อังกฤษอัดงบ 1 พันล้านปอนด์ แก้วิกฤตคนรุ่นใหม่ตกงาน ดึงนายจ้างรับเด็กจบใหม่ เร่งสร้างงาน 200,000 ตำแหน่ง

รัฐบาลสหราชอาณาจักรภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี Keir Starmer เตรียมอัดฉีดงบประมาณกว่า 1 พันล้านปอนด์ (ราว 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อรับมือวิกฤตการว่างงานในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น โดยตั้งเป้าสร้างงานใหม่ถึง 200,000 ตำแหน่ง ผ่านมาตรการจูงใจภาคธุรกิจให้จ้างแรงงานอายุน้อยมากขึ้น

มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย “New Deal” ที่จะประกาศโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและบำนาญ Pat McFadden โดยรัฐบาลจะมอบเงินสนับสนุนให้กับนายจ้างสูงสุด 3,000 ปอนด์ต่อคน สำหรับการจ้างงานผู้มีอายุ 18–24 ปี ที่ว่างงานต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือน และคาดว่าจะช่วยคนได้ราว 60,000 คน

นอกจากนี้ ยังมีแรงจูงใจเพิ่มเติมสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) โดยจะให้เงินสนับสนุน 2,000 ปอนด์ต่อการรับเด็กฝึกงาน (apprenticeship) อายุ 16–24 ปี รวมถึงขยายโครงการรับประกันงาน 6 เดือน สำหรับผู้ที่หางานไม่ได้เกิน 18 เดือน จากเดิมจำกัดอายุ 21 ปี เป็น ขยายถึง 24 ปี

คนรุ่นใหม่เกือบ 1 ล้านคนหลุดจากระบบ

ปัจจุบัน สหราชอาณาจักรมีเยาวชนเกือบ 1 ล้านคนอยู่ในกลุ่ม NEET (Not in Education, Employment or Training) หรือไม่ได้เรียน ไม่ได้ทำงาน และไม่ได้ฝึกอาชีพ ซึ่งสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของตลาดแรงงาน

อัตราการว่างงานของคนอายุ 16–24 ปีพุ่งสูงกว่า 16% และเป็นครั้งแรกที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรปในรอบหลายปี สถานการณ์นี้ยิ่งเลวร้ายลงจากหลายปัจจัย ทั้งการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ภาษีเงินเดือนที่สูงขึ้น กฎหมายแรงงานใหม่ที่เพิ่มต้นทุนให้ธุรกิจ และแรงกดดันจาก AI ที่เริ่มเข้ามาแทนงานระดับเริ่มต้น

วิกฤตแรงงาน กลายเป็นแรงสั่นสะเทือนทางการเมือง

ปัญหาการว่างงานในกลุ่มคนรุ่นใหม่ไม่ได้กระทบแค่เศรษฐกิจ แต่ยังสะเทือนถึงภูมิทัศน์ทางการเมือง โดยพบว่า คนรุ่นใหม่จำนวนมากหันไปสนับสนุนพรรค Green Party ขณะที่ชายหนุ่มที่ว่างงานบางส่วนเริ่มเอนเอียงไปทางพรรคขวาจัดอย่าง Reform UK สะท้อนความไม่พอใจต่อระบบเศรษฐกิจและโอกาสที่ลดลง

รัฐ vs เอกชน ใครคือสาเหตุของปัญหา?

แม้มาตรการใหม่จะได้รับการมองว่า “มาถูกทาง” จากภาคธุรกิจบางส่วน แต่ก็ยังถูกวิจารณ์อย่างหนักจากฝ่ายค้าน โดยพรรค Conservative ชี้ว่า นโยบายของรัฐบาลเอง เช่น การขึ้นภาษีและกฎหมายแรงงานใหม่ เป็นตัวการที่ทำให้ต้นทุนการจ้างงานสูงขึ้น และซ้ำเติมปัญหาการว่างงาน

ด้านองค์กรตัวแทนภาคการจ้างงานระบุว่า มาตรการนี้ “ช่วยได้ แต่ยังไม่พอ” หากรัฐบาลไม่แก้ปัญหาต้นทุนแรงงานโดยรวม

อีกด้านของวิกฤต ค่าพลังงานกดดันครัวเรือน

นอกจากปัญหาการจ้างงาน รัฐบาลยังเผชิญแรงกดดันจากวิกฤตราคาพลังงาน โดยเฉพาะครัวเรือนกว่า 1.5 ล้านหลัง ที่ใช้น้ำมันทำความร้อน ซึ่งราคาพุ่งสูงตามตลาดโลก และไม่ได้อยู่ภายใต้เพดานราคาพลังงานเหมือนก๊าซและไฟฟ้า

Keir Starmer ประกาศชัดว่า รัฐบาลจะไม่ยอมให้บริษัทฉวยโอกาสขึ้นราคา และหากพบการเอาเปรียบผู้บริโภค จะดำเนินคดีตามกฎหมาย

เดิมพันใหญ่ของรัฐบาลแรงงาน

มาตรการ £1 พันล้านครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาว่างงานระยะสั้น แต่เป็นการเดิมพันเชิงนโยบาย ของรัฐบาลแรงงานในการ ฟื้นความเชื่อมั่นของคนรุ่นใหม่ ปรับสมดุลตลาดแรงงานในยุค AI และลดแรงกดดันทางการเมืองจากทั้งซ้ายและขวา

คำถามสำคัญคือ เงินอุดหนุนจะเพียงพอกระตุ้นการจ้างงานจริงหรือไม่ หรือสุดท้ายแล้ว ปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจอังกฤษยังต้องการการปฏิรูปที่ลึกกว่านี้

อ้างอิง: Bloomberg

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

นายกฯ หารือ Canva ดัน Creative Economy ไทยสู่ตลาดโลก พร้อมชวนตั้งสำนักงานภูมิภาคและศูนย์วิจัย AI-Design

เอกนิติเผยผลภารกิจของนายกฯ ที่ออสเตรเลีย รัฐบาลชวน Canva ตั้งสำนักงานภูมิภาคและศูนย์วิจัย AI-Design ในไทย ตั้งเป้าช่วย SME 40,000 ราย เพิ่ม Canva Creators ไทยจาก 190 เป็น 1,000 คน ...

Responsive image

สรุปฟีเจอร์ Google Search อัปเดตใหม่ สแกนการบ้าน - ปั้นโมเดล 3D ติวสอบครบในที่เดียว

Google อัปเดตใหญ่ Search, Lens และ Gemini ต้อนรับเปิดเทอม แปลงหน้าค้นหาเป็น Interactive Learning Space พร้อมแจกสิทธิ์ Google AI ฟรี 12 เดือนแก่นักศึกษา...

Responsive image

เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับบริการ เคลมไม่ต้องสำรองจ่าย ผนึก iClaim เพิ่มทางเลือกรักษาในโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ 

เมืองไทยประกันชีวิตขยายบริการ Health Claim ผ่านระบบ iClaim เชื่อมโรงพยาบาลรัฐกว่า 400 แห่งทั่วประเทศ ให้ลูกค้าใช้สิทธิประกันสุขภาพแบบ Cashless Claim ลดภาระสำรองจ่ายและเพิ่มความสะดว...