ถึงคิวกวาดล้างโปรไฟล์ปลอม! Tinder เริ่มบังคับใช้ "Face Check" ระบบสแกนใบหน้ายืนยันตัวตนในสหรัฐฯ

หมดเวลาของสแกมเมอร์และโปรไฟล์ปลอมแล้วหรือยัง? Tinder แอปหาคู่ยักษ์ใหญ่กำลังยกระดับมาตรการความปลอดภัยไปอีกขั้น ด้วยการเริ่มทดลองใช้ฟีเจอร์ "Face Check" ซึ่งเป็นระบบบังคับยืนยันตัวตนด้วยการจดจำใบหน้าในสหรัฐอเมริกา โดยประเดิมที่แรกกับผู้ใช้ใหม่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย

สำนักข่าว Axios รายงานว่า นับจากนี้ไป ผู้ใช้ใหม่ในแคลิฟอร์เนียที่ต้องการสร้างบัญชี Tinder จะต้องผ่านกระบวนการ Face Check ซึ่งกำหนดให้ผู้ใช้ต้องถ่ายวิดีโอเซลฟี่สั้นๆ เพื่อให้ระบบ AI ตรวจสอบข้อมูลทางไบโอเมทริกซ์ (Biometric) และยืนยันว่าใบหน้าของบุคคลนั้นตรงกับรูปที่ใช้ในโปรไฟล์จริงๆ

เป้าหมายหลักของฟีเจอร์นี้ คือการปราบปรามการสร้างบัญชีปลอม การสวมรอย และที่สำคัญคือการต่อสู้กับบอทที่นับวันยิ่งฉลาดขึ้นจากการใช้รูปภาพที่สร้างโดย AI ได้อย่างแนบเนียน เมื่อผู้ใช้ผ่านการตรวจสอบ ก็จะได้รับ "Verified Badge" หรือเครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้าอันคุ้นเคย เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของโปรไฟล์ที่น่าเชื่อถือ

นอกจากการจับคู่ใบหน้ากับรูปโปรไฟล์แล้ว ระบบ Face Check ยังมีความสามารถในการตรวจสอบว่าใบหน้าของผู้ใช้ถูกนำไปใช้ในหลายบัญชีหรือไม่ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันการ "แคทฟิช" (Catfish) หรือการที่มิจฉาชีพนำรูปของบุคคลอื่นไปสร้างโปรไฟล์ปลอมเพื่อหลอกลวง

Yoel Roth หัวหน้าฝ่ายความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของ Match Group (บริษัทแม่ของ Tinder) กล่าวกับ Axios ว่า "Face Check มีจุดประสงค์หลักเพื่อยืนยันว่าบุคคลนี้เป็นคนจริง มีชีวิตจริง ไม่ใช่บอทหรือบัญชีที่ถูกปลอมแปลงขึ้นมา"

เป็นที่น่าสังเกตว่า Face Check นั้นเป็นคนละระบบกับ "ID Check" ที่มีอยู่เดิม ซึ่งเป็นการยืนยันตัวตนและอายุผ่านเอกสารที่ออกโดยรัฐบาล แต่ Face Check จะเน้นที่การยืนยัน "ความมีตัวตนจริง" ผ่านวิดีโอเซลฟี่เท่านั้น แม้ว่าก่อนหน้านี้ Tinder จะมีระบบยืนยันตัวตนด้วยวิดีโอเซลฟี่มาตั้งแต่ปี 2023 แต่ไม่เคยเป็นข้อบังคับ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้การยืนยันตัวตนกลายเป็นเงื่อนไขจำเป็นสำหรับผู้ใช้ในพื้นที่ทดลอง

ในประเด็นด้านความเป็นส่วนตัว Tinder ย้ำว่าวิดีโอเซลฟี่ที่ผู้ใช้อัปโหลดจะถูกลบทิ้งทันทีหลังกระบวนการยืนยันเสร็จสิ้น แต่จะมีการจัดเก็บ "แผนที่ใบหน้าที่เข้ารหัสและไม่สามารถย้อนกลับได้" (Non-Reversible, Encrypted Face Map) เอาไว้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนกลับมาได้ แต่มีประโยชน์ในการใช้ตรวจสอบและป้องกันการสร้างบัญชีซ้ำโดยใช้ใบหน้าเดิมในอนาคต

ก่อนจะมาถึงสหรัฐฯ ฟีเจอร์ Face Check ได้ผ่านการทดสอบนำร่องมาแล้วในโคลอมเบียและแคนาดา ซึ่ง Roth ระบุว่าได้ผลลัพธ์ที่ "น่าพอใจ" ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์มและลดจำนวนรายงานเกี่ยวกับผู้ไม่หวังดีได้อย่างมีนัยสำคัญ

จากนี้ไป Tinder จะจับตาดูผลตอบรับจากผู้ใช้ในแคลิฟอร์เนียอย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจว่าจะขยายการบังคับใช้ฟีเจอร์นี้ไปทั่วทุกรัฐในสหสหรัฐอเมริกาต่อไปหรือไม่

ที่มา: The Verge

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Human of Tomorrow’ ในมุมคุณศุภจี อนาคตไทยต้องสร้างพร้อมกันทั้งคน ธุรกิจ และประเทศ (มุม Storytelling)

การพูดถึง ‘มนุษย์แห่งอนาคต’ มักพาเราไปสู่คำถามเรื่องทักษะ AI หรืออาชีพที่จะเปลี่ยนไป ทว่าคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ วางภาพนี้ไว้กว้างกว่าน...

Responsive image

Google เปิดตัว Gemini 3.8 Live AI ที่พูดไปคิดไปได้แบบมนุษย์ รองรับการแปลสดถึง 97 ภาษาทั่วโลก

Google เปิดตัว Gemini 3.8 Live และ 3.8 Live Extended Thinking โมเดลเสียงที่คิดไปคุยไปพร้อมกัน รองรับ 97 ภาษา สลับได้เองกลางบทสนทนา เรียกใช้เครื่องมือเบื้องหลังโดยไม่ทำให้บทสนทนาสะด...

Responsive image

Meta เปิดตัว Meta One พร้อม 50+ ฟีเจอร์บน Instagram, Facebook และ WhatsApp จ่ายเพิ่มแล้วได้อะไร ?

Instagram, Facebook และ WhatsApp เป็นแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้คุ้นกับการใช้งานฟรี ขณะที่แบรนด์และครีเอเตอร์จ่ายเงินซื้อโฆษณาเพื่อเข้าถึงคนมากขึ้นมาโดยตลอด แต่ Meta กำลังเพิ่มทางเลือกใหม่ด...