สรุปภารกิจนายกฯ บนเวทีโลก ในงานประชุม World Economic Forum 2025

นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยในงาน World Economic Forum (WEF) 2025 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-25 มกราคม 2025 ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปีที่ผู้นำรัฐบาลไทยได้เข้าร่วมในงานระดับโลกนี้ การเดินทางครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศไทย รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศต่างๆ เพื่อสร้างโอกาสทางการลงทุนและพัฒนาความสัมพันธ์ในระดับโลก

ภารกิจสำคัญในงาน WEF 2025

นายกรัฐมนตรีได้พบปะและหารือกับผู้นำต่างประเทศในหลายด้าน โดยมีการเจรจาและร่วมมือกับผู้นำของประเทศต่างๆ เช่น:

  • การสนับสนุนการเจรจาความตกลง FTA: นายกฯ ได้พบปะกับนายกรัฐมนตรีอาร์เมเนีย นีคอล พาชีเนียน และได้หารือถึงการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยและสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (EAEU) ที่อาร์เมเนียเป็นหนึ่งในสมาชิก ซึ่งได้เห็นพ้องกันถึงความสำคัญของการยกเว้นวีซ่าระหว่างประเทศเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว
  • เสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการค้า: นายกฯ ยังได้พบกับศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนุส ประธานคณะที่ปรึกษารัฐบาลบังกลาเทศ โดยได้หารือถึงการเจรจา FTA และเชิญชวนให้บังกลาเทศเข้าร่วมการประชุม Young Gen Forum ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ

การเสริมสร้างความมั่นใจด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและการลงทุน

นายกฯ ได้ใช้เวที WEF 2025 เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ:

  • การหารือกับ Salesforce: นายกฯ ได้พบกับนายซาบาสเตียน ไนล์ส ประธานฝ่ายกฎหมายของบริษัท Salesforce เพื่อหารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ยุคดิจิทัล โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยี Cloud และ AI รวมถึงการพัฒนาทักษะดิจิทัลของบุคลากรไทย
  • การส่งเสริม Soft Power และการท่องเที่ยว: นายกฯ ได้กล่าวเปิดงาน Thailand Reception โดยเน้นถึงศักยภาพของอาหารไทยและ Soft Power ของประเทศไทย พร้อมเชิญชวนนักลงทุนให้พิจารณาประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการลงทุน

การนำเสนอวิสัยทัศน์และนโยบาย

ในการประชุม Country Strategy Dialogue (CSD) นายกฯ ได้กล่าวถึงจุดแข็งของประเทศไทยใน 3 ด้านหลัก ได้แก่

  • เกษตรกรรมและอาหาร ซึ่งประเทศไทยเป็น “ครัวโลก”
  • เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น
  • อุตสาหกรรมที่ยั่งยืน

นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและการสร้างสภาพแวดล้อมทางการค้าที่เสรีและเปิดกว้าง

Session ที่นายกฯ ขึ้นพูด

นายกฯ ได้เข้าร่วมการเสวนา Betazone โดยมีหัวข้อ “Not Losing Sight of Soft Power” ซึ่งเน้นถึงความสำคัญของ Soft Power ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยได้พูดถึง 13 อุตสาหกรรมหลักที่รัฐบาลไทยสนับสนุน เช่น การท่องเที่ยว อาหาร ภาพยนตร์ แฟชั่น และเทศกาลต่างๆ รวมถึงการสนับสนุนในนโยบาย “หนึ่งครอบครัวหนึ่งซอฟพาวเวอร์” ที่เปิดโอกาสให้คนไทยได้แสดงความสามารถและสร้างรายได้ นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้กล่าวถึงแผนการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ตลอดเดือนเมษายนที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

การสร้างความร่วมมือกับ WEF

นายกฯ ได้หารือกับ Klaus Schwab ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร WEF และเสนอให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม WEF Special Meeting ในปี 2569 และการประชุม Young Global Leaders’ Summit เพื่อส่งเสริมศักยภาพของคนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้เชิญ Schwab เป็น Keynote Speaker ในการประชุม ACD High-level Conference on Global Architecture ที่ภูเก็ตในเดือนพฤษภาคม 2568

สรุป

การเข้าร่วมงาน WEF 2025 ของนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ได้แสดงให้เห็นถึงบทบาทที่สำคัญของประเทศไทยในเวทีโลก โดยการนำเสนอนโยบายด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ อีกทั้งยังมีการส่งเสริมการลงทุนและการขับเคลื่อน Soft Power ของไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล

"ประเทศไทยพร้อมแล้วสำหรับการลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีกว่า" นายกฯ กล่าวทิ้งท้าย

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Gemini เปิดตัว Lyria 3 โมเดลแต่งเพลง ใช้ได้ในไทย แค่มีรูปภาพหรือไอเดียก็เปลี่ยนเป็น Track ได้ในไม่กี่วินาที

Google เปิดตัว Lyria 3 ฟีเจอร์แต่งเพลงขั้นล้ำบน Gemini ใช้ได้แล้วในไทย! เปลี่ยนรูปภาพและไอเดียเป็นเพลง 30 วินาทีพร้อมเนื้อร้องและหน้าปกอัลบั้มในพริบตา พร้อมระบบ SynthID ป้องกันลิขส...

Responsive image

ส่องแผนรับมือของไทย ในวันที่เจอ ‘หลุมอากาศ’ การค้าโลก เมื่อโลกเปลี่ยนทิศ ไทยต้องปรับตัวอย่างไร ในวันที่ Geopolitics นำหน้าการค้า

ในเวทีเสวนา “Navigating Global Trade Shifts: Strategic Implications for Thailand” เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา ถือเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญในการวางทิศทางเศรษฐกิจไทย เมื่...

Responsive image

นักวิจัยเกาหลีใต้พัฒนา ‘หมวกแสง OLED’ ที่ช่วยยับยั้งสารก่อผมร่วงได้ถึง 92% และยืดหยุ่นสูง ใส่ออกข้างนอกได้

นักวิจัย KAIST พัฒนาหมวกแสง OLED ยืดหยุ่นสูง ใช้คลื่นอินฟราเรดระยะใกล้ ยับยั้งเอนไซม์ก่อผมร่วงได้ 92% ในระดับเซลล์ เหนือกว่าหมวกเลเซอร์แบบเดิม เตรียมปฏิวัติวงการแก้ผมร่วง...