สรุป OpenAI DevDay 2026 เปิดตัวของใหม่รวดเดียว 20 อย่าง กับภาพใหม่ของ OpenAI จาก AI ผู้ช่วย สู่ Agent ที่รับผิดชอบงาน

OpenAI เปิดของใหม่กว่า 20 อย่างใน DevDay 2026 ตั้งแต่ Agent ที่รับงานไปทำต่อเอง โมเดลที่เร็วและถูกลง เครื่องมือใหม่สำหรับนักพัฒนา ไปจนถึง Marketplace สำหรับตลาดองค์กร

ของใหม่ที่เปิดตัวแบ่งออกได้เป็น 4 เรื่อง คือ 

  1. AI เริ่มรับผิดชอบงานแทนคนมากขึ้น
  2. คนกับ Agent เริ่มทำงานในพื้นที่เดียวกัน
  3. OpenAI เร่งทั้งความเร็วและต้นทุนของโมเดล 
  4. บริษัทกำลังสร้างช่องทางพาผลิตภัณฑ์ของนักพัฒนาไปถึงผู้ใช้

1. dots จากสั่ง AI ทีละ Prompt เป็นมอบงานให้รับผิดชอบ

ของที่ OpenAI ให้พื้นที่มากที่สุดคือ dots

dots คือ Agent ที่ไม่ต้องรอให้เราคอยสั่งทีละ Prompt แต่รับงานไปทำต่อเองได้ แม้เราไม่ได้เปิด ChatGPT อยู่ มีคอมพิวเตอร์บนคลาวด์ เบราว์เซอร์ พื้นที่ทำงาน และเชื่อมกับแอปกว่า 4,000 แอป

Sam Altman ยกตัวอย่างตั้งแต่ให้เฝ้าดู Bug แล้วเปิด Pull Request แก้กลับมา ไปจนถึงย้ายระบบออกจาก API เก่าที่กำลังจะปิด โดย dot สามารถไล่ดูจุดที่เกี่ยวข้อง แก้โค้ด รัน Test และส่งงานกลับมาให้ทีมตรวจ

OpenAI ยังให้ผู้ใช้กำหนดได้ว่า Action ไหนให้ทำเอง Action ไหนต้องขออนุมัติ และอะไรที่ห้ามทำ

ภาพที่น่าสนใจจึงไม่ใช่แค่ AI ที่ตอบเก่งขึ้น แต่คือ AI ที่เริ่ม ถือความรับผิดชอบบางอย่างแทนเรา

ตอนนี้ dots เปิดให้ Pro และ Business Premium ในบางตลาด ส่วน Enterprise, Edu และ Healthcare ทดลองแบบ Beta ได้เมื่อผู้ดูแล Workspace เปิดให้

สำหรับองค์กร ยังมี Specialist dots หรือ Agent เฉพาะทาง เช่น บัญชี การตลาด และกฎหมาย ที่มี Identity และสิทธิ์ของตัวเอง

OpenAI กำลังเชื่อมระบบนี้กับ Microsoft Agent 365 เพื่อให้ทีม IT จัดการสิทธิ์และ Governance ผ่านเครื่องมือเดิมได้ แต่ตอนนี้ยังอยู่ในโครงการนำร่อง

2. Space คนกับ Agent เริ่มทำงานในพื้นที่เดียวกัน

ของใหญ่อีกอย่างคือ ChatGPT Space

แนวคิดคือแทนที่จะให้ AI อยู่ในหน้าต่าง Chat แยกออกมา คนในทีม ChatGPT และ dots สามารถทำงานกับเอกสารและไฟล์ชุดเดียวกันได้

หัวใจคือ Pages เอกสารที่ทั้งคนและ Agent แก้ร่วมกันได้ เช่น แท็ก dot ใน Comment ให้เปลี่ยนข้อมูลเป็นกราฟ ไปหยิบ Context จาก Slack มาเติมในเอกสาร หรืออัปเดตข้อมูลตามเวลา

นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่เรียกว่า Slides ซึ่ง OpenAI ระบุว่าจะสร้างจากบทสนทนาหรือ Template เดิม แล้วส่งออกเป็น PowerPoint หรือ Google Slides ได้

พร้อมกันนั้น OpenAI ยังเปิด Team tasks สำหรับงานประจำ, ChatGPT ใน Slack และ Teams และ Meetings Plugin สำหรับจดประชุมและส่ง Action Item เข้า Space

OpenAI พยายามย้าย ChatGPT เข้าไปอยู่ใน Workflow ที่ทีมใช้อยู่แล้ว มากกว่าบังคับให้ทุกคนต้องเปิด ChatGPT เป็นอีกแท็บหนึ่ง

3. GPT-6.1 Sol, Ultrafast และเครื่องมือใหม่ของ Codex

ฝั่งโมเดล OpenAI เปิด GPT-6.1 Sol ซึ่งบริษัทระบุว่าความสามารถใกล้ Astra แต่ราคา Token อยู่ที่ประมาณหนึ่งในห้า

จุดที่ OpenAI เน้นคือ Agent, Coding, Computer Use และงานระดับ Professional รวมถึง Cached Input ที่ถูกลง 95% จาก Input ปกติ ซึ่งช่วยลดต้นทุนของ Agent ที่ต้องส่ง Context เดิมซ้ำหลายรอบ

