รัสเซียพัฒนา Plasma Engines ที่เดินทางไปดาวอังคารได้ใน 30 วัน! เตรียมพร้อมใช้งานจริงภายในปี 2030

นับตั้งแต่ยุคสมัยเริ่มต้นของการสำรวจอวกาศ จรวดเชื้อเพลิงเคมีได้ทำหน้าที่เป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนมวลมนุษยชาติออกไปนอกชั้นบรรยากาศ ทว่าประวัติศาสตร์หน้าใหม่กำลังถูกเขียนขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพเหนือชั้นกว่าเดิมหลายเท่าตัวนั่นคือ 'ระบบขับเคลื่อนพลาสม่า' (Plasma Engines) ซึ่งหลายประเทศมหาอำนาจต่างกำลังเร่งรัดพัฒนาเพื่อหวังครองความได้เปรียบในการชิงชัยสู่ห้วงอวกาศลึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัสเซียที่เพิ่งประกาศเป้าหมายอันทะเยอทะยานในการลดระยะเวลาการเดินทางไปกลับระหว่างโลกและดาวอังคารให้เหลือเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น

นวัตกรรมพลาสม่ากับอนาคตของการพิชิตดาวเคราะห์แดง

ในขณะที่องค์การนาซ่า (NASA) กำลังให้ความสำคัญกับโครงการอย่าง 'Pulse Plasma Rocket' และ 'Variable Specific Impulse Magnetoplasma Rocket' ซึ่งตั้งเป้าจะย่นระยะเวลาเดินทางสู่ดาวอังคารจากเดิมที่ต้องใช้เวลาราวแปดเดือนด้วยเครื่องยนต์เคมี ให้เหลือเพียง 45 ถึง 60 วันนั้น ทางฝั่งรัสเซียกลับสร้างความฮือฮาด้วยการขยับเพดานความคาดหวังขึ้นไปอีกระดับ โดยสถาบันทรอยต์สค์ (Troitsk Institute) ภายใต้การดูแลของบริษัทรัฐวิสาหกิจพลังงานนิวเคลียร์ Rosatom ได้เปิดตัวเครื่องเร่งแม่เหล็กไฟฟ้าพลาสม่าที่มีสมรรถนะสูงอย่างน่าตกใจ เครื่องยนต์ชนิดนี้ทำงานด้วยการแตกตัวของสารขับดันให้กลายเป็นไอออนและใช้สนามแม่เหล็กในการเร่งความเร็ว ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือแรงขับมหาศาลที่สามารถส่งมนุษย์ไปถึงจุดหมายได้รวดเร็วกว่าเทคโนโลยีใดๆ ที่เคยมีการบันทึกไว้

สมรรถนะที่ไร้คู่แข่งและคำถามเรื่องความเป็นไปได้จริง

ข้อมูลจาก Rosatom ระบุว่าเครื่องเร่งแม่เหล็กไฟฟ้าพลาสม่ารุ่นล่าสุดนี้สามารถสร้างแรงขับจำเพาะหรือความเร็วในการเร่งอนุภาคไฮโดรเจนได้สูงสุดถึง 100 กิโลเมตรต่อวินาที โดยมีกำลังขับขาออกอยู่ที่ 300 กิโลวัตต์ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ทางรัสเซียกล่าวอ้างว่า 'ไร้คู่เทียบ' ในบรรดาเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบัน เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์ประเภทอื่นที่มักจะทำความเร็วได้เพียง 30 ถึง 50 กิโลเมตรต่อวินาทีเท่านั้น ความก้าวหน้านี้จึงเปรียบเสมือนการก้าวกระโดดจากยุคของเรือใบไปสู่ยุคของเครื่องบินเจ็ทในบริบทของการเดินทางข้ามดวงดาว รัสเซียจึงประกาศอย่างมั่นใจว่าพวกเขาสามารถพามนุษย์ไปถึงดาวอังคารได้ภายในเวลาเพียง 30 วัน ซึ่งเร็วกว่าจรวดเคมีทั่วไปที่ใช้เวลาถึง 8 เดือน อย่างไรก็ตามเป้าหมายที่จะสร้างเครื่องยนต์รุ่นพร้อมใช้งานจริงภายในปี 2030 นั้นยังคงถูกตั้งคำถามอย่างหนักจากเหล่านักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านอวกาศระดับโลก 

