สรุปโปรเจกต์ยักษ์จาก Elon Musk และ xAI เตรียมบุกดวงจันทร์ ส่งดาวเทียม AI สำรวจห้วงจักรวาล

ในงานประชุม All Hands ครั้งล่าสุดที่เพิ่งจบไป Elon Musk ได้สรุปความคืบหน้าของ xAI ที่เขานิยามว่าเป็นเพียง 'เด็กหัดเดิน' อายุ 2 ปีครึ่ง แต่กลับทำผลงานได้แซงหน้าคู่แข่งที่อยู่ในตลาดมา 5-10 หรือแม้กระทั่ง 20 ปีไปแล้ว 

Musk ย้ำกฎเหล็กของบริษัทเทคโนโลยีว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่ตำแหน่งที่คุณยืนอยู่ตอนนี้ แต่คือ ‘ความเร็วและความเร่ง’ และ xAI กำลังเคลื่อนที่เร็วกว่าใครในโลก

Techsauce ขอสรุปประเด็นที่น่าสนใจจากงาน All Hands ไว้ดังนี้

AI ที่เก่งทุกอย่าง ทั้งภาพ เสียง วิดีโอ แแถมจะสร้าง Metaverse ตัดหน้า Meta

ทีม xAI เผยว่าพวกเขาสามารถพัฒนาโมเดล Voice ที่เหนือกว่า Advanced Voice Mode ของ OpenAI ได้ภายในเวลาเพียง 6 เดือน โดยเคลมว่าตัวเองเริ่มทำฟีเจอร์ Voice ทีหลัง OpenAI แต่กลับสามารถแซงหน้าได้ด้วยทีมงานขนาดเล็กที่สร้างโมเดลใหมขึ้นมาจากศูนย์

นอกจากนี้ในฝั่งของ Imagine (โมเดลสำหรับเจนภาพและวิดีโอ) ของพวกเขาสร้างวิดีโอได้ถึง 50 ล้านคลิปต่อวัน และภาคพกว่า 6,000 ล้านภาพภายในเวลา 30 วัน (Google ทำได้ประมาณ 1,000 ล้านภาพ) 

Musk เชื่อว่านี่คือยอดที่มากกว่าคู่แข่งทุกรายรวมกันเสียอีก ทั้ง ๆ ที่ทีมนี้เริ่มต้นทำงานแค่ 6 เดือนก่อนโดยไม่มีโค้ดเลย แต่ตอนนี้เป็นผู้นำตลาดนี้ไปเรียบร้อยแล้ว

แต่สิ่งที่น่าตื่นเต้นกว่าคือ ทีมงาน xAI ตั้งเป้าหมายว่า จะสร้างระบบที่สามารถเรนเดอร์โลกเสมือนจริงและให้ผู้ใช้โต้ตอบได้แบบ Real-time ซึ่งเชื่อว่ามีโอกาสสูงที่จะสร้าง Metaverse สำเร็จก่อนบริษัท Meta เสียอีก

Macrohard โปรเจกต์ชื่อเอาฮา แต่เป้าหมายคือการครองโลกทำงาน

Musk เปิดตัวโปรเจกต์ชื่อกวน ๆ ล้อเลียน Microsoft อย่าง Macrohard (Musk สั่งให้ทาสีชื่อนี้ไว้บนหลังคาศูนย์ข้อมูลจริง ๆ) โดยมีเป้าหมายคือการสร้าง AI ที่ทำหน้าที่เป็น Human Emulator หรือการจำลองการทำงานของมนุษย์ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ทั้งระบบ ซึ่งจะนำไปสู่ยุคแห่งความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจที่ประเมินค่าไม่ได้ 

โปรแกรมเมอร์จะเป็นอย่างไรต่อ ?

ในด้านการเขียนโค้ดก้าวล้ำไปถึงขั้นที่ Musk คาดว่าภายในสิ้นปีนี้ เราอาจไม่ต้องเสียเวลาเขียนโค้ดอีกต่อไป เพราะ AI จะสร้าง Binary ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าที่ Compiler ใด ๆ จะทำได้ โดย Grok Code ตั้งเป้าที่จะเป็น State-of-the-art ในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า

สิ่งที่น่ากลัวและน่าทึ่งคือ xAI กำลังเข้าสู่ภาวะ Recursive Self-Improvement หรือการใช้ Grok รุ่นปัจจุบัน เขียนโค้ดเพื่อเทรน Grok รุ่นต่อไป ทำให้เกิดการพัฒนาแบบก้าวกระโดด ปัจจุบันโมเดลไม่เพียงแค่เขียนโค้ด แต่สามารถ Debug และรันเทสต์ระบบซับซ้อนได้เอง เหมือนมีเพื่อนร่วมงานที่รู้ใจ

Grokipedia สารานุกรมแห่งกาแล็กซี

ก่อนหน้านี้ Musk เคยเปิดตัว Grokipedia โครงการสารานุกรมออนไลน์ที่เน้นในเรื่องของเนื้อหาที่ปราศจากแนวคิดอคติ เน้นความน่าเชื่อถือสูง ซึ่งตอนเปิดตัวเมื่อเดือน ตุลาคม 2025 มีเนื้อหาที่เขียนด้วย AI ราว 8 แสนบทความ 

จุดที่แตกต่างคือ ความน่าเชื่อถือ เพราะ xAI จ้าง Expert Tutors หรือผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในสาขานั้น ๆ เช่น หมอ ทนายความ หรือนักวิทยาศาสตร์ มาเป็นคนตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลนั้นใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่การจำมาจากอินเทอร์เน็ต

