The 1 Insight เผยเทรนด์การใช้จ่ายช่วงสงกรานต์ 2567

     สงกรานต์กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า The 1 Insight ร่วมกับ CRC VoiceShare วิเคราะห์ตัวเลขและประเมินการใช้จ่ายช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2567 พบว่า เมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา ปีนี้ถือว่าคึกคักพอสมควร โดยเฉพาะเมื่อภาครัฐกำหนดให้เฉลิมฉลองได้ถึง 21 วัน จึงช่วยหนุนเศรษฐกิจในพื้นที่ให้เติบโตขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นและเป็นสัญญาณบวกในการจับจ่ายใช้สอยที่เพิ่มขึ้นตามลำดับ 

     ทาง The 1 Insight ร่วมกับ CRC VoiceShare เผยว่าสงกรานต์ปีนี้ พื้นที่ในต่างจังหวัดจะมียอดการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า โดยสูงสุด ใน 5 หัวเมืองใหญ่ ทั้งภูเก็ต ระยอง อุดรธานี จันทบุรี และชลบุรี 

สงกรานต์‘67 คนไทยทำอะไร

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงเทศกาลหยุดยาว ย่อมมาคู่กับการท่องเที่ยว โดย 60% ของคนไทยมีแผนเที่ยวในประเทศ หรือเดินทางกลับภูมิลำเนาบ้านเกิด ซึ่งวางแผนค่าใช้จ่ายโดยประมาณอยู่ที่ 9,000 - 18,000 บาทต่อคน แบ่งเป็น 

  • ค่าเดินทาง เฉลี่ย 5,000 - 10,000 บาท โดยส่วนใหญ่ 72% เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว, 15% เดินทางโดยขนส่งสาธารณะ และ 13% เดินทางโดยเครื่องบิน
  • ค่าที่พัก เฉลี่ย 1,000 - 3,000 บาท 
  • ค่ากิน - เที่ยว เฉลี่ย 3,000 - 5,000 บาท 

ส่วนกลุ่มที่มีแผนเดินทางต่างประเทศคาดว่าจะมีประมาณ 10%  ส่วนมากวางแผนไปประเทศญี่ปุ่น ตามด้วยประเทศอื่นๆ ในแถบเอเชียไม่ว่าจะเป็นจีน ไต้หวัน และเวียดนาม

ในส่วนของกิจกรรมหลักๆ ที่คนไทยทำในช่วงสงกรานต์ ยังคงเป็นการใช้เวลากับครอบครัว ไปห้างสรรพสินค้า และรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เหมือนทุกๆ ปี

นอกจากนี้ The 1 Insight ยังได้แบ่งกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมในช่วงสงกรานต์ ประกอบด้วย

1. กระเป๋ากันน้ำ +260% 

2. พัดลม +250% 

3. เครื่องปรับอากาศ +230% 

4. เสื้อลายดอก +110% 

5. น้ำแข็ง +70% 

6. ไอศกรีม +60% 

7. แป้งทาตัว +50% 

8. ครีมกันแดด +40% 

9. ยาดม +30% 

10. น้ำยาเปลี่ยนสีผม +20% 

ฟรีวีซ่าไทย-จีน นักท่องเที่ยวจีนกลับมาทวงคืนบัลลังก์

    สำหรับภาพรวมการท่องเที่ยวในไทยปีนี้ ช่วงสงกรานต์ยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้มาก โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน มาเลเซีย และรัสเซีย โดยคาดว่ามูลค่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนจะเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 10 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และนักท่องเที่ยวจีนยังเป็นกลุ่มที่ใช้จ่ายมากเป็นอันดับ 1 แซงหน้านักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย และในแง่ของจำนวนนักท่องเที่ยวก็เพิ่มขึ้นไปด้วย ตามนโยบายฟรีวีซ่าไทย-จีน

    หลายคนอาจมีภาพจำว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทยมากที่สุดคือ  นักท่องเที่ยวจีน ทว่าช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาไทยมากที่สุดกลับเป็นมาเลเซีย ส่วนจีนอยู่ในอันดับ 2 โดยปัจจัยที่ทำให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของชาวมาเลเซียอยู่ที่การช้อปปิ้ง อาหารอร่อย และสถานที่ท่องเที่ยวทางภาคใต้ของไทย ก็มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงมีวิถีการกิน การใช้ชีวิต ใกล้เคียงกับการใช้ชีวิตของชาวมุสลิมมาเลเซีย ทำให้ชาวมาเลย์ปักหมุดเลือกไทยเป็นสถานที่พักผ่อนและให้รางวัลชีวิต

    ซึ่งข้อมูลดังกล่าวของ The 1 Insight สอดคล้องกับข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่คาดการณ์ไว้ว่านักท่องเที่ยวจีนจะเดินทางมาไทยมากที่สุด และเมื่อรวมนักท่องเที่ยวทั่วโลกอาจมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 5 ล้านคน และสร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 5 พันล้านบาท

    การใช้จ่ายในช่วงสงกรานต์มีผลกระทบอย่างมากต่อภาคเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในปีนี้ที่ภาครัฐมีความยืดหยุ่นในการเฉลิมฉลองมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงเทศกาลนี้ 

ข้อมูลจาก The 1 Insight


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

32 เครือข่ายร่วมกับ NIA อว. สร้าง 'Medical Innovation Hub' ลดพึ่งพาต่างชาติ ด้วยการสร้างและส่งออกนวัตกรรมการแพทย์เอง

NIA เปิดตัว 32 ภาคีเครือข่ายที่ร่วมยกระดับไทยจาก 'ผู้ให้บริการทางการแพทย์และผู้รับจ้างผลิต' สู่ 'ศูนย์กลางนวัตกรรมการแพทย์ (Medical Innovation Hub)' ที่สามารถออกแบบ พัฒนา และต่อยอด...

Responsive image

ททท. จับมือ Visa เปิดตัว Visa Destinations ดันไทยสู่จุดหมายระดับโลกที่เที่ยวง่าย จ่ายคล่อง

วีซ่าจับมือ ททท. ดันไทยเป็นตลาดแรกและประเทศเดียวในเอเชียแปซิฟิกที่ได้สถานะ Visa Destinations ระดับประเทศ ยกระดับการท่องเที่ยวขาเข้าให้สะดวก ปลอดภัย และไร้รอยต่อ ครอบคลุม 8 เมืองหลั...

Responsive image

Grab หั่น GP เหลือ 9% สมัครร่วมโครงการฯ กับ GrabFood ในวันที่ 10 มิถุนายน 2569

Grab Thailand ขานรับนโยบายรัฐหั่น GP เหลือ 9% พร้อมอัดสินเชื่อร้านอาหารสูงสุด 2 ล้านบาท และแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ 10 เด้ง ดันยอดขายฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ อ่านขั้นตอนสมัครที่นี่...