อุปสรรคภายในและสภาวะการแข่งขันบนเวทีโลก

แม้ตัวเลขทางเทคนิคจะดูน่าประทับใจเพียงใด แต่สภาพความเป็นจริงของอุตสาหกรรมอวกาศรัสเซียในปัจจุบันกลับไม่ได้รุ่งโรจน์ตามคำกล่าวอ้างนั้น สัญญาณเตือนภัยที่เด่นชัดที่สุดมาจากความเห็นของ Igor Maltsev ผู้อำนวยการบริษัท RSC Energia ซึ่งเป็นผู้ผลิตยานอวกาศรายใหญ่ของรัสเซียที่ออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องหยุดหลอกตัวเองและผู้อื่นเกี่ยวกับสถานภาพที่แท้จริงขององค์กร ความขัดแย้งระหว่างวิสัยทัศน์อันเพ้อฝันกับขีดความสามารถในการผลิตจริงกลายเป็นประเด็นที่คนทั่วโลกเฝ้าจับตาว่าโครงการนี้จะเป็นเพียง 'เทคโนโลยีลวงตา' (Vaporware) หรือไม่ ในขณะที่คู่แข่งสำคัญอย่างจีนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยสถาบันขับเคลื่อนอวกาศซีอานกำลังเร่งพัฒนาเครื่องยนต์พลาสม่าแรงขับสูงของตนเองเช่นกัน รวมถึงมีการศึกษาเพื่อนำเทคโนโลยีพลาสม่ามาปรับใช้กับเครื่องยนต์เครื่องบินทั่วไปในอนาคตอันใกล้

บทสรุปของการแข่งขันครั้งนี้อาจไม่ได้จบลงเพียงแค่ว่าใครจะไปถึงดาวอังคารได้ก่อนกัน แต่คือการพิสูจน์ว่าใครจะเป็นผู้กำความลับของพลังงานพลาสม่าได้มั่นคงที่สุด เพราะไม่ว่าเป้าหมาย 30 วันของรัสเซียจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือยุคสมัยของระบบขับเคลื่อนทางเคมีกำลังเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด และโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยแม่เหล็กไฟฟ้าที่จะเปลี่ยนนิยามของคำว่าระยะทางในจักรวาลไปตลอดกาล

ที่มา: AOL

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

SCG แถลงผลประกอบการไตรมาส 1 ต่อด้วยกลยุทธ์เชิงรุก ตั้ง ‘Daily War Room’ รวมศูนย์บริหารความเสี่ยง

ผลประกอบการ ไตรมาส 1 ปี 2569 SCG มี Adjusted Cash EBITDA 14,929 ล้านบาท แกร่งขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนสถานการณ์ตะวันออกกลาง คาดการณ์ว่าทำราคาพลังงาน-วัตถุดิบผันผวนต่อ ...

Responsive image

Doosan ยักษ์ใหญ่อิเล็กทรอนิกส์ ลงทุน $135 ล้านในไทย ตั้งฐานผลิตที่ ARAYA รับดีมานด์ AI Data Center โลก

ARAYA – The Eastern Gateway ลงนาม MOU กับ Doosan ยักษ์อิเล็กทรอนิกส์จากเกาหลีใต้ ลงทุน 135 ล้านดอลลาร์ บนพื้นที่ 45 ไร่ ตั้งฐานผลิต Copper Clad Laminates (CCL) วัสดุสำคัญสำหรับ PCB...

Responsive image

OsseoLabs จับมือรามาธิบดี เปิดตัว Osscentric Sandbox ดันนวัตกรรมอุปกรณ์การแพทย์เฉพาะบุคคล

รามาธิบดีผนึก OsseoLabs เปิดตัว Osscentric Sandbox พื้นที่เชื่อมโยงหมอและวิศวกร เพื่อร่วมกันปฏิวัติการสร้างอุปกรณ์การแพทย์เฉพาะบุคคลด้วยเทคโนโลยี 3D Printing และระบบจำลองการผ่าตัดเ...