GPT-6.1 Sol เปิดให้ผู้ใช้ API ทุกราย และแพลน Plus ขึ้นไป

อีกชิ้นคือ Ultrafast สำหรับคนที่ยอมจ่ายเพิ่มเพื่อแลกกับความเร็ว

OpenAI ระบุว่าเร็วขึ้นสูงสุด 8 เท่าใน Codex และสูงสุด 6 เท่าใน API โดย API มีราคา 6 เท่าของระดับมาตรฐาน

พร้อมกันนั้นมีแพลนใหม่ Pro 500 ที่ให้โควตา 25 เท่าของ Plus และสิทธิ์ใช้ Ultrafast ขณะที่ Sam ประกาศนำ Pro 200 กลับมาบนเวทีด้วย

ฝั่ง Developer Tools มี Codex Harness ที่เปิดเป็น Open Source และ Codex บน Cloud ซึ่งปล่อยงานให้ทำต่อได้แม้ปิด Laptop

Codex ยังเพิ่ม Security Cloud สำหรับสแกน Repository, CLI ที่สั่งงานด้วยเสียงและดูหลาย Agent พร้อมกัน รวมถึง Code Review ในแอป Desktop

ส่วน Agents API เข้าสู่ Public Beta และเพิ่ม Computer Use ให้ Agent เปิด Browser คลิก และทดสอบ Flow ของเว็บไซต์ได้เอง

สำหรับองค์กร OpenAI ยังเปิด Private Intelligence เพื่อรองรับ Zero Data Retention และเตรียม Private Inference สำหรับงานที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง

4. OpenAI เริ่มจริงจังกับ Distribution

หลังนักพัฒนาสร้างของเสร็จแล้ว OpenAI จะช่วยพาไปถึงผู้ใช้อย่างไร ? นี่เป็นคำถามที่ OpenAI พยายามแก้ด้วยฟีเจอร์ที่เรียกว่า Sign in with ChatGPT

Sign in with ChatGPT ให้ผู้ใช้ Login เข้าแอปภายนอกด้วยบัญชี ChatGPT และในบางแอปสามารถใช้โควตาจากแพลนของตัวเองได้

ส่วน Plugin extensions เปิดให้นักพัฒนาสร้าง Interface ที่ซับซ้อนขึ้นใน ChatGPT ไม่ว่าจะเป็น Editor, Dashboard หรือ Workspace โดยมี Figma และ Adobe เป็นตัวอย่าง

ChatGPT ยังสามารถแนะนำ Plugin ที่เกี่ยวข้องขึ้นมาระหว่างบทสนทนาได้ และ Sites รองรับการเพิ่ม Plugin แล้วสำหรับแพลนองค์กรบางกลุ่ม

จาก Industrial Revolution ไปสู่ Renaissance

ช่วงท้าย Sam บอกว่า เขาไม่ค่อยชอบการเปรียบ AI กับ “การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่”

ภาพที่เขาอยากเห็นใกล้กับ “Renaissance ครั้งใหม่” มากกว่า คือให้ AI ช่วยคนสร้าง เรียนรู้ และค้นพบสิ่งใหม่ โดยยังมีบางส่วนของชีวิตที่ไม่ควรถูกทำให้เป็น Automation ทั้งหมด

ถ้ามองย้อนกลับไป ของใหม่ทั้งงานก็ค่อนข้างสอดคล้องกับกรอบนี้

OpenAI ไม่ได้พยายามแค่ทำโมเดลให้ฉลาดขึ้น แต่กำลังสร้างระบบตั้งแต่ Agent ที่รับงานแทนเรา พื้นที่ที่คนกับ Agent ทำงานร่วมกัน เครื่องมือสำหรับ Developer ไปจนถึงช่องทางพาของที่สร้างเสร็จแล้วไปถึงผู้ใช้

อ้างอิง : OpenAI DevDay 2026

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ทำไมไทยต้อง 'พัฒนาเมือง' และดันเมืองรอง เพื่อก้าวสู่ประเทศรายได้สูง

การที่ไทยจะไปถึงเป้าหมายประเทศรายได้สูงภายในปี 2037 อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับกรุงเทพฯ เพียงเมืองเดียว แต่ต้องทำให้เมืองต่าง ๆ ช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น...

Responsive image

บีโอไอย้ำมาตรการช่วยผู้ประกอบการน้ำท่วม ลดภาระภาษีเครื่องจักรและวัตถุดิบ ยื่นสิทธิภายใน 6 เดือนหลังสถานการณ์สิ้นสุด

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ย้ำมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยให้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรทดแทน และอนุญาตให้ตัดบ...

Responsive image

เครียดหลังน้ำท่วม ไม่ต้องรับมือคนเดียว รวมช่องทางปรึกษาสุขภาพใจฟรี พร้อมวิธีติดต่อ วิธีใช้งานทีละขั้นตอน

รวมช่องทางปรึกษาความเครียดหลังน้ำท่วมฟรี สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ระบบนัดนักจิตวิทยาโทรกลับ ooca ปรึกษาฟรีถึง 30 ต.ค. แบบประเมินใจออนไลน์ DMIND และ Sati App พร้อมวิธีใช้...