ดราม่า Oracle แต่งตั้ง CFO ใหม่ รับเงินเดือนมหาศาล สวนทางกระแสเลย์ออฟพนักงานสุดโหด

Oracle ยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์ระดับโลก ประกาศแต่งตั้ง Hilary Maxson นั่งเก้าอี้ CFO คนใหม่ พร้อมเปิดตัวเลขค่าตอบแทนมหาศาล ท่ามกลางเสียงวิจารณ์เผ็ดร้อนหลังบริษัทเพิ่งสั่งปลดพนักงานชุดใหญ่ และเดินหน้ายื่นขอวีซ่าจ้างงานชาวต่างชาติเพิ่ม

CFO ใหม่กับภารกิจคุมบังเหียนการเงินยุค AI

Oracle ประกาศแต่งตั้ง Hilary Maxson วัย 48 ปี อดีตผู้บริหารมือดีจาก Schneider Electric เข้าดำรงตำแหน่ง Chief Financial Officer (CFO) โดยมีผลในทันที สิ่งที่กลายเป็นประเด็นดราม่าทันทีหลังผู้คนทราบถึงค่าตอบแทนที่ระบุในเอกสารที่ยื่นต่อทางการ

โดยระบุว่า Maxson จะมีเงินเดือนพื้นฐานอยู่ที่ 950,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 30 ล้านบาท) และโบนัสตามผลงานได้ตั้งเป้าไว้ที่ 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 80 ล้านบาท)

Maxson จบการศึกษา MBA จาก Cornell และมีประสบการณ์โชกโชนในสถาบันการเงินชั้นนำอย่าง Citi และ Bank of America โดยการเข้ามารับตำแหน่งครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ Oracle กำลังเร่งเครื่องลงทุนใน AI Infrastructure จนส่งผลให้ภาระหนี้สินของบริษัทเพิ่มสูงขึ้นตามรายงานของ CNBC

การดึงตัวมือโปรด้านการเงินครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญในการจัดระเบียบโครงสร้างหนี้และงบประมาณ หลังจากที่ Oracle เร่งเครื่องลงทุนอย่างหนักใน AI Infrastructure เพื่อไล่กวดคู่แข่งในตลาด Cloud

เมื่อการเลิกจ้างสวนทางกับการจ้างงาน H-1B

การขยับตัวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดของ Oracle เนื่องจากบริษัทกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากทั้ง 2 ด้าน รายงานจาก CNBC ระบุว่า Oracle มีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นจากการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ AI ซึ่งเป็นสมรภูมิที่บริษัทกำลังเดิมพันอย่างหนักเพื่อแข่งกับเจ้าตลาดรายอื่น

และการเลิกจ้างพนักงานสายฟ้าแลบ 30,000 ตำแหน่ง ที่พนักงานในสหรัฐฯ, อินเดีย และแคนาดา ได้รับอีเมลแจ้ง Elimination ของตำแหน่งงานในช่วงเวลาเช้าที่ตื่นมา ไม่สัญญาณบอกล่วงหน้า รวมถึงกลุ่มหัวกะทิที่ทำงานมานานถึง 30 กว่าปีก็โดนไปด้วย โดยบริษัทอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง

และสิ่งที่ทำให้สถานการณ์บานปลายจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียและเว็บบอร์ดพนักงาน คือข้อมูลจาก USCIS ที่พบว่า Oracle ยังคงเดินหน้ายื่นคำร้องขอจ้างแรงงานต่างชาติผ่านโครงการวีซ่า H-1B กว่า 3,000 รายการในช่วงปีงบประมาณ 2025-2026

ซึ่งถูกตั้งคำถามว่า เหตุใดบริษัทจึงเลือกเลิกจ้างพนักงานเดิม แต่กลับเดินหน้ายื่นขอรับแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานในตำแหน่งเฉพาะทางแทน เหมือนเป็นการตอกย้ำว่า พนักงานที่ทุ่มเทให้บริษัทมานานหลายปี กลับต้องถูกเลิกจ้างในขณะที่บริษัทนำงบประมาณไปจ้างผู้บริหารใหม่ด้วยค่าตัวสูงลิ่วและดึงแรงงานต่างชาติเข้ามาแทนที่

สิ่งที่เกิดขึ้นกับ Oracle เป็นภาพสะท้อนของ Big Tech ในยุคปัจจุบันที่พยายามทำ Lean Organization เพื่อนำงบประมาณไปลงกับ AI และ Cloud Service ให้ได้มากที่สุด

แม้ในมุมของนักลงทุน การมี CFO ที่เชี่ยวชาญการจัดการโครงสร้างการเงินระดับโลกอาจเป็นผลดีต่อราคาหุ้นและกระแสเงินสดในระยะยาว แต่ในมุมของ Branding และวัฒนธรรมองค์กร Oracle กำลังเผชิญกับ Internal Upheaval หรือความไม่สงบภายในที่อาจส่งผลต่อการดึงดูด Talent ในอนาคต

อ้างอิง: nypost

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Anthropic ทุ่ม 400 ล้านดอลลาร์ เข้าซื้อ ‘Coefficient Bio’ สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีชีวภาพ เดินหน้าบุกตลาดสุขภาพเต็มสูบ

Anthropic เดินหน้าลุยตลาด AI สุขภาพ ประกาศซื้อกิจการ Coefficient Bio สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีชีวภาพด้วยมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์ หวังนำ AI มาปฏิวัติกระบวนการค้นคว้ายา ท้าชนคู่แข่งอย่าง ...

Responsive image

ไฟสงครามระอุ ราคาน้ำมันพุ่ง InnovestX แนะผู้ลงทุน 'Stay Invested, Stay Selective' เลือกหุ้นที่มีปัจจัยสนับสนุนในระยะยาว

InnovestX เผยบทวิเคราะห์สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ที่เป็นปัจจัยกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกตั้งแต่ปลายไตรมาส 1/2569 ทั้งยังคาดการณ์หลายรูปแบบ ขณะเดียวกัน ยังชี้ให้เห็นโอกาสก...

Responsive image

อดีตพนักงานแฉ Oracle สุ่มเลิกจ้างด้วยอัลกอริทึม มุ่งเป้ากลุ่มหัวกะทิที่ถือหุ้นเยอะ

ดราม่า Oracle ปลดพนักงาน 30,000 ตำแหน่ง! อดีตพนักงานแฉบริษัทใช้ ‘อัลกอริทึม’ คัดเฉพาะตัวท็อปเงินเดือนสูงและถือหุ้นเยอะออกก่อน...