สานต่อ ครม. กรมสรรพากร ออก 6 มาตรการทางภาษี เยียวยาผู้ประกอบการที่รับผลกระทบ COVID-19

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ส่งผลกระทบรุนแรงทั่วโลกในทุกภาคส่วน ซึ่งส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ ทำให้รัฐบาลต้องมีมาตรการออกมาเพื่อเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบตรงนี้ สำหรับประเทศไทย เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อหารือถึงมาตรการดังกล่าว โดยเฉพาะผู้ประกอบการทั้งหลายกำลังได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็น SMEs หรือรายใหญ่ รวมไปถึงส่งผลกระทบต่อการจ้างงานของประชาชนด้วย โดยล่าสุดกรมสรรพากร ก็ได้มีการดำเนินการต่อจากการประชุม ครม. ซึ่งได้ออกมาตรการเยียวยาทางด้านภาษีมาทั้งหมด 6 มาตรการด้วยกัน ดังนี้ 

**อ่านประกอบ : มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ และประชาชน ที่ได้รับผลกระทบ จากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ชุดที่ 1 

ลดอัตราภาษี หัก ณ ที่จ่าย

โดยจะลดจาก 3% เหลือ 1.5%  วิธีการนี้ถือเป็นหนึ่งในมาตรการทางด้านภาษี ที่ออกมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการและบุคคลธรรมดา

  • บริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ยกเว้นมูลนิธิหรือสมาคม) โดยเงินที่จะได้รับสิทธิ ได้แก่ ค่าจ้างทำของ ค่าบริการ ค่านายหน้า ค่าวิชาชีพอิสระ
  • บุคคลธรรมดา โดยเงินที่จะได้รับสิทธิ ได้แก่ ค่าจ้างทำของ ค่าบริการ และค่าวิชาชีพอิสระ

กรอบระยะเวลา 

  • อัตราภาษี 1.5% ตั้งแต่เดือนเมษายน -  เดือนกันยายน 2563 สามารถจ่ายด้วยวิธีการใดก็ได้ 
  • อัตราภาษี 2% ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 - เดือนธันวาคม 2564 สามารถจ่ายผ่าน e-Withholding Tax เท่านั้น 

ลดภาระดอกเบี้ยจ่าย

มาตรการภาษีเพื่อลดดอกเบี้ยจ่ายให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เขาร่วมโครงการสินเชื่อพิเศษซอฟท์โลน และผู้ประกอบการที่ทำบัญชีเดียว ให้สามารถนำภาระดอกเบี้ยเงินกู้มาคำนวณเป็นรายจ่ายหักลดหย่อนภาษีได้  โดย SMEs ที่เข้าร่วมมาตรการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำของรัฐบาล หักรายจ่ายดอกเบี้ยเพิ่ม 1.5 เท่า 

บริษัทที่เข้าเกณฑ์มีคุณสมบัติดังนี้ 

  • มีรายได้ครบ 12 เดือน (รายได้ไม่เกิน 500 ล้าน/ปี)
  • จำนวนลูกจ้างไม่เกิน 200 คน
  • จัดทำบัญชีเดียว
  • มีรอบบัญชีสิ้นสุดก่อนหรือในวันที่ 30 กันยายน 2562

กรอบระยะเวลา : สามารถจ่ายดอกเบี้ยได้ตั้งแต่ เดือนเมษายน - เดือนธันวาคม 2563

สนับสนุน SMEs จ้างงานต่อเนื่อง 

มาตรการส่งเสริมการจ้างงาน ให้ผู้ประกอบการ SMEs นำรายจ่ายค่าจ้างลูกจ้าง มาหักลดหย่อนภาษีได้ 3 เท่า เพื่อดูแลพนักงานลูกจ้าง 

บริษัทที่เข้าเกณฑ์มีคุณสมบัติดังนี้ 

  •  มีรายได้ครบ 12 เดือน ไม่เกิน 500 ล้าน
  • จำนวนลูกจ้างไม่เกิน 200 คน
  • มีรอบบัญชีสิ้นสุดก่อนหรือในวันที่ 30 กันยายน 2562
  • คงการจ้างงานของลูกจ้างที่ประกันตนและมีค่าจ้างไม่เกิน 15,000 บาทต่อคน ต่อเดือน
  • จำนวนลูกจ้าต้องไม่น้อยกว่าจำนวนลูกจ้าง ณ วันสุดท้ายของเดือน ธันวาคม 2562

กรอบระยะเวลา : สำหรับรายจ่ายค่าจ้าง ตั้งแต่เดือนเมษายน -  เดือนกรกฎาคม 2563

เพิ่มสภาพคล่อง ให้กับผู้ส่งออกที่ดี 

ตามประกาศของ ครม. กระทรวงการคลังจะเร่งคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ส่งออกที่ดี  (ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพการ) ให้เร็วขึ้น  โดยการคืน VAT ให้เร็วขึ้นภายใน 15 วัน สำหรับช่องทางและระยะเวลาในการยื่นของบริษัท หรือ บริษัทมหาชน สามารถทำได้โดย 2 วิธีดังนี้

  • ยื่นผ่านทางอินเทอร์เน็ต ภายใน 15 วัน จากปกติ 30 วัน
  • ยื่นผ่านสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา ภายใน 45 วัน จากปกติ 60 วัน

เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และตลาดทุน

มาตรการสร้างความเชื่อมั่นช่วยเหลือตลาดทุน โดยการขยายวงเงินการซื้อหน่วยลงทุนกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) วงเงินพิเศษ โดยให้มีการลงทุนในกองทุน  SSF ลดหย่อนภาษีเพิ่มได้ถึง 2 แสนบาท 

กองทุนที่สามารถลดหย่อนภาษีได้นั้นมีเกณฑ์ดังนี้

  • ต้องเป็นกองทุน SSF ที่ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
  • ต้องถือในหน่วยลงทุนดังกล่าวไม่น้อยกว่า 10 ปี
  • ลดหย่อนตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 2 แสนบาท แยกจากวงเงิน SSF
  • ไม่อยู่ใต้เพดานเงินสะสมเพื่อการเกษียณอายุ 5 แสนบาท 

กรอบระยะเวลาของการลงทุน :  สามารถทำได้ตั้งแต่ 1 เมษายน - 30 มิถุนายน 2563 

สนับสนุนให้บริจาคเงิน เพื่อลดหย่อนภาษี

นอกเหนือจาก 5 มาตรการที่กล่าวมาข้างต้น ตามที่ ครม.ได้มีการประชุมออกมาตรการเยียวยาชุดแรกแล้ว ประชาชนยังสามารถร่วมบริจาคเงิน เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหา COVID-19 ซึ่งการบริจาคตรงนี้จะสามารถลดหย่อนภาษีได้  หักรายจ่ายได้ และยกเว้น VAT ได้

  • สำหรับบุคคลธรรมดา เมื่อบริจาคเงิน สามารถหักลดหย่อนได้ ไม่เกินร้อยละของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย
  • สำหรับบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เมื่อบริจาคเงินรือทรัพย์สิน สามารถหักรายจ่ายได้ ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ
  • สำหรับผู้ประกอบการ VAT เมื่อบริจาคทรัพย์สิน สามารถยกเว้น VAT ได้ 

ทั้งนี้สามารถบริจาคได้โดยผ่าน e-Donation (ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์) เข้าบัญชีสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อบริจาคสนับสนุนการแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 เลขที่ 067-0-13829-0

อ้างอิงข้อมูลจาก Facebook กรมสรรพากร

RELATED ARTICLE

Responsive image

โครงการ “ช่วยด้วย!” ช่วยคุณจากโควิดได้ถึงบ้าน ด้วย Home Isolation อย่างปลอดภัยภายใต้การดูแลของแพทย์

จากสถานการณ์โควิด-19 ในขณะนี้ พวกเราอยู่ในภาวะวิกฤตเตียงเต็มและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหานี้จึงเกิดเป็นโครงการที่ริเริ่มโดย Doctor A to Z ระบบปรึกษาแพ...

Responsive image

โควิดทำให้เงินทุนไหลเข้า Startup อินเดียมหาศาล หลัง Zomato แพลตฟอร์มส่งอาหาร ยูนิคอร์นรายแรกที่เข้าตลาดหุ้นเปิดตัวได้ดี

Zomato แอปพลิเคชันผู้ให้บริการ food delivery และรีวิวอาหาร เป็นยูนิคอร์นตัวแรกที่เข้าสู่ตลาดหุ้นของอินเดีย และยังเป็นบริษัท Startup แรกของอินเดียที่มีมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ภา...

Responsive image

Google กำลังจะเปิดให้ผู้ใช้ทราบแหล่งที่มาของ ผลการค้นหาได้

Google กำลังจะเพิ่มฟีเจอร์แสดงข้อมูลเพิ่มเติมแก่ผู้ใช้งานเกี่ยวกับแหล่งที่มาของการพบผลลัพธ์ที่ผู้ใช้ทำการค้นหา โดยสามารถคลิกดูรายละเอียดได้ว่าผลลัพธ์ที่ Google ค้นได้นั้นตรงกับข้อค...