Virginia Tech พัฒนาเทคโนโลยีแขนกลสำหรับผู้พิการ ผสานความแข็งแกร่งและความนุ่มนวล หยิบจับได้ทุกสิ่ง

การหั่นผัก เปิดขวดโหล หรือแม้แต่การทำอาหาร อาจเป็นเรื่องง่ายสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว กิจกรรมเหล่านี้อาจกลายเป็นความท้าทายที่ซับซ้อนและเหนื่อยล้า แต่ล่าสุด ทีมนักวิศวกรจาก Virginia Tech กำลังจะเปลี่ยนภาพนั้นไปตลอดกาล ด้วยการพัฒนาระบบหุ่นยนต์ที่สามารถทำภารกิจสุดซับซ้อนอย่าง "การทำพิซซ่า" ได้สำเร็จ

งานวิจัยชิ้นใหม่ที่ได้รับการสนับสนุนทุนกว่า $600,000 จากมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ (NSF) ได้เผยโฉมแขนหุ่นยนต์อัจฉริยะ ที่มาพร้อมกริปเปอร์หรือ "มือจับ" ที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับวัตถุได้ทุกขนาดและพื้นผิว ตั้งแต่การยกเหยือกน้ำหนักมาก ไปจนถึงการหยิบวัตถุดิบที่บอบบางที่สุด

“ปรัชญาของเราคือหุ่นยนต์ต้องทำงานเชื่อมโยงกับวิธีที่มนุษย์ทำ” Dylan Losey รองศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมเครื่องกลและหนึ่งในหัวหน้าโครงการกล่าว "สิ่งนี้ทำให้การกระทำของหุ่นยนต์เป็นเหมือนส่วนขยายของการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของมนุษย์ ไม่ใช่เครื่องจักรแปลกแยก"

เมื่อความนุ่มนวลพบกับความแข็งแกร่ง

ความท้าทายสำคัญของหุ่นยนต์ในปัจจุบันคือความยืดหยุ่น หุ่นยนต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อ "หนีบ" ขวดซอสที่แข็งแรง ไม่สามารถหยิบชีสขูดหรือเกล็ดน้ำตาลที่บอบบางและมีรูปทรงไม่แน่นอนได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่ทีมเคยเจอมาแล้วเมื่อพยายามให้หุ่นยนต์ทำไอศกรีมซันเดย์ แต่ก็ล้มเหลว

เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดนี้ ทีมวิจัยได้คิดค้นนวัตกรรมที่ผสานโครงสร้างแข็งแรงของแขนกลเข้ากับปลายนิ้วที่ทำจากวัสดุอ่อนนุ่มพิเศษที่เรียกว่า "กาวสลับสถานะ" (Switchable Adhesives) หลักการทำงานของมันคือ เมื่อดูดอากาศออกจากปลายนิ้วเล็กน้อย มันจะสร้างแรงยึดเกาะที่ทรงพลังเพื่อหยิบวัตถุขึ้นมา และเมื่อเป่าลมกลับเข้าไป มันก็จะคลายการยึดเกาะและปล่อยวัตถุอย่างนุ่มนวล

"มันสามารถแข็งแรงและยึดติดเพื่อหยิบของ แต่ก็ปิดการทำงานได้อย่างรวดเร็วเพื่อปล่อยวัตถุ" Michael Bartlett ผู้ร่วมนำโครงการอธิบาย การออกแบบใหม่นี้ทำให้หุ่นยนต์สามารถจัดการกับเกล็ดน้ำตาลและมาร์ชเมลโลว์ได้อย่างแม่นยำ

สอนให้หุ่นยนต์ "รู้สึก" และทำงานร่วมกับมนุษย์

หลังจากพิชิตของหวานได้ ทีมงานก็ยกระดับความท้าทายไปสู่การทำพิซซ่า ซึ่งซับซ้อนกว่าในทุกมิติ ตั้งแต่การยกถาดโลหะร้อนๆ การแผ่แป้งพิซซ่าที่นุ่มและยืดหยุ่น การราดซอส ไปจนถึงการวางท็อปปิ้งที่หลากหลายอย่างเปปเปอโรนีและมะกอก ซึ่งแต่ละอย่างมีเนื้อสัมผัส รูปร่าง และขนาดต่างกันสิ้นเชิง

"การให้หุ่นยนต์ทำงานร่วมกับคนเพื่อทำพิซซ่า ถือเป็นการท้าทายระบบของเราในทุกด้าน" Bartlett กล่าว

ทางออกของพวกเขาคือการพัฒนาระบบควบคุมผ่านจอยสติ๊ก ให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมการทำงานได้เหมือนเล่นเกม โดยมี AI เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะคอยตีความคำสั่งและเติมเต็มการเคลื่อนไหวที่เหลือให้สมบูรณ์และเป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์คือ หุ่นยนต์สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์เพื่อสร้างพิซซ่าตั้งแต่ต้นจนจบได้อย่างราบรื่น

"เป้าหมายสูงสุดของเราคือการสร้างหุ่นยนต์ที่หยิบจับอะไรก็ได้ ถ้าคุณต้องการหุ่นยนต์มาช่วยงานในชีวิตประจำวัน คงจะดีไม่น้อยถ้ามันสามารถช่วยคุณทำมื้อกลางวัน หรือทำไอศกรีมซันเดย์ที่คุณอยากกินได้จริงๆ"

ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นก้าวสำคัญในวงการ Soft Robotics ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารชื่อดัง แต่ยังเป็นแสงสว่างแห่งความหวังที่จะมอบความเป็นอิสระและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้คนนับล้านทั่วโลก

ที่มา: Interesting Engineering

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เจาะลึก IMD 2026 ไทยขยับขึ้นอันดับ 26 แล้วทำไม 'เวียดนาม' เป็นม้ามืดหน้าใหม่ ที่หายใจรดต้นคอไทย?

สรุปผลการจัดอันดับประเทศไทย ใน IMD World Competitiveness 2026 ไทยขยับขึ้นอันดับ 26 แต่ทำไม 'เวียดนาม' ถึงจี้ติดในอันดับ 27 จากการพูดคุยกับ คุณธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธานสมาคมการจัดการธ...

Responsive image

ทำไมการเปลี่ยนผ่านพลังงานโลกถึงชะงัก แม้ลงทุนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ WEF เผยรายงาน Energy Transition Index 2026 พร้อมชี้ 3 สิ่งที่โลกต้องทำเร่งด่วน

รู้หรือไม่ว่า ปี 2026 โลกลงทุนด้านพลังงานสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 3.3 ล้านล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้เป็นการลงทุนพลังงานสะอาดมากถึง 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ผลที่ได้กลับไม่เหมือนอย่างที่เรา...

Responsive image

'บ้านในอนาคตอาจไม่ได้ขายแค่ทำเล แต่ขายสุขภาพดี' BDMS ลงทุน 29,000 ล้านบาท ปั้น WellEra โครงการที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพใจกลางลุมพินี

BDMS ทุ่ม 29,000 ล้านบาท เปิดตัว WellEra Wellness Complex ใจกลางลุมพินี โครงการที่ออกแบบให้บ้านและเมืองกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน...