Net Zero ไม่ใช่โบนัส ไม่ใช่ภาระ แต่คือใบอนุญาตทำธุรกิจในโลกอนาคต รู้จักสะพาน 4 แบบที่นำธุรกิจสู่ Net Zero และบทบาทของ KBank ในฐานะสะพานเชื่อม

ขัตติยา อินทรวิชัย

คุณขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย (KBank) เปิดปาฐกถาแรกของงาน EARTH JUMP 2026 ด้วยการรื้อความเข้าใจเดิมเรื่องความยั่งยืนทิ้งทั้งหมด 

คุณขัตติยาบอกกับผู้ร่วมงานว่าการทำ Net Zero (การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์) เรื่อง Green และเรื่องสิ่งแวดล้อมนั้น 'ไม่ใช่โบนัส ไม่ใช่น้ำจิ้ม ไม่ใช่แต้มบวกเล็ก ๆ น้อย ๆ และไม่ใช่การเพิ่มภาระในการทำธุรกิจ' แต่คือใบอนุญาตที่จะทำธุรกิจและแข่งขันได้ในโลกอนาคต ที่กติกากำลังถูกเขียนขึ้นใหม่และยังเขียนไม่จบ

ปาฐกถาในหัวข้อ 'A Bridge to Empowered Actions สะพานแห่งความยั่งยืน' คือการเปิดฉากงาน EARTH JUMP 2026 ที่ธนาคารกสิกรไทยจับมือพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ระหว่างวันที่ 9 ถึง 10 มิถุนายน 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ 

จุดต่างของปีนี้คือการขยับบทบาทจากเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ ไปสู่แพลตฟอร์มที่ผลักให้ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises หรือ SME) ลงมือทำจริงในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และทั้งหมดถูกร้อยเข้าด้วยกันด้วยสัญลักษณ์เดียวคือ 'สะพาน'

ทำไมต้องเป็นสะพาน

คุณขัตติยาอธิบายว่าสะพานคือสัญลักษณ์ของการไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดใด ๆ คุณขัตติยายกตัวอย่างสะพานมิลโล (Millau) ในฝรั่งเศส และสะพานข้ามทะเลฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า สองงานวิศวกรรมที่เกิดขึ้นเพราะมนุษย์ต้องการเดินทาง ต้องการทำธุรกิจ และต้องการติดต่อหากัน ทั้งที่ธรรมชาติตั้งกำแพงขวางไว้ การจะเอาชนะความยากเหล่านั้นได้ต้องใช้ทั้งวิศวกรรมและเทคโนโลยีชั้นสูง เช่นเดียวกับโจทย์ Net Zero ที่ดูเหมือนยากเกินจะข้ามในวันนี้ แต่ก็สร้างสะพานข้ามไปได้ถ้าตั้งใจจริง งาน EARTH JUMP ปีนี้จึงตั้งใจชวนทุกคนมาร่วมเดินทางและร่วมสร้างสะพานในแบบฉบับของแต่ละคน

ทำไมต้องลงมือทำตอนนี้ ในวันที่วิกฤตรุมล้อม

คุณขัตติยายอมรับว่ายังมีเสียงในใจของหลายคนที่ตั้งคำถามว่าเรื่อง Net Zero และ Green จำเป็นต้องทำเดี๋ยวนี้เลยหรือไม่ ในเมื่อรอบตัวเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็ว การใช้ข้อมูล (Data) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) แบบใหม่ ๆ ที่เข้ามาทุกวัน สงครามและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เรื่องภาษี ต้นทุนการผลิตและการดำเนินงานที่ขยับขึ้นไม่หยุด ไปจนถึงวัตถุดิบบางอย่างที่ขาดแคลน

ขัตติยา อินทรวิชัย

คำตอบของคุณขัตติยาคือ วิกฤตอยู่กับคนไทยมาตลอดและเราผ่านมันมาได้ทุกครั้ง แต่คำถามที่ต้องถามตัวเองให้ชัดคือ เมื่อรอดพ้นจากการเอาตัวรอดในแต่ละวิกฤตไปแล้ว พอถึงระยะกลางและระยะยาว เรายังมีของที่จะทำให้แข่งขันต่อได้อยู่หรือไม่ เพราะโลกวันนี้คือโลกใบใหม่ที่มีกติกาใหม่เกิดขึ้น และกติกานั้นยังเขียนไม่จบ มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การทำ Net Zero จึงไม่ใช่ทางเลือกเสริม แต่คือเงื่อนไขที่ทำให้ธุรกิจอยู่ในเกมได้ยาว ๆ และต้องทำทั้งการแก้ปัญหาระยะสั้นและการวางรากฐานระยะยาวไปพร้อมกัน

เริ่มจากของที่มีอยู่ในมือ แค่ตามล่าหา Waste

หลายคนเข้าใจว่าเรื่อง Net Zero เท่ากับการลงทุนก้อนใหญ่ ทั้งเปลี่ยนทั้งระบบ เปลี่ยนเครื่องจักร เปลี่ยนวิธีคิด และต้องพร้อมเต็มที่ก่อนจึงจะเริ่มได้ คุณขัตติยายอมรับว่าบางเรื่องก็เป็นแบบนั้นจริง แต่ก็มีอีกหลายเรื่องที่เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้ เพียงตั้งคำถามง่าย ๆ ว่าในกระบวนการธุรกิจของเรามีอะไรที่สูญเปล่าหรือเป็น Waste อยู่บ้าง

คุณขัตติยาชวนไล่ดูตั้งแต่สินค้าที่ผลิตออกมาแล้วไม่ได้มาตรฐานจนต้องทิ้ง ขั้นตอนการทำงานที่ต้องใช้เอกสารหรือกระบวนการโดยไม่จำเป็น กระบวนการผลิตที่ซ้ำซ้อนจนสร้างของเสียในระบบ สินค้าที่ผลิตมาแล้วไม่ตรงกับความต้องการของตลาดจนต้องเก็บเป็นสต็อก ไปจนถึงการผลิตที่มากเกินความต้องการจริงของตลาด ทั้งหมดนี้เป็นคำถามที่ถามได้และปรับกลยุทธ์ได้ทันที พอปรับสินค้าและบริการให้ตรงกับความต้องการของตลาด และตัดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนออก มันก็เท่ากับลดกระบวนการผลิต ลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยคาร์บอนไปโดยอัตโนมัติ ปลายทางคือประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายที่ลดลง และกำไรที่มากขึ้น แนวคิดที่คุณขัตติยาย้ำคือ 'อยู่กับความจริง ดูว่าวันนี้เรามีอะไร แล้วลงมือทำงานไปกับสิ่งที่มี' ให้ Practical และ Take Action ให้ได้จริง

ขัตติยา อินทรวิชัย

บทเรียนจาก KBank กับเป้า Net Zero ปี 2050

คุณขัตติยายก KBank ขึ้นมาเป็นตัวอย่าง ธนาคารทำเรื่อง Green มาตลอดและประกาศคอมมิตว่าพอร์ตสินเชื่อทั้งหมด ซึ่งก็คือลูกค้าสินเชื่อทุกรายของธนาคาร จะไปถึง Net Zero ภายในปี 2050 สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศ พร้อมชี้ว่าในช่วงต้น การปล่อยคาร์บอน (Carbon Emission) ยังลดลงไม่มากนัก เพราะธนาคารเลือกที่จะ Practical ในวันที่ความพร้อมด้านเทคโนโลยียังไม่มา ความพร้อมของลูกค้ายังไม่มา และบริบทของประเทศก็อาจจะยังไม่พร้อม แต่มาถึงวันนี้เส้นทางการลดคาร์บอนกลับชันลงอย่างชัดเจน เพราะเทคโนโลยีพร้อมแล้ว และลูกค้ากับผู้ประกอบการก็พร้อมแล้ว บทเรียนที่คุณขัตติยาสรุปคือ ให้เข้าใจบริบทที่เป็นอยู่ ทำงานกับสิ่งที่มี แล้วเริ่มลงมือ ไม่ต้องรอให้ทุกอย่างสมบูรณ์ก่อน

Green Finance ต้องเดินคู่กับเทคโนโลยี

อีกชิ้นส่วนสำคัญคือเรื่อง Green Finance หรือการเงินเพื่อความยั่งยืน ที่คุณขัตติยาบอกว่าต้องทำงานคู่ไปกับเทคโนโลยี เพราะเทคโนโลยีแต่ละตัวมีระดับความพร้อมหรือ Maturity ไม่เท่ากัน และ Green Finance ในความหมายของคุณขัตติยาไม่ได้แปลว่าเงินจากสถาบันการเงินเท่านั้น แต่หมายถึงเงินลงทุนจากทุกภาคส่วน

คุณขัตติยาอธิบายผ่านความสัมพันธ์ระหว่างความเสี่ยงกับผลตอบแทน ช่วงต้นทางคืองานวิจัยและพัฒนา (Research and Development หรือ R&D) ที่เป็น High Risk, High Reward คือทำยากและเสี่ยงสูง แต่ถ้าสำเร็จจะลดคาร์บอนได้มหาศาล ช่วงนี้จึงต้องอาศัยแรงสนับสนุนหนัก ๆ จากภาครัฐและงบประมาณภาครัฐ และไม่ใช่แค่เม็ดเงิน แต่ต้องดึงผู้เชี่ยวชาญทั้งในไทยและจากทั่วโลกมาช่วยกันพัฒนา หรือนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ในประเทศ สมมติว่ามีโครงการ R&D ตั้งต้น 100 โครงการ อาจสำเร็จสัก 10 โครงการ กลุ่มที่รอดมาได้นี้ยังต้องอาศัยการสนับสนุนจากภาครัฐหรือองค์กรกลาง ทำงานร่วมกับบริษัทใหญ่ที่สนใจจะนำเทคโนโลยีนั้นไปใช้ในธุรกิจของตัวเอง และจาก 10 โครงการ อาจเหลือสัก 2 โครงการที่พร้อมออกสู่เชิงพาณิชย์ (Commercialize) ตรงนี้จึงเป็นจังหวะของภาคเอกชนและสถาบันการเงินที่จะเข้ามาสนับสนุนเต็มตัว

ขัตติยา อินทรวิชัย

ภาพรวมที่คุณขัตติยาต้องการสื่อคือ เมื่อเทคโนโลยีสุกงอมขึ้น น้ำหนักของการสนับสนุนจะค่อย ๆ ขยับจากภาครัฐไปสู่ภาคเอกชน แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน

สะพาน 4 แบบที่พาจากความตั้งใจไปสู่การลงมือทำ

ก่อนเข้าสู่กลยุทธ์ คุณขัตติยาพาผู้ฟังไปดูสะพานอีกแห่งที่อินเดีย นั่นคือ Living Root Bridges เป็นสะพานที่มีอยู่จริงและเกิดจากการสู้กับข้อจำกัดของธรรมชาติอย่างกระแสน้ำเชี่ยว ชาวบ้านที่นั่นใช้สิ่งที่มีอยู่ตรงหน้า ทั้งต้นไม้ กิ่งไม้ และรากไม้ มาพันกันจนกลายเป็นสะพานที่เดินข้ามได้ และยิ่งแข็งแรงขึ้นทุกวัน บทเรียนของมันคือ การทำเรื่องยากต้องเริ่มจากการลงมือทำ ต้องอดทน และรอเวลาที่มันจะสำเร็จ

สะพานแรกคือการเปลี่ยนกรอบความคิด (Mindset) จากการทำเพื่อเอาตัวรอดในระยะสั้น ไปเป็นการทำเพื่อคว้าโอกาสและการเติบโตที่ยั่งยืน สะพานที่สองคือการมองกฎระเบียบข้อบังคับเสียใหม่ แน่นอนว่ามันยุ่งยากและทำให้ทำธุรกิจยากขึ้น แต่กฎเหล่านั้นมีวัตถุประสงค์ของมัน และในเมื่อเรื่องยากแบบนี้ไม่ใช่ทุกคนที่ทำสำเร็จ ใครที่ทำได้ก่อนก็คือผู้ชนะที่คว้าโอกาสเอาไว้ได้

