
การที่ไทยจะไปถึงเป้าหมายประเทศรายได้สูงภายในปี 2037 อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับกรุงเทพฯ เพียงเมืองเดียว แต่ต้องทำให้เมืองต่าง ๆ ช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น
นี่คือข้อสรุปจากรายงาน Thailand Cities of the Future: Urban Foundations for a High-Income Economy ซึ่งระบุว่าอุตสาหกรรมที่ไทยควรเร่งพัฒนาไว้ 5 กลุ่ม คือ การผลิตขั้นสูง บริการดิจิทัล การท่องเที่ยวเชิงยั่งยืนและเชิงสุขภาพ ธุรกิจเกษตร และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ทั้ง 5 กลุ่มนี้ต้องอาศัยเมืองที่แข็งแรงเป็นฐาน
ตัวเลขในรายงานชี้ว่าเศรษฐกิจไทยพึ่งพาเมืองมาตลอด ในช่วงปี 2010–2020 การเติบโตของ GDP ไทยประมาณ 89% มาจากเขตเมือง แต่ช่วงปี 2021–2024 ผลผลิตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยต่อคน หักผลของเงินเฟ้อแล้ว โตเฉลี่ยเพียง 2.2% ต่อปี ขณะที่ถ้าจะเป็นประเทศรายได้สูงให้ทันปี 2037 ต้องโตให้ได้ราว 5.4% ต่อปีตลอด 10 ปีข้างหน้า
กรุงเทพฯ สร้างผลผลิตเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศ และมีขนาดเกือบ 27 เท่าของเชียงใหม่ แต่การที่เศรษฐกิจมากระจุกอยู่ที่เดียวก็มีต้นทุน แค่ปัญหารถติดอย่างเดียว คาดว่าทำให้มูลค่าเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ หายไปเกือบ 7–10% ทุกปี ส่วนเมืองรองยังมีโอกาสพัฒนาให้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่านี้อีกเยอะ
รายงานจึงเสนอว่าไทยไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างกรุงเทพฯ กับ เมืองรอง แต่ควรสร้างเครือข่ายเมืองที่แข็งแรง โดยให้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางหลัก และให้เมืองอื่นเข้ามารับบททางเศรษฐกิจมากขึ้น
แต่การกระจายการลงทุนไม่ได้แปลว่าต้องแบ่งงบให้ทุกเมืองเท่า ๆ กัน รายงานชี้ว่าหากงบลงทุนมีจำกัด การทุ่มพัฒนาแค่กรุงเทพฯ จะได้ผลดีกว่า แต่หากมีงบมากพอ การพัฒนาหลายเมืองพร้อมกันจึงจะคุ้มค่า หัวใจสำคัญคือต้องเลือกลงทุนให้ถูกจุดและอัดฉีดเม็ดเงินให้มากพอ ดีกว่ากระจายงบไปทุกที่จนแต่ละแห่งได้เงินไม่พอพัฒนา
รายงานระบุว่าเมืองที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ ต้องมี 5 องค์ประกอบนี้
และทั้ง 5 ข้อต้องไปพร้อมกัน เมืองถึงจะดึงดูดการลงทุน รองรับธุรกิจ เชื่อมคนเข้ากับโอกาสและรับมือความเสี่ยงได้
อ้างอิง: worldbank
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด