VISA เผยมากกว่าร้อยละ 82 ของคนไทยยุคใหม่สามารถอยู่ได้โดยไม่พึ่งเงินสดเน้น Cashless society นานถึง 8 วัน

การทำธุรกรรมทางการเงิน อีกหนึ่งตัววัดการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยจากอดีตสู่ปัจจุบันและบ่งบอกพฤติกรรมการใช้ชีวิตของมนุษย์ที่เกิดการเปลี่ยนเปลงแต่ละช่วงเวลาจากเทคโนโลยีด้านการเงินได้อย่างชัดเจน 

คงปฎิเสธไม่ได้ว่าการชำระเงินในเเบบเดิมของคนไทยเริ่มมีการเปลี่ยนเเปลงมาตลอดหลายปีหลังจากเทคโนโลยี อย่าง Smart Phone, Social Media ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันที่มนุษย์ขาดไม่ได้ 

ผลการสำรวจเกี่ยวกับการศึกษาเรื่องทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภคประจำปี 2563 จัดทำโดย CLEAR ในนามของ วีซ่า เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2563 ในแปดประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียรมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม โดยมีการทำแบบสอบถามทั้งหมด 7,500 ราย ซึ่งรวมถึง 1,000 รายในประเทศไทย ในกลุ่มคนอายุระหว่าง 18 – 65 ปี และมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน

Visa หนึ่งในผู้ให้บริการด้านการชำระเงินในระดับโลก ที่ทำการสำรวจพฤติกรรมการทำธุรกรรมทางการเงินมาอย่างต่อเนื่องโดยมีเเนวคิดที่มองเห็นถึงการเปลี่ยนเเปลงของผู้บริโภคตลอดเวลาข้อมูลของผู้บริโภค ตั้งเเต่ข้อมูลพื้นฐาน ความต้องการ ไปจนถึงสถิติตัวเลขของคนที่หันมาชำระเงินเเบบ Cashless society ที่เปลี่ยนเเปลงทุกปี จากผลการสำรวจล่าสุดเกี่ยวกับการศึกษาเรื่องทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภคประจำปีของ Visa ล่าสุดนี้ได้สะท้อนให้เห็นว่ามากกว่าสี่ในห้าของคนไทยร้อยละ 82 ได้ลองใช้ชีวิตเเบบไร้เงินสดได้มากกว่าหนึ่งสัปดาห์ หรือ 8 วัน

สถานการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้นได้กระตุ้นให้ผู้บริโภคที่ไม่เคยใช้วิธีการชำระเงินแบบคอนแทคเลสหันมาทดลองแตะเพื่อจ่ายแทนเงินสดมากขึ้น โดยผู้บริโภคเลือกทดลองแตะเพื่อจ่ายผ่านสมาร์ทโฟนมากที่สุดเป็นอันดับแรกร้อยละ 26  ตามด้วยแตะเพื่อจ่ายผ่านบัตรคอนแทคเลส ร้อยละ 23  และสแกนจ่ายผ่านคิวอาร์โค้ดร้อยละ21 

คุณสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการ VISA ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีจำนวนผู้บริโภคที่หันมาเลือกใช้วิธีการชำระเงินในรูปแบบดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมายิ่งเป็นเสมือนตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น ซึ่งปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนพร้อมกันทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน เราเชื่อว่าพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปอย่างถาวร”

การเเพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ทำให้ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ Cashless society เเบบเต็มรูปแบบเร็วขึ้นถึง 4 ปี

จากการคาดการณ์ถึงรูปแบบการชำระเงินของประเทศไทยว่าจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ สังคมไร้เงินสด หรือ Cashless society ได้อย่างเต็มรูปแบบในปีไหน จากผลสำรวจก่อนการเเพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ทำให้เราเห็นว่าคนส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะปรับพฤติกรรมการชำระเงินเข้าสู่ Cashless society เเบบเต็มรูปแบบในปี 2030 

เเต่ปัจจุบันเมื่อเกิดเหตุการเเพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 จากผลการสำรวจใหม่ในด่านความคิดเห็นของผู้บริโภคพบว่าคนส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่ Cashless society เเบบเต็มรูปแบบในปี 2026 ซึ่งเร็วขึ้นถึง 4 ปี โดยมีเหตุผลข้อดีของ Cashless society เข้ามาสนับสนุน ดังนี้

  • ร้อยละ 61 ให้เหตุผลว่า ช่วยยับยั้งการเเพร่ระบาดของเชื้อโรค
  • ร้อยละ 60 ให้เหตุผลว่า ไม่ต้องต่อคิวไปธนาคาร
  • ร้อยละ 58 ให้เหตุผลว่าตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบัญชีได้ง่ายขึ้น

โดยผู้บริโภคชาวไทยรับรู้และคุ้นเคยกับการชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ดมากที่สุดร้อยละ 94  ตามด้วยวิธีการชำระเงินแบบแตะเพื่อจ่ายผ่านสมาร์ทโฟนร้อยละ 92  และการแตะเพื่อจ่ายผ่านบัตรคอนแทคเลสร้อยละ 89  ส่วนในด้านของการใช้งานจริงนั้น 45 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ทำแบบสอบถามเลือกชำระเงินแบบแตะเพื่อจ่ายผ่านสมาร์ทโฟนมากที่สุด ตามมาด้วยการสแกนชำระผ่านคิวอาร์โค้ดร้อยละ 42  และแตะเพื่อจ่ายผ่านบัตรคอนแทคเลสร้อยละ 41 

ผู้บริโภคชาวไทยเชื่อว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นเป็นเสมือนตัวเร่งให้ประเทศก้าวสู่สังคมไร้เงินสดเร็วขึ้นเพราะนวัตกรรมด้านการชำระเงินเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ในสถานการณ์ปัจจุบัน 

เป้าหมายที่ VISA ตั้งไว้ในปี 2021

  • เน้นการเเตะจ่ายเเบบไร้การสัมผัส Contactless Payments
  • ขยายการใช้งานให้ครอบคลุมการใช้ในชีวิตประจำวัน อย่าง MRT, BTS, ขนสงโดยสาร, เรือโดยสาร(ผ่ายในปี 2564) เป็นต้น
  • กระตุ้นการใช้จ่ายผ่าน Cashless society ผ่านการร่วมมือกับเเบงค์ชาติซึ่งต้องติดตามกันเร็วๆ นี้ในด้านการร่วมมือกันของข้อมูลเพื่อนำมาทำการศึกษา หรือ การทำวิจัย

“ปีนี้จะเป็นปีแห่งการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจภายใต้กระแสของความไม่แน่นอน ในขณะที่ผู้บริโภคต่างปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยีการชำระเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่ๆ เหล่าร้านค้าและภาคธุรกิจต่างต้องก้าวให้ทันตามความต้องการของและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สำหรับ VISA เราจะยังมุ่งมั่นพัฒนาและร่วมมือกับทุกภาคส่วนในระบบนิเวศการชำระเงินเพื่อช่วยให้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าตามแผนการฟื้นฟู และเติบโตต่อไปในอนาคต” สุริพงษ์ กล่าวสรุป

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

รู้จัก ‘Nemotron 3 Super’ Open Source ล่าสุดจาก NVIDIA โมเดล AI สำหรับระบบ Agentic Reasoning ประมวลผลเร็วกว่ารุ่นเดิม 5 เท่า

ทำความรู้จัก ‘Nemotron 3 Super’ โมเดล AI โอเพนซอร์สใหม่ล่าสุดที่ใช้สถาปัตยกรรมลูกผสม ประมวลผลเร็วขึ้น 5 เท่า ความจำระดับ 1 ล้านหน่วยคำ ตอบโจทย์การสร้างปัญญาประดิษฐ์อัตโนมัติ...

Responsive image

Microsoft เปิดตัว ‘Copilot Health’ AI สรุปข้อมูลสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลจากผลตรวจสุขภาพ และ Smartwatch ปลอดภัยสูง ข้อมูลไม่ถูกนำไปเทรน AI

Microsoft เปิดตัว Copilot Health ผู้ช่วย AI อัจฉริยะที่รวบรวมข้อมูลจาก Wearable และประวัติการรักษา เพื่อวิเคราะห์และสรุปผลสุขภาพอย่างปลอดภัย ช่วยเตรียมความพร้อมก่อนพบแพทย์ พร้อมมาต...

Responsive image

Claude เปิดตัว แผนภาพ Interactive แปลงข้อมูลเป็นภาพจำลองได้ใน Prompt เดียว ข้อมูลเปลี่ยนตามบริบทได้แบบเรียลไทม์

Anthropic อัปเดตใหม่ Claude AI สามารถสร้างแผนภูมิ กราฟ และภาพจำลองแบบ Interactive แทรกลงในหน้าแชตได้โดยตรง ช่วยพลิกโฉมการอธิบายข้อมูลซับซ้อนให้เข้าใจง่ายขึ้น เปิดใช้งานแล้ววันนี้...