สะพานที่สามคือการเลิกคิดว่าเรื่องนี้เป็นโจทย์ขององค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ต้องผลักดันไปทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และไปถึงกลุ่ม SME เพื่อให้ทั้งห่วงโซ่เปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero ไปด้วยกัน เพราะถ้าทั้ง Supply Chain ไปไม่ถึง บริษัทขนาดใหญ่ก็อยู่ไม่รอดเช่นกัน เนื่องจากเวลาซื้อขายสินค้ากันในวันนี้ คู่ค้าตรวจสอบหมดว่าวัตถุดิบมาจากไหน เป็น Net Zero หรือไม่ และใช้แรงงานแบบใด ส่วนสะพานที่สี่คือการเปลี่ยนสถานะจากการมีวิสัยทัศน์ มีคำมั่น (Commitment) และมีแผนงานที่ดี ไปสู่การลงมือทำจริง

KBank ในฐานะสะพานเชื่อมธุรกิจไทย

คุณขัตติยาวางบทบาทของธนาคารกสิกรไทยให้เป็นสะพานที่เชื่อมผู้ประกอบการและลูกค้าไปสู่แหล่งเงินทุน เชื่อมคนที่ตั้งใจจะเปลี่ยนและลงมือทำเข้ากับความรู้ เครื่องมือ และเทคโนโลยีที่จำเป็น รวมถึงเชื่อมลูกค้าทุกกลุ่มทุกขนาดให้ไปคว้าโอกาสในอนาคตได้

คุณขัตติยาปิดท้ายด้วยการย้ำว่าวิกฤตเป็นสิ่งที่มาแล้วก็ไป เราเลือกไม่ได้ว่าจะให้เกิดอะไรหรือไม่ให้เกิดอะไร หรือจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ สิ่งเดียวที่เลือกได้คือเราจะตอบสนองกับมันอย่างไร และที่ผ่านมาเราก็ผ่านทุกวิกฤตมาได้ทุกครั้ง จากวิสัยทัศน์และแผนงานที่ดี คุณขัตติยาจึงชวนให้ทุกคนมาร่วมสร้างสะพานไปด้วยกัน เพื่อก้าวข้ามวิกฤตและเปิดโอกาสให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ตรงตามธีมของงาน EARTH JUMP 2026 ที่ว่า A Bridge to Empowered Actions

ที่มา: ปาฐกถาเปิดงาน 'A Bridge to Empowered Actions สะพานแห่งความยั่งยืน' โดยนางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย ในงาน EARTH JUMP 2026

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

สวิตฯ เตรียมฝัง ‘แบตเตอรี่ยักษ์’ เก็บไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ไม่ติดไฟ จะชาร์จกี่ครั้งก็ไม่เสื่อม

สวิตเซอร์แลนด์ ขุดอุโมงค์ลึก 27 เมตร สร้าง 'แบตเตอรี่ยักษ์ใต้ดิน' ความจุ 2.1 GWh แก้ Pain Point พลังงานสะอาดไม่เสถียร ยึดจุดยุทธศาสตร์จ่ายไฟ 3 ประเทศหลักในยุโรป...

Responsive image

Rock Zero สตาร์ทอัพจาก MIT ปั้นวิธีสกัดลิเทียมต้นทุนต่ำสุดในโลก ด้วยน้ำยากัดกระจก ได้ทั้งลิเทียม อะลูมินา ซิลิกา

นักวิจัย MIT และสตาร์ทอัพ Rock Zero เปิดวิธีสกัดลิเทียมจากหินด้วยแอมโมเนียมฟลูออไรด์ ทำงานที่อุณหภูมิต่ำ ไม่ต้องเผาหินพันองศา ต้นทุนถูกลงราวครึ่งหนึ่ง ปล่อยคาร์บอนน้อยลง แถมได้อะลู...

Responsive image

สยามพิวรรธน์ × UNDP BIOFIN รวมพลังทุกภาคส่วน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้เรื่องธรรมชาติ พร้อมเปิดตัว "NEXTOPIA Gaming" เปลี่ยนเกมให้กลายเป็นเงินทุนฟื้นฟูธรรมชาติ

สยามพิวรรธน์ × UNDP BIOFIN รวมพลังทุกภาคส่วนสร้างแรงกระเพื่อมเพื่อธรรมชาติในระดับโลก เปิดพื้นที่ NEXTOPIA ศูนย์การค้าสยามพารากอน ให้กลายเป็น Local-to-Global Hub แลกเปลี่ยนองค์ความร...