Wisesight สรุปภาพรวมการใช้งานโซเชียลมีเดียเชิงธุรกิจปี 2022 นักการตลาดและเจ้าของธุรกิจควรรู้

บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดทำรายงานภาพรวมข้อมูลและสถิติการใช้งาน แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในภาคธุรกิจกว่า 2,000 แบรนด์ชั้นนำ จาก 20 กลุ่มอุตสาหกรรม โดยเก็บข้อมูลตั้งแต่วันที่  1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2565 โดยนำเสนอผ่าน 2 มุมมอง ได้แก่ ภาพรวมของการใช้งานโซเชียลมีเดีย 4 แพลตฟอร์ม (Facebook, Twitter, Instagram, และ YouTube) เช่น การเคลื่อนไหวระหว่างปี, อุตสาหกรรมที่ได้รับเอ็นเกจเมนต์สูง และบทวิเคราะห์เจาะลึกการใช้งานของอุตสาหกรรมที่โดดเด่นในแต่ละแพลตฟอร์ม โดยรายงานนี้จะเป็นประโยชน์แก่นักการตลาดหรือเจ้าของธุรกิจ ให้นำไปต่อยอดเพื่อวางกลยุทธ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อไป

โดย ไวซ์ไซท์ ขอสรุป 10 ข้อมูลและสถิติการใช้งานโซเชียลมีเดียของภาคธุรกิจในปี 2565 ดังนี้

  1. ในปี 2565 มีเอ็นเกจเมนต์จากบัญชีทางการ (Official Account) ของแบรนด์ทั้งสิ้น 389 ล้านครั้ง จาก 3.1 ล้านโพสต์ โดย 3 กลุ่มธุรกิจที่ได้รับเอ็นเกจเมนต์ สูงสุด คือ ธุรกิจบริการอาหารและคาเฟ่ (Restaurant), ธุรกิจอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง (Construction Material) และธุรกิจแพลตฟอร์มสำหรับการซื้อขายสินค้า (Marketplace & E-Commerce Platform)
  2. กลุ่มธุรกิจที่เอ็นเกจเมนต์เติบโตสูงสุด คือ ธุรกิจการโรงแรมและตัวแทนบริษัทนำเที่ยว (Hospitality & Travel Agency) และธุรกิจห้างสรรพสินค้า และศูนย์การค้า (Shopping Center & Department Store)
  3. กลุ่มธุรกิจที่โดดเด่นมากที่สุดบน Facebook คือ ธุรกิจอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง (Construction Material) และธุรกิจบริการอาหารและคาเฟ่ (Restaurant), บน Twitter คือ ธุรกิจแพลตฟอร์มสำหรับการซื้อขายสินค้า (Marketplace & E-Commerce Platform), ส่วน Instagram คือ ธุรกิจบริการอาหารและคาเฟ่ (Restaurant) และ YouTube คือ ธุรกิจเครื่องดื่ม (Beverage)
  4. สำหรับกลุ่มธุรกิจที่น่าสนใจคือ ธุรกิจบริการอาหารและคาเฟ่ (Restaurant) ที่เริ่มเข้ามาครองพื้นที่บน Instagram มากขึ้น (+61%) ในขณะที่บน YouTube เป็นธุรกิจทองคำและอัญมณี (Gold & Jewelry), ธุรกิจตกแต่งบ้าน (Home & Decoration) และธุรกิจบริการอาหารและคาเฟ่ (Restaurant) ก็มีการเติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก
  5. 99% ของแบรนด์ยังคงใช้ Facebook เป็นแพลตฟอร์มหลักในการสื่อสาร แต่มีสัดส่วนการใช้ Twitter และ Instagram เพิ่มขึ้นกว่า 5% 
  6. เอ็นเกจเมนต์ของบัญชีทางการบน Facebook มีแนวโน้มลดลง ในขณะที่จำนวนโพสต์เพิ่มขึ้น ส่วนเอ็นเกจเมนต์ของบัญชีทางการบน Twitter มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่จำนวนโพสต์มีความสม่ำเสมอ ส่วนเอ็นเกจเมนต์ของบัญชีทางการบน Instagram มีจำนวนที่ลดลง ขณะที่จำนวนโพสต์มีความสม่ำเสมอ และยอดเข้าชมของบัญชีทางการบน YouTube มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่จำนวนโพสต์มีความสม่ำเสมอ

  1. โดยรวมแบรนด์มีบัญชีทางการอย่างน้อยสองแพลตฟอร์มขึ้นไป คิดเป็นสัดส่วน 84% ของแบรนด์ทั้งหมด โดยเพิ่มขึ้น 2% จากปี 2564 ส่วนมากแบรนด์มีบัญชีทางการอย่างน้อย 2 แพลตฟอร์มคิดเป็น 37% รองลงมาคือมีบัญชีทางการอย่างน้อย 3 แพลตฟอร์มคิดเป็น 27%, มีบัญชีทางการอย่างน้อย 4 แพลตฟอร์มคิดเป็น 20% และมีบัญชีทางการอย่างน้อย 1 แพลตฟอร์มคิดเป็น 16%
  2. ในส่วนของช่วงเวลาการโพสต์ แบรนด์มักมีการโพสต์ตามเวลาทำการ (Working Hours) คือ ในวันจันทร์ - ศุกร์ โดยเฉพาะช่วง 2-3 ชั่วโมงก่อนพักเที่ยง และก่อนเลิกงาน ส่วนเสาร์-อาทิตย์ เน้นโพสต์ช่วงครึ่งเช้า
  3. วิดีโอบน YouTube ที่ผู้บริโภคมักกด like ส่วนมากจะเป็นวิดีโอที่มีความยาว 5-20 นาที มีเนื้อหาน่าติดตาม ไม่ว่าจะเป็นรายการที่รวมศิลปิน ดนตรี หรือโฆษณาที่มีเรื่องราวคล้ายภาพยนตร์ 
  4. แบรนด์เน้นใช้รูปภาพมากกว่าวิดีโอบนช่องทาง Instagram ในส่วนของโพสต์ที่ได้รับยอด Love สูง ส่วนมากจะเกี่ยวกับอาหาร หรือการเตรียมอาหารและโพสต์กิจกรรมแจกรางวัลที่ร่วมกับพรีเซนเตอร์

ผู้ที่สนใจรายงานภาพรวมการใช้งานโซเชียลมีเดียเชิงธุรกิจในปี 2565 สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ฟรีที่ https://store.wisesight.com/product/business-usage-2022/


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เจาะลึก IMD 2026 ไทยขยับขึ้นอันดับ 26 แล้วทำไม 'เวียดนาม' เป็นม้ามืดหน้าใหม่ ที่หายใจรดต้นคอไทย?

สรุปผลการจัดอันดับประเทศไทย ใน IMD World Competitiveness 2026 ไทยขยับขึ้นอันดับ 26 แต่ทำไม 'เวียดนาม' ถึงจี้ติดในอันดับ 27 จากการพูดคุยกับ คุณธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธานสมาคมการจัดการธ...

Responsive image

ทำไมการเปลี่ยนผ่านพลังงานโลกถึงชะงัก แม้ลงทุนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ WEF เผยรายงาน Energy Transition Index 2026 พร้อมชี้ 3 สิ่งที่โลกต้องทำเร่งด่วน

รู้หรือไม่ว่า ปี 2026 โลกลงทุนด้านพลังงานสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 3.3 ล้านล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้เป็นการลงทุนพลังงานสะอาดมากถึง 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ผลที่ได้กลับไม่เหมือนอย่างที่เรา...

Responsive image

'บ้านในอนาคตอาจไม่ได้ขายแค่ทำเล แต่ขายสุขภาพดี' BDMS ลงทุน 29,000 ล้านบาท ปั้น WellEra โครงการที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพใจกลางลุมพินี

BDMS ทุ่ม 29,000 ล้านบาท เปิดตัว WellEra Wellness Complex ใจกลางลุมพินี โครงการที่ออกแบบให้บ้านและเมืองกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน...