Net Zero กี่โมง? Tesla ปล่อยคาร์บอนเพิ่ม 20% จากห่วงโซ่อุปทานการผลิต

Tesla จะ Net Zero กี่โมง? หลังรายงานผลกระทบล่าสุดเผย Tesla ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มจากปีก่อนหน้าถึง 20% ซึ่งกว่า 80% เป็นผลมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากห่วงโซ่อุปทานการผลิต

ในปี 2022 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา หรือ SEC กำหนดให้บริษัทขนาดใหญ่ต้องเปิดเผยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากห่วงโซ่อุปทานและการใช้ผลิตภัณฑ์ของตน โดย Tesla ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึง 50 ล้านเมตริกตันในปี 2023 จาก 42 ล้านเมตริกตันในปีก่อนหน้า ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 20% 

การเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากห่วงโซ่อุปทานของบริษัท ซึ่งคิดเป็นเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีปัญหา Climate Change เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่บริษัทต้องเผชิญ

Tesla ได้ดำเนินการประเมินความยั่งยืนในปี 2023 ด้วยเป้าหมายที่จะจัดการกับทั้งความสำคัญด้านความยั่งยืนของธุรกิจและผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยระบุ 20 ประเด็นสำคัญ ซึ่งรวมถึงการจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและการใช้น้ำ แนวทางการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ และสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน 

รายงานดังกล่าวเน้นย้ำถึงความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศต่อการผลิตของ Tesla โดยเฉพาะอย่างยิ่งความแห้งแล้งและความร้อนของรัฐทางตะวันตกในสหรัฐอเมริกา เช่น แคลิฟอร์เนีย เนวาดา และเท็กซัส ทำให้มีความตึงเครียดในการใช้น้ำมากขึ้นเนื่องจากแหล่งน้ำมีอย่างจำกัด  

Tesla รับทราบว่าการบรรลุเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนอาจต้องมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจ กฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เข้มงวดขึ้นทำให้บริษัทจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มเติมในเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรและความสามารถในการดำเนินงานของบริษัท ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีการผลิตบางอย่าง เช่น การหล่อโลหะและโรงพ่นสี เป็นเรื่องยากที่จะแยกคาร์บอนออกทั้งหมดในปัจจุบัน 

ซึ่งหมายความว่า Tesla อาจต้องปรับเปลี่ยนหรืออัปเกรดกระบวนการเหล่านี้เพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นและอาจลดประสิทธิภาพหรือกำลังการผลิตลง แต่เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและก้าวไปสู่เป้าหมาย Net Zero โดยเร็วที่สุด 

แม้ว่าจะมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะเพิ่มขึ้น แต่ Tesla ก็ได้แย้งว่าผลิตภัณฑ์ของตนมีส่วนช่วยในการลดมลพิษได้อย่างมาก โดยประมาณการว่าลูกค้าสามารถป้องกันการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 20 ล้านเมตริกตันในปี 2023 หากเลือกใช้รถยนต์ของตน เมื่อเทียบกับผู้ผลิตรถยนต์สันดาปแบบดั้งเดิมอย่าง Ford ซึ่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 386 เมตริกตัน ซึ่งสูงกว่า Tesla ถึง 7 เท่า 

Tesla เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะไปสู่เป้าหมาย Net Zero การปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ตั้งแต่การทำเหมืองแร่ การผลิตและการรีไซเคิลหลังสิ้นสุดอายุการใช้งาน และวางแผนตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดด้วยพลังงานหมุนเวียน แต่อย่างไรก็ตาม Tesla ไม่สามารถให้กรอบเวลาที่ชัดเจนในการบรรลุเป้าหมายเหล่านี้แต่อย่างใด

อ้างอิง: theverge

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

นักวิจัยจีนเปลี่ยