เจาะสเปก ‘Snap Specs’ แว่น AR สุดล้ำเพื่อคนทั่วไป

Snap เปิดตัว Specs แว่นตา Augmented Reality (AR) เครื่องแรกที่ทำมาเพื่อคนทั่วไป ไม่ใช่เฉพาะนักพัฒนาเหมือนรุ่นก่อน พร้อมอัดสเปกมาเต็มกว่าเดิมทั้งตัวเครื่องที่เบาลง จอที่ใหญ่ขึ้น เลนส์ที่ปรับความเข้มแสงเองได้ และระบบที่สั่งงานด้วยมือเปล่ากับเสียงได้ทั้งหมด

อีวาน สปีเกล ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Snap เปิดตัว Specs ในราคา 2,195 ดอลลาร์ พร้อมเงินมัดจำแบบคืนได้ 200 ดอลลาร์ เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้ว และจะวางจำหน่ายจริงปลายปีนี้ในสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส คุณอีวานนิยามตัวเครื่องว่าเป็น "Spatial Computer ที่เก่งที่สุด รับรู้สภาพแวดล้อมได้ดีที่สุด และเข้าถึงง่ายที่สุดเท่าที่มีในตลาดวันนี้" คราวนี้เราจะพาไปดูกันว่าตัวเครื่องทำอะไรได้บ้าง

ดีไซน์และวัสดุ เบาพอจะใส่ทั้งวัน

จุดที่ Snap เคลมหนักที่สุดคือน้ำหนักและความสบายในการสวมใส่ ตัวเฟรมทำจากพอลิเมอร์ TR90 จากสวิตเซอร์แลนด์ที่ Snap เรียกเล่น ๆ ว่า 'พลาสติกไทเทเนียม' เพราะทั้งเบาและทนทาน มีให้เลือกสองขนาด เฟรม 47 มิลลิเมตรหนักราว 132 กรัม ส่วน 52 มิลลิเมตรหนักราว 136 กรัม เบาพอจะใส่ได้ต่อเนื่องหลายชั่วโมง และยังถอดเปลี่ยนเลนส์สายตาได้ง่ายเวลาอยากส่งต่อให้เพื่อนหรือคนในครอบครัวลองใส่ เทียบกับ Spectacles รุ่นสำหรับนักพัฒนาแล้ว ตัวใหม่นี้บางลงและเบาลงชัดเจน

จอแสดงผลและเลนส์ปรับแสงเองได้

หัวใจของ Specs อยู่ที่ระบบแสดงผล ตัวเครื่องใช้จอแบบ Liquid Crystal on Silicon (LCoS) ที่ Snap พัฒนาเอง ฉายภาพผ่านท่อนำแสงแบบ Waveguide สเตอริโอที่ฝังอยู่ในเลนส์ ให้มุมมองภาพกว้าง 51 องศา แสดงผลได้ 16 ล้านสี

ที่เด็ดกว่านั้นคือเลนส์เป็นแบบ Electrochromic ที่ปรับความเข้มของแสงเองอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม อยู่ในร่มก็กลายเป็นแว่นใส ออกแดดก็เปลี่ยนเป็นแว่นกันแดดให้ทันที โดยที่ภาพดิจิทัลยังลอยอยู่ตรงหน้าได้ชัดทั้งในที่มืดและกลางแจ้ง ทำให้ใช้งานได้จริงทั้งในบ้านและนอกบ้านโดยไม่ต้องสลับแว่น

ขุมพลังและการรับรู้พื้นที่ ดีเลย์แค่ 7 มิลลิวินาที

ภายในติดตั้งกล้องความละเอียดสูงแบบ Full-Color สองตัว กล้อง Computer Vision แบบอินฟราเรดอีกสองตัว และเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว 6 แกน (IMU) ขับเคลื่อนด้วยชิป Qualcomm Snapdragon สองตัว แบ่งหน้าที่กันชัดเจน ตัวหนึ่งดูแลการรันเลนส์ อีกตัวจัดการงานด้าน Computer Vision โดยเฉพาะ

สิ่งที่ทำให้ Specs ต่างจากแว่นทั่วไปคือ Snap Spatial Engine ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่เข้าใจโลกรอบตัวผู้ใช้ ทำให้เลนส์หรือวัตถุดิจิทัลปรากฏขึ้นในพื้นที่จริงแบบสามมิติได้อย่างสมจริง จุดที่น่าทึ่งคือ Snap เคลมว่าตัวเครื่องมีค่าหน่วงจากการเคลื่อนไหวจนถึงภาพที่แสดงผล (Motion-to-Photon Latency) เพียง 7 มิลลิวินาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดเท่าที่เคยมีการประกาศต่อสาธารณะสำหรับอุปกรณ์ Extended Reality (XR) แบบ Six Degrees of Freedom (6DoF) ยิ่งค่าหน่วงต่ำ ภาพ AR ก็ยิ่งนิ่งและไม่ทำให้เวียนหัว

เรื่องพลังงาน Snap ระบุว่าใช้งานแบบผสมได้ราว 4 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และขยายได้ถึง 20 ชั่วโมงเมื่อรวมกับเคสชาร์จพกพาที่แถมมาในกล่อง พร้อมการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth

ควบคุมด้วยมือเปล่าและเสียง บนระบบ Snap OS

Specs ทำงานบน Snap OS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ Snap ออกแบบมาเพื่อแว่น AR โดยเฉพาะ ผู้ใช้สั่งงานทุกอย่างได้ด้วยการขยับมือเปล่า (Hand Tracking) และคำสั่งเสียงแบบธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งคอนโทรลเลอร์หรือสมาร์ตโฟน

แอปบน Specs เรียกว่าเลนส์ (Lenses) ซึ่งก็คือเอฟเฟกต์และโปรแกรม AR ที่ Snap เปรียบว่าเป็น 'แอปที่อยู่บนหน้าของคุณ' มีให้เลือกหลายร้อยตัวที่นักพัฒนาสร้างไว้ ครอบคลุมตั้งแต่เกม เครื่องมือใช้งานจริง ไปจนถึงประสบการณ์แบบแชร์ร่วมกัน นอกจากนี้ยังมีเว็บเบราว์เซอร์ในตัวให้เปิดเว็บได้โดยตรงผ่านแว่น

สิ่งที่ทำได้จริงด้วย Specs

กรณีใช้งานที่ Snap ชูคือการนำ AR มาทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การนำทางด้วยลูกศรและภาพซ้อนบอกทิศทางที่ลอยอยู่ตรงหน้า การวัดขนาดสิ่งของโดยไม่ต้องใช้ตลับเมตร ไปจนถึงการให้ AI ช่วยทำงานหรือโปรเจกต์ต่าง ๆ ตรงหน้า

คุณอีวานในฐานะพ่อของลูกชายสี่คน เล่าว่าได้ทดลองใช้ Specs ที่บ้านกับครอบครัวแล้ว "แทนที่จะให้เด็กก้มจ้องจอเล็ก ๆ เล่นคนเดียว พวกเขาวิ่งเล่นเลเซอร์แท็ก เรียนรู้เรื่องไดโนเสาร์ หรือต่อเลโก้ด้วยกันได้ มันสนุกมากจริง ๆ ที่ได้เล่นกับคอมพิวเตอร์แบบมองทะลุได้ เพราะมันเป็นสิ่งที่แชร์ร่วมกันได้"

ส่วนประเด็นความปลอดภัยของเด็ก คุณอีวานบอกว่าบริษัทมีแผนปล่อยเครื่องมือสำหรับผู้ปกครองภายในปลายปีนี้ เพื่อจำกัดชุดเลนส์ให้แคบลงและควบคุมฟีเจอร์บางอย่างในระดับระบบปฏิบัติการได้ เวลาแชร์แว่นให้ลูกวัยรุ่นใช้

เปิดทางนักพัฒนาสร้าง AI Agent ผ่าน Claude Code, Codex และ Cursor

สำหรับสายนักพัฒนา Snap อัปเกรด Lens Studio ซึ่งเป็นเครื่องมือสร้างเลนส์ ให้รองรับการพัฒนาแบบ Agentic ที่ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดได้ โดยเปิดฟีเจอร์รุ่นพรีวิวที่เชื่อมต่อกับเครื่องมือเขียนโค้ดด้วย AI ชั้นนำ ทั้ง Claude Code ของ Anthropic, Codex ของ OpenAI และ Cursor ทำให้สร้างเลนส์ AR ที่ฉลาดขึ้นได้เร็วและง่ายกว่าเดิม

ขณะที่ตัวเลนส์เองก็ดึงความสามารถจาก Application Programming Interface (API) ของ OpenAI และ Gemini มาเสริมประสบการณ์ AR ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้ คุณอีวานชี้ว่าตอนนี้มีนักพัฒนาจำนวนมากกำลังย้ายมาจากฝั่ง Virtual Reality (VR) หรือกำลังมองหาโอกาสใหม่ ๆ ในโลก AR

เดิมพันบนตลาดที่คู่แข่งทุนหนากว่า

แม้สเปกจะจัดเต็ม แต่ Specs ก็ลงสนามที่เต็มไปด้วยผู้เล่นกระเป๋าหนักกว่า ทั้ง Ray-Ban Meta ของ Meta ที่ทำร่วมกับ EssilorLuxottica และแว่น AI ของ Google ที่พัฒนาร่วมกับ Samsung, Warby Parker และ Gentle Monster โดย Meta และ Google ต่างมีธุรกิจโฆษณาดิจิทัลทำเงินมหาศาลมารองรับการลงทุนฮาร์ดแวร์ราคาแพง ขณะที่ Snap ยังขาดทุนมาตลอดทุกปีนับตั้งแต่เข้าตลาดหุ้น และเพิ่งตั้งบริษัทลูกชื่อ Specs Inc. เมื่อเดือนมกราคมเพื่อดูแลการพัฒนาแว่น AR โดยเฉพาะ หลังประกาศข่าว หุ้น Snap ปรับตัวลงราว 4% ในช่วงกลางวันของการซื้อขาย

ราคา 2,195 ดอลลาร์ก็ยังเป็นโจทย์ใหญ่ จิเทช อูบรานี ผู้จัดการฝ่ายวิจัยของ IDC มองว่า "นี่เป็นช่วงเวลาที่แย่ที่สุดสำหรับบริษัทไหนก็ตามที่จะเปิดตัวสินค้าพรีเมียม" โดยเฉพาะเมื่อฐานผู้ใช้หลักของ Snap เป็นคนรุ่นใหม่ที่ส่วนใหญ่ยังไม่มีกำลังจ่ายมากนัก แต่คุณอีวานก็ยังเชื่อว่าโลกหลังสมาร์ตโฟนกำลังจะมาถึง โดยมองว่าผู้คนเริ่ม "ตั้งคำถามกับความสัมพันธ์ที่ตัวเองมีต่อหน้าจอมากขึ้นจริง ๆ" ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดคอจากการก้มจ้องจอเล็ก ๆ หรือความรู้สึกว่ากำลังพลาดช่วงเวลาดี ๆ ในชีวิตไป

Specs เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้ว และมีกำหนดวางจำหน่ายจริงช่วงปลายปี 2026 ในสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส

ที่มา: CNBC, Engadget, Wareable

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ดีลประวัติศาสตร์ ทำไม SpaceX ต้องทุ่ม 6 หมื่นล้านเหรียญ เข้าซื้อกิจการสตาร์ทอัพ AI ‘Cursor’

สรุปดีลประวัติศาสตร์! SpaceX ทุ่ม 6 หมื่นล้านดอลลาร์ ฮุบกิจการสตาร์ทอัพ AI 'Cursor' เสริมแกร่งอาณาจักร xAI พร้อมเจาะลึกเบื้องหลังดีลยักษ์หลังทำ IPO ทุบสถิติโลก...

Responsive image

AMD ปิดดีลซื้อ MEXT สตาร์ทอัพหน่วยความจำ AI ที่ทำให้ Flash Memory ทำตัวเป็น DRAM ได้

AMD ปิดดีลซื้อ MEXT สตาร์ทอัพหน่วยความจำ AI จาก Santa Clara เจ้าของเทคโนโลยี Predictive Memory ที่ทำให้แฟลชราคาถูกทำงานแทน DRAM ลดต้นทุนศูนย์ข้อมูลได้ครึ่งหนึ่ง พร้อมแก้คอขวดหน่วยค...

Responsive image

UK เตรียม ‘แบนโซเชียลมีเดีย’ อายุต่ำกว่า 16 ปี ต้องสแกนหน้าเพื่อเข้าใช้งาน TikTok และ Instagram

อังกฤษเตรียมแบนเด็กต่ำกว่า 16 ปีเข้าใช้ TikTok และ Instagram บังคับยืนยันอายุด้วยการสแกนใบหน้าและ Digital ID พร้อมคุมแชทบอต AI ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ 400 คนเตือนความเสี่ยงด้านความเป็...