Musk บอกว่า ตอนนี้ Grokipedia มีบทความพุ่งขึ้นมากว่า 6 ล้านบทความแล้วในระยะเวลาอันสั้น (Wikipedia มีบทความภาษาอังกกฤษประมาณ 7 ล้านบทความ) และกำลังจะเพิ่มข้อมูลรูปภาพและวิดีโอที่ Wikipedia ไม่มี เพื่อสร้างเป็น Encyclopedia Galactica หรือการกลั่นกรองความรู้ทั้งหมดของจักรวาล

Everything App

นอกจากการพัฒนา AI แล้ว Musk ยังอัปเดตสถานการณ์ของแอป X ว่าปัจจุบันมีผู้ติดตั้งแอปเกิน 1,000 ล้านคน แล้ว และกำลังจะเปิดตัว X Money เพื่อให้เป็นศูนย์กลางธุรกรรมการเงิน รวมถึงแยกแอป X Chat ออกมาเป็นแอปแชทเดี่ยวที่มีฟีเจอร์ครบครันรวมถึงวิดีโอคอล

อีกทั้ง Grok ยังถูกนำไปติดตั้งในรถยนต์ Tesla กว่า 2 ล้านคัน เรียบร้อยแล้ว ซึ่งช่วยขยายฐานผู้ใช้งานออกไปสู่โลกจริงได้อย่างมหาศาล

เป้าหมายต่อไปคือดวงจันทร์

อาจพูดได้ว่าโครงสร้างพื้นฐานของ xAI ปัจจุบันคือสัตว์ประหลาดของวงการ เพราะตอนนี้มีการสร้าง Data Center ขนาดยักษ์ที่เมือง Memphis เสร็จแล้วในเวลาไม่ถึง 6 สัปดาห์ (เร็วที่สุดในโลก และกำลังจะมี GPU เทียบเท่า H100 ครบ 1 ล้านใบ)

แต่ Musk ไม่หยุดแค่นั้น เขาเผยแผนการรวมพลังกับ SpaceX เพื่อสร้าง Orbital Data Centers (ศูนย์ข้อมูลบนวงโคจร) และเป้าหมายสูงสุดคือการ 'บุกดวงจันทร์' โดยจะสร้าง 3 อย่างคือ

1.โรงงานผลิตบนดวงจันทร์

Musk ระบุชัดเจนว่าต้องการตั้งโรงงานบนดวงจันทร์เพื่อผลิตดาวเทียม AI สาเหตุที่ต้องไปผลิตที่นั่นเพราะต้องการขยายสเกลของระบบคอมพิวเตอร์และพลังงานให้เหนือกว่าขีดจำกัดของโล

2.สร้าง Mass Driver (เครื่องยิงวัตถุด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า)

เขาจะสร้างเครื่องยิงขนาดยักษ์ หรือที่เรียกว่า Mass Driver เพื่อใช้ดีดหรือยิงดาวเทียม AI ที่ผลิตเสร็จแล้วออกสู่อวกาศลึก เพื่อส่งเครือข่าย AI ออกไปสำรวจระบบสุริยะและดวงดาวอื่น ๆ เพื่อตามหาอารยธรรมต่างดาว และทำความเข้าใจจักรวาล

3.สร้างเมืองที่พึ่งพาตัวเองได้ 

นอกจากโรงงานและเครื่องยิง Musk ยังเปลี่ยนเป้าหมายระยะสั้นจากดาวอังคารมาเป็นดวงจันทร์ โดยกล่าวว่า SpaceX จะโฟกัสไปที่การสร้างเมืองบนดวงจันทร์ก่อน เพราะมองว่าทำได้เร็วกว่าการสร้างอาณานิคมบนดาวอังคารถึงครึ่งหนึ่ง (เดิมทีมองว่าดาวอังคารต้องใช้เวลา 20+ ปี) 

เหตุผลหลักคือเรื่องพลังงาน โดย Musk มองว่าโลกเปรียบเสมือนฝุ่นผงเล็ก ๆ ที่รับพลังงานจากดวงอาทิตย์ได้น้อยมาก การออกไปตั้งฐานบนดวงจันทร์จะทำให้สามารถเข้าถึงและดึงพลังงานจากดวงอาทิตย์มาใช้กับ Data Center ได้มหาศาลกว่าบนโลกหลายล้านเท่า

อ้างอิง : งาน All Hands, Techcrunch

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Anthropic เปิดตัว Code Review ตัวช่วย AI ตรวจบัก แก้ปัญหาคอขวด Vibe Coding ในองค์กร

Anthropic เปิดตัว Code Review เครื่องมือ AI ตัวใหม่ใน Claude Code ช่วยตรวจจับข้อผิดพลาดทางตรรกะบน GitHub อัตโนมัติ...

Responsive image

Luckin Coffee ปิดดีล Blue Bottle 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เสริมแกร่งพอร์ตกาแฟพรีเมียม

Luckin Coffee ปิดดีลสะเทือนวงการ ทุ่ม 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซื้อ Blue Bottle Coffee จาก Nestle เสริมแกร่งพอร์ต Specialty Coffee ท้าชน Starbucks Reserve ทั่วโลก...

Responsive image

โลก AI กำลังแบ่งคนออกเป็น 4 กลุ่ม ฟังมุมมองของ ดร.สันติธาร เสถียรไทย ต่ออนาคตงานและเศรษฐกิจ

ในยุคที่ AI กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว หนึ่งในคำถามใหญ่ที่สุดไม่ใช่แค่เทคโนโลยีจะฉลาดแค่ไหน แต่คือมนุษย์จะอยู่ตรงไหนในโลกใหม่นี้ ดร.สันติธาร เสถียรไทย มองว่าเมื่อ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ...