable และประวัติการรักษา เพื่อวิเคราะห์และสรุปผลสุขภาพอย่างปลอดภัย ช่วยเตรียมความพร้อมก่อนพบแพทย์ พร้อมมาต...