ซัมซุง-KBTG รวมพลังคนรุ่นใหม่ พัฒนาโซลูชัน AI สกัดมิจฉาชีพ ลดความเสียหายก่อนเกิดเหตุภัยไซเบอร์

ในยุคที่การหลอกลวงทางดิจิทัลไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกแล้ว แต่กลายเป็นภัยคุกคามที่ประชิดตัวคนไทยทุกกลุ่ม Samsung, KBTG และตำรวจไซเบอร์ จึงร่วมกันเปิดเวทีเสวนาพิเศษและจัดโครงการ Hackathon เพื่อค้นหาโซลูชันที่ยั่งยืนในการต่อสู้กับ 'Digital Fraud' หรือการฉ้อโกงทางออนไลน์

ภัยไซเบอร์ในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ซับซ้อนและยากต่อการรับมือมากขึ้น ตั้งแต่การแอบอ้างเจ้าหน้าที่ผ่านคอลเซ็นเตอร์ การลงทุนปลอมบนโซเชียลมีเดีย ไปจนถึงการใช้ AI และ Deepfake ปลอมเสียงหรือภาพของบุคคลใกล้ชิดเพื่อสร้างสถานการณ์เร่งด่วนให้เหยื่อตัดสินใจโอนเงินภายในเวลาอันสั้น 

ซึ่งเหยื่อจำนวนมากไม่ใช่ผู้ที่ขาดความระมัดระวัง แต่เป็นคนทั่วไปที่ถูกกดดันและชักจูงจากสถานการณ์ที่ออกแบบมาอย่างแนบเนียน ความเสียหายจึงไม่ได้จำกัดแค่ตัวเงิน แต่ลุกลามไปสู่ผลกระทบทางจิตใจ ครอบครัวและความเชื่อมั่นต่อระบบดิจิทัลโดยรวม

1,000 คดีต่อวันสัญญาณเตือนที่มองข้ามไม่ได้ 

รองผู้บังคับการตำรวจไซเบอร์เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการแจ้งความออนไลน์เฉลี่ยสูงถึง 1,000 คดีต่อวัน แม้กว่าครึ่งจะเป็นเรื่องการซื้อขายของออนไลน์ แต่คดีที่สร้างความเสียหายสูงกลับเป็น 'การหลอกลงทุนและหลอกทำงานออนไลน์'

มิจฉาชีพมี 'แพทเทิร์น' ที่แนบเนียนขึ้น มักเริ่มจากความคุ้นเคยหรือใช้จิตวิทยาเล่นกับความกลัวและความเสียดาย เช่น หลอกผู้ที่ต้องการขายของแบรนด์เนมมือสองให้เปิดร้านค้าออนไลน์ปลอม ทำภารกิจสะสมยอดจนสูญเงินนับล้านบาท 

'บัญชีม้า' จุดอ่อนใหญ่ของระบบการเงิน 

หนึ่งใน Pain Point ใหญ่ของตำรวจไซเบอร์คือ 'บัญชีม้า' ที่พัฒนาไปสู่ 'บัญชีม้านิติบุคคล' ซึ่งดูน่าเชื่อถือ โอนเงินจำนวนมากได้โดยไม่ต้องสแกนใบหน้า ทำให้เงินไหลไปยังคริปโตหรือออกนอกประเทศอย่างรวดเร็ว

คุณกระทิง เรืองโรจน์ พูนผล ประธาน KBTG ย้ำว่า 'การแก้คนเดียวไม่รอด' หัวใจสำคัญคือการใช้ AI ตรวจสอบพฤติกรรมการโอนเงินผิดปกติแบบ Real-time และความร่วมมือแบบ Cross-Industry เพื่อสกัดเส้นทางการเงินก่อนสายเกินไป

ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีการเงินและ AI ของไทย KBTG ระบุว่า ด้วยวิวัฒนาการของ AI ที่ก้าวกระโดด การโจมตีทางไซเบอร์จึงกว้างขึ้น ถี่ขึ้น และรุนแรงขึ้น การรับมือจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนจากหลายอุตสาหกรรม เพื่อส่งมอบองค์ความรู้และสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนอย่างเป็นวงกว้าง พร้อมผลักดันไอเดียจาก Hackathon ให้ต่อ ยอดสู่โซลูชันที่ใช้งานได้จริง

Samsung กับเกราะป้องกันระดับฮาร์ดแวร์

ด้าน Samsung มองว่าความปลอดภัยต้องเริ่มตั้งแต่อุปกรณ์ จึงพัฒนาฟีเจอร์ 'Auto Blocker' เพื่อป้องกันการติดตั้งแอปพลิเคชันแปลกปลอม ซึ่งเป็นช่องทางหลักของการถูกดูดเงิน ควบคู่กับระบบป้องกันระดับฮาร์ดแวร์อย่าง Samsung Knox และ Knox Vault

