OpenAI เปิดตัว Prism ปฏิวัติวงการวิจัยด้วย AI Workspace ขุมพลัง GPT-5.2 ที่ออกแบบมาเพื่อนักวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ

OpenAI ประกาศเข้าสู่โลกวิทยาศาสตร์อย่างเต็มตัวด้วยการเปิดตัว Prism โปรแกรม Workspace สำหรับการทำงานวิจัยที่ผสานพลังของ AI เข้ากับกระบวนการเขียนและวิเคราะห์ข้อมูล 

โดยเปิดให้ผู้ใช้งานที่มีบัญชี ChatGPT สามารถเข้าถึงได้ฟรีทันที ซึ่งความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า OpenAI กำลังพยายามเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงแชทบอทอัจฉริยะ ไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของวงการวิชาการโลก

Prism คืออะไร ?

Prism ถูกออกแบบมาให้เป็นเครื่องมือที่มากกว่าแค่โปรแกรมพิมพ์งานทั่วไป แต่มันคือการนำเอาความสามารถของโมเดลรุ่นล่าสุดอย่าง GPT-5.2 มาฝังไว้ใน workflow ของนักวิจัย โดยระบบสามารถช่วยทำหน้าที่ได้ตั้งแต่การประเมินสมมติฐาน การขัดเกลาสำนวนภาษาในบทความวิจัย ไปจนถึงการสืบค้นงานวิจัยในอดีตเพื่อหาความเชื่อมโยงที่มนุษย์อาจมองข้าม 

ซึ่ง Kevin Weil รองประธานฝ่ายวิทยาศาสตร์ของ OpenAI ได้ให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า หากปี 2025 คือปีที่ AI เข้ามาเปลี่ยนโลกของการเขียนซอฟต์แวร์ ปี 2026 นี้จะเป็นปีที่ AI เข้ามาสร้างแรงสั่นสะเทือนในระดับเดียวกันให้กับแวดวงวิทยาศาสตร์

การผสาน Workflow เข้ากับโมเดลอัจฉริยะ

จุดเด่นที่ทำให้ Prism แตกต่างจากการใช้งาน AI แบบเดิมคือการเข้าใจบริบทแบบลงลึก โดยผู้บริหารของ OpenAI เปรียบเทียบ Prism ว่ามีลักษณะการทำงานคล้ายกับ Cursor หรือ Windsurf ในโลกของการเขียนโปรแกรม 

นั่นคือการที่ AI สามารถมองเห็นภาพรวมของโปรเจกต์งานวิจัยทั้งหมดได้ เมื่อนักวิจัยเปิดหน้าต่าง ChatGPT ภายใน Prism ตัวโมเดลจะเข้าถึงข้อมูลและบริบทของงานที่กำลังทำอยู่ทั้งหมด ทำให้คำแนะนำหรือการวิเคราะห์ที่ออกมามีความแม่นยำและตรงจุดมากกว่าการป้อนคำสั่งแบบครั้งต่อครั้ง 

นอกจากนี้ยังมีการแก้ปัญหา Pain Point สำคัญของนักวิจัย ด้วยการรองรับระบบการจัดรูปแบบเอกสารมาตรฐานอย่าง LaTeX และการใช้ความสามารถด้าน Visual ของ GPT-5.2 ในการแปลงภาพวาดไอเดียจากไวท์บอร์ดให้กลายเป็นแผนภูมิที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ

อย่างไรก็ตาม OpenAI ยืนยันชัดเจนว่า Prism ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำงานวิจัยด้วยตัวมันเองโดยปราศจากมนุษย์ แต่มันคือตัวเร่งที่จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ได้เร็วขึ้น ซึ่งปัจจุบันเราเริ่มเห็นความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมแล้ว เช่น ในภาควิชาคณิตศาสตร์และสถิติที่มีการใช้ AI ช่วยพิสูจน์ทฤษฎีบทที่ค้างคามานาน โดยมีมนุษย์ทำหน้าที่เป็นผู้กำหนดทิศทางและตรวจสอบความถูกต้อง ซึ่งแนวทางนี้เองที่เป็นโมเดลต้นแบบที่ OpenAI ต้องการผลักดันให้เกิดขึ้นในทุกสาขาวิชา เพื่อให้การค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ในอนาคตเกิดขึ้นได้ในระยะเวลาที่สั้นลงกว่าเดิม

อ้างอิง: techcrunch

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

World Labs ปิดดีลระดมทุน 1 พันล้านดอลลาร์! เมื่อ AI เข้าใจฟิสิกส์และมิติสัมพันธ์

World Labs สตาร์ทอัพ AI ของ Fei-Fei Li ระดมทุนเพิ่ม 1 พันล้านดอลลาร์! หลัง Autodesk ทุ่มงบร่วมพัฒนา Spatial AI ปฏิวัติการทำงาน 3 มิติและอุตสาหกรรมบันเทิง...

Responsive image

Microsoft คิดค้นระบบเก็บข้อมูลบนแผ่นแก้ว อยู่ได้นาน 10,000 ปี ก้าวใหม่สู่เทคโนโลยีข้อมูลอมตะที่อาจปฏิวัติ Data Center

Microsoft เผยความก้าวหน้า Project Silica ระบบเก็บข้อมูลบนแผ่นแก้วที่อยู่ได้นาน 10,000 ปี ใช้เลเซอร์สลักข้อมูลความจุ 4.8TB ต่อแผ่น อาจปฏิวัติการจัดเก็บข้อมูลใน Data Center และการเก็...

Responsive image

ดราม่ากลางงาน AI ที่อินเดีย เจ้าภาพสั่งมหาลัยรื้อบูธ หลังเอาหุ่นยนต์จีนมา 'ย้อมแมว' ว่าเป็นผลงานตัวเอง

อินเดียกำลังเจอกระแสวิจารณ์ไม่น้อย หลังเกิดเหตุการณ์ที่หลายคนมองว่า 'น่าอับอาย' กลางเวทีงาน AI ระดับประเทศ เมื่อมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งถูกจับได้ว่า นำหุ่นยนต์สุนัขที่ผลิตในจีนมาแสดง พ...