ตลกร้ายยุค AI สตาร์ทอัพสายเทคฯ จ้างคนตกงานมาช่วย “เทรน AI” สอนเอไอให้ทำงานแทนตัวเอง

Mercor  จ้างคนตกงานมาช่วย “เทรน AI” สอนเอไอให้ทำงานแทนตัวเอง

ตลาดแรงงานในช่วงปีที่ผ่านมาต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก ทั้งการเลิกจ้าง ค่าแรงที่ชะลอตัวและงานใหม่ที่หายาก ส่งผลให้อัตราการว่างงานพุ่งสูงที่สุดในรอบ 4 ปี ในขณะเดียวกันสังคมยังคงถกเถียงกันไม่จบว่า AI จะเข้ามาแย่งงานมนุษย์จริงหรือไม่ แต่สตาร์ทอัพเทคโนโลยีหลายแห่งกลับเดินหน้าเร่งกระบวนการนี้ หนึ่งในกรณีที่ถูกพูดถึงคือ Mercor บริษัท AI จากซานฟรานซิสโกที่จ้างคนว่างงานมาฝึก AI ให้ทำงานแบบเดียวกับงานที่พวกเขาเคยทำ

เมื่อคนตกงานต้องฝึก AI มาแทนที่ตัวเอง

รายงานจาก The Wall Street Journal ระบุว่า Mercor ได้เปิดรับผู้รับจ้างอิสระจำนวนมากให้ช่วยติดป้อนข้อมูล ให้คะแนน และตรวจงานต่างๆ ที่ AI สร้างขึ้น เพื่อพัฒนาโมเดลให้มีความแม่นยำขึ้น งานเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็คืองานที่กำลังถูก AI เข้ามาแทนที่ ไม่ว่าจะเป็นการตัดต่อวิดีโอ งานสื่อ หรือการเขียนข่าว สถานการณ์นี้สร้างความรู้สึกตลกร้ายให้กับคนทำงานอยู่ไม่น้อย อย่างเช่น เคที วิลเลียมส์ อดีตนักตัดต่อวิดีโอวัย 30 ปี ที่ทำงานให้ Mercor มากว่า 6 เดือน โดยรับหน้าที่ใส่คำบรรยายและให้คะแนนคลิปที่ AI สร้างขึ้น เธอเล่าพร้อมกับเพื่อนๆ ว่าเหมือนกำลังฝึก AI ให้มาแย่งงานตัวเองในอนาคต 

ธุรกิจ AI โตขึ้น แต่คนทำงานกลับไม่มั่นคง

แม้การจับมือกับยักษ์ใหญ่อย่าง OpenAI และ Anthropic จะทำให้ธุรกิจของ Mercor เติบโตพุ่งพรวดจนจ้างคนได้หลายหมื่นคน แต่ชีวิตคนทำงานกลับไม่มีความมั่นคง เห็นได้จากที่บริษัทเคยปลดคนออกยกแผง แล้วจ้างคนกลุ่มเดิมกลับมาทำหน้าที่คล้ายๆ กัน แต่ให้ค่าแรงถูกลง ความเข้มงวดในการทำงานก็สูงมาก ผู้รับจ้างต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ติดตามเวลาการทำงานบนคอมพิวเตอร์เพื่อป้องกันการอู้งาน แต่ที่น่าตลกคือระบบตรวจสอบกลับไปจับได้ว่ามีคนงานบางคนแอบ ใช้ AI มาทำงานส่ง ซึ่งเป็นการใช้ AI ตรวจงาน AI อีกที ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดเงื่อนไขและผิดกฎบริษัทเต็มๆ

AI จะมาแทนคนได้จริงแค่ไหน ?

สถานการณ์นี้ยิ่งทำให้คนกลัวว่า AI จะมาแย่งงานมนุษย์จริงๆ ขนาด เจฟฟรีย์ ฮินตัน ที่ได้ชื่อว่าเป็น 'บิดาแห่ง AI' ยังเคยเตือนว่าพอถึงปี 2026 ที่เทคโนโลยีเก่งขึ้น งานจำนวนมากจะถูกแทนที่แน่นอน ซึ่งข้อมูลนี้ก็ไปตรงกับงานวิจัยของ MIT ที่บอกว่าตอนนี้งานของคนอเมริกันกว่า 20 ล้านตำแหน่ง สามารถใช้ AI ทำแทนได้แล้ว คิดเป็นมูลค่าค่าจ้างมหาศาลกว่า 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ในมุมกลับกันก็ไม่ใช่ทุกคนจะเชื่อว่า AI เก่งพอจะแทนคนได้หมด นอกจากนี้ทนายความที่มารับจ้างเทรน AI ยังบอกว่ายิ่งได้ลองทำ เธอยิ่งเห็นชัดเลยว่า AI ยังมีจุดอ่อนอีกเยอะ

เรื่องนี้มีงานวิจัยจาก มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน มายืนยันด้วย โดยพบว่าต่อให้เป็น AI รุ่นเทพที่สุดที่มีตอนนี้พอเอาไปทำงานออฟฟิศจริงๆ ก็ยังทำพลาดไปถึง 70% 

สรุป

ท้ายที่สุด การจ่ายเงินให้คนว่างงานในตลาดแรงงานที่ซบเซา เพื่อมาฝึก AI ที่อาจเข้ามาแทนที่พวกเขา กลายเป็นภาพสะท้อนที่เจ็บปวดของเศรษฐกิจยุค AI คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ว่า AI จะพัฒนาไปได้ไกลแค่ไหน แต่เป็นเรื่องที่สังคมต้องคิดว่าจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร เมื่อแรงงานต้องทำงานร่วมกับสิ่งที่จะกลายเป็นคู่แข่งของตัวเอง

อ้างอิง: futurism

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

SCBX Group แต่งตั้ง 'จิมมี่ ฟาน' นั่ง CEO คนใหม่ของ CardX มีผล 1 พ.ค. 2569

กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ (SCBX) ประกาศแต่งตั้ง คุณจิมมี่ ฟาน (Jimmy Fan) ขึ้นดำรงตำแหน่ง CEO บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด (CardX) คนใหม่ มีผลตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นส่วนหนึ่งของแผน Success...

Responsive image

โลกสุขภาพเปลี่ยนไปแล้ว เราจะปั้นหมอยุคใหม่อย่างไร ให้เข้าใจทั้งเทคโนโลยีและหัวใจคน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า ‘Healthspan’ เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในวงการสุขภาพ และไม่ใช่แค่ในเชิงทฤษฎี แต่กำลังกลายเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญจริงจัง...

Responsive image

สรุปของใหม่จากงาน HP Imagine 2026 เมื่อ HP ไม่ได้แค่ขายคอมพิวเตอร์ แต่กำลังสร้าง 'โครงสร้างพื้นฐาน AI' ให้คนทำงาน

Techsauce มีโอกาสได้เป็นหนึ่งในสื่อจากทั่วโลกที่เข้าร่วมงาน HP Imagine 2026 ที่ New York สหรัฐฯ จึงไม่พลาดสรุปทุกสิ่งที่เปิดตัว พร้อมวิเคราะห์ว่าทำไม HP ถึงวางกลยุทธ์แบบนี้ในจังหวะ...