อดีตพนักงานแฉ Oracle สุ่มเลิกจ้างด้วยอัลกอริทึม มุ่งเป้ากลุ่มหัวกะทิที่ถือหุ้นเยอะ

กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียลทันที เมื่อการเลิกจ้างครั้งใหญ่ของ Oracle ยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์ระดับโลก ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจไม่ได้เป็นการปลดตามความเหมาะสมแบบปกติ แต่เป็นการใช้อัลกอริทึมคัดพนักงานระดับหัวกะทิที่มีหุ้นบริษัทเยอะ ๆ ออกเพื่อลดต้นทุน

จุดเริ่มต้นของดราม่านี้มาจากโพสต์ไวรัลบน LinkedIn ของ Nina Lewis อดีตผู้จัดการฝ่ายความปลอดภัย (Security Alert Manager) ที่ทำงานกับ Oracle มายาวนานถึง 34 ปี เธอระบุว่าการถูกเลิกจ้างครั้งนี้สร้างความตกใจอย่างมาก เพราะเพื่อนร่วมงานที่เก่งที่สุดหลายคนก็โดนหางเลขไปด้วย

โดย Nina Lewis ระบุว่า

ดูเหมือนว่าการเลิกจ้างครั้งนี้จะทำตามอัลกอริทึมที่พุ่งเป้าไปที่พนักงานระดับ Individual Contributors (ผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ใช่สายบริหาร) เลเวลสูง ๆ และผู้จัดการระดับกลาง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีหุ้นสะสม อยู่ในมือเยอะ ๆ

ข้อความนี้สะท้อนว่า บริษัทอาจกำลังกวาดล้างพนักงานที่มีค่าตัวสูงหรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนในรูปแบบหุ้น เพื่อเซฟงบประมาณบริษัทให้ได้มากที่สุด

โดนยกแผง 5 แผนกใหญ่ กระทบคนกว่า 30,000 ชีวิต

รายงานระบุว่ามีพนักงานได้รับผลกระทบรวมแล้วกว่า 30,000 ตำแหน่ง จากพนักงานทั้งหมดประมาณ 162,000 คน (ข้อมูลปี 2025) โดยครอบคลุมถึง 5 ทีมหลัก ได้แก่:

  1. Oracle Health
  2. Sales
  3. Cloud
  4. Customer Success
  5. NetSuite

โดยมีพนักงานตั้งแต่ระดับน้องใหม่ไปจนถึงรุ่นเก๋า 10-20 ปี ต้องเดินออกจากบริษัทพร้อมกัน เช่น Kurt Frieden พนักงานที่อยู่มา 18 ปี ในทีม Cloud Commerce โพสต์ประกาศเกษียณทันทีหลังโดนปลด หรือ Marc Fitten อีกหนึ่งอดีตพนักงาน เผยความรู้สึกว่า "ทุกอย่างมันกะทันหันและสะเทือนใจมาก เราไม่ได้แม้แต่จะบอกลาเพื่อนร่วมงานที่ฉลาดและนิสัยดีเหล่านั้น"

Business Insider รายงานว่า พนักงานเริ่มได้รับอีเมลแจ้งเลิกจ้างตั้งแต่ 6 โมงเช้าวันอังคาร โดยเนื้อหาในอีเมลระบุสั้นๆ แต่ใจความชัดเจนว่า

"วันนี้คือวันทำงานวันสุดท้ายของคุณ" พนักงานจะถูกตัดสิทธิ์การเข้าถึงระบบภายในบริษัททันที และต้องใช้อีเมลส่วนตัวในการติดต่อเรื่องเงินชดเชยเท่านั้น ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้น คาดว่ามีผู้ได้รับผลกระทบสูงถึง 30,000 คน จากพนักงานทั้งหมดประมาณ 162,000 คน (ข้อมูลปี 2025)

ปรากฏการณ์ของ Oracle ไม่ใช่เรื่องใหม่ในซิลิคอนแวลลีย์ เพราะยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon ก็เพิ่งประกาศตัดลดพนักงานกว่า 16,000 ตำแหน่งในปีนี้ รวมถึง Meta ที่เดินหน้าลดคนอย่างต่อเนื่อง ทุกบริษัทให้เหตุผลเดียวกันว่าเพื่อลดต้นทุนและปรับโครงสร้างธุรกิจ

แต่ในขณะเดียวกัน เรากลับเห็นบริษัทเหล่านี้ทุ่มเงินมหาศาลระดับหลายพันล้านเหรียญไปกับการลงทุนในเทคโนโลยี AI นี่จึงนำไปสู่คำถามสำคัญในโลกการทำงานยุคใหม่ว่า ในสายตาของนายจ้างยุคเทคฯ พนักงานที่มีประสบการณ์สูงและซื่อสัตย์ต่อองค์กรมานาน ยังเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าอยู่หรือไม่? หรือเป็นเพียงตัวเลขต้นทุนในอัลกอริทึมที่ต้องถูกกำจัดออกเพื่อหลีกทางให้การลงทุนในหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์

อ้างอิง: indiatoday

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เมื่อกฎหมายไม่ใช่คอขวด เจาะอนาคตสินทรัพย์ดิจิทัลอาเซียน ผ่านรายงาน SCBX และ Hashed Open Research ชี้ทิศทางอนาคตการเงินดิจิทัลแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

SCBX ร่วมกับ Hashed Open Research (HOR) หน่วยงานคลังสมองด้านนโยบายของ Hashed บริษัทเวนเจอร์แคปิทัลด้าน Web3 ระดับโลก เปิดตัวรายงาน "Powering Southeast Asia's Digital Future" ซึ่งกล...

Responsive image

สจล. ปรับบทบาทครั้งใหญ่ ให้เริ่มทำโปรเจกต์จริงตั้งแต่ปี 1 ตอบโจทย์แวดวง AI, Semiconductor, Data Center

สจล. ปรับบทบาทมุ่งสร้าง "นวัตกร" รองรับอุตสาหกรรมอนาคต ดันสถิติบัณฑิตมีงานทำพุ่ง 85% สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ พร้อมคว้าอันดับ 1 มหาวิทยาลัยยอดนิยมสายวิทย์-เทคโนโลยี...

Responsive image

Hugging Face เล็งขายกิจการ คาดมูลค่าพุ่ง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ เดินหน้าหาผู้ซื้อรายใหม่

Hugging Face กำลังเล็งขายกิจการ ซึ่งถ้าดีลนี้เกิดขึ้นจริงอาจดันมูลค่าบริษัทให้ทะยานสูงถึง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐหรืออาจมากกว่านั้น...