คุณสิทธิโชค นพชินบุตร President of Mobile Experience Division บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ระบุว่า ภัยไซเบอร์ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะบุคคล แต่เป็นความเสี่ยงเชิงระบบที่กระทบต่อความเชื่อมั่นเศรษฐกิจดิจิทัล ความปลอดภัยจึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน ซัมซุงจึงเปลี่ยนแนวคิดจากการแก้ไขหลังเกิดเหตุ ไปสู่การออกแบบโซลูชันที่ป้องกันได้ตั้งแต่ต้นทาง โดยใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบและพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่ได้มุ่งเพียงความล้ำสมัย แต่ต้องปกป้องผู้ใช้และหยุดความเสียหายได้จริง

อีกหนึ่งแผนสำคัญคือการเตรียมเปิดให้ผู้ใช้สามารถ ปิดสัญญาณ 2G ได้ เนื่องจากมิจฉาชีพมักใช้เครื่องส่งสัญญาณปลอม ส่ง SMS หลอกลวงผ่านระบบ 2G โดยตรงไม่ผ่านเครือข่ายหลัก การปิดช่องโหว่นี้จะช่วยลดโอกาสรับลิงก์อันตรายได้อย่างมาก

ด้านพลตำรวจตรี นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการ CCIB ระบุว่า จุดที่ลดความเสียหายได้มากที่สุดคือ 'ก่อนเงินถูกโอน' เพราะเมื่อธุรกรรมเกิดขึ้นแล้ว การติดตามเงินคืนทำได้ยาก แม้การจับกุมยังจำเป็น แต่ไม่เพียงพอ หากไม่สามารถหยุดยั้งได้ก่อนเกิดเหตุ การพัฒนาระบบเตือนและเครื่องมือที่ช่วยให้ประชาชนหยุดคิดก่อนตัดสินใจจึงสำคัญ

ปิดฉาก Hackathon สู่การใช้งานจริง

โครงการ Samsung x KBTG Digital Fraud Cybersecurity Hackathon ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันเพื่อรางวัล แต่เป็นการค้นหา 'ต้นแบบ' ที่จะนำไปใช้งานจริงกับคนไทยกว่า 70 ล้านคน ภายใต้แนวคิด Public-Private-People Partnership

สำหรับผู้ชนะ 3 ทีม ได้แก่ ทีม Bioguard Nexus คว้ารางวัลชนะเลิศจากผลงาน AI ป้องกันภัยไซเบอร์ ลดความเสี่ยงการสวมรอย และเพิ่มประสิทธิภาพสกัดบัญชีม้า รองชนะเลิศอันดับ 1 ร่วม ได้แก่ ทีม AI With Sati พัฒนาแพลตฟอร์มส่งเสริมการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบผ่านสถานการณ์จำลอง และทีม AntiScam พัฒนาแพลตฟอร์มตรวจจับการฉ้อโกงทางเสียงแบบเรียลไทม์พร้อมระบบอัจฉริยะด้านกฎหมายแจ้งเตือนระหว่างสายที่น่าสงสัย โดยทั้ง 3 ทีมได้รับเงินทุนสนับสนุนรวม 250,000 บาท เพื่อต่อยอดสู่การใช้งานจริง

บทสรุปสำคัญคือ เทคโนโลยีเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนที่ขาดไม่ได้คือ 'ความตระหนักรู้ของประชาชน'หากคนไทยรู้เท่าทันรูปแบบการหลอกลวง และภาครัฐ–เอกชนผนึกกำลังป้องกันอย่างจริงจัง ประเทศไทยย่อมมีโอกาสก้าวข้ามวิกฤตมิจฉาชีพในยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เปิดตัว TDPA สมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย รวม Grab, Lazada, LINE MAN, Shopee เป็นตัวแทนแพลตฟอร์มหารือกับภาครัฐ

TDPA หรือสมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย เปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยมีผู้ร่วมก่อตั้ง 4 ราย ได้แก่ Grab, Lazada, LINE MAN Wongnai และ Shopee...

Responsive image

เปิดตัว Samsung Galaxy S26 Series เมื่อมือถือไม่ได้เป็นแค่ Smartphone แต่คือ AI Agent ที่รู้ใจคุณ

สรุปจบในที่เดียว! Samsung Galaxy S26 Series เปิดตัวแล้ววันนี้ มาพร้อมจอ Privacy Display, ชิปเซ็ต AI ตัวแรง และฟีเจอร์ Agentic AI ที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณให้ง่ายขึ้น...

Responsive image

สัมภาษณ์พิเศษ AWS Thailand: มุมมองต่ออนาคตองค์กรไทยในยุค AI-First และเหตุผลที่ Frontier Agent อาจเป็น Game Changer

สัมภาษณ์พิเศษ คุณวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager AWS Thailand ว่าด้วย Agentic AI, Frontier Agent และยุคที่ AI ไม่ได้แค่ตอบคำถาม แต่ทำงานแทนได้จริง พร้อมมุมมองต่ออนาคต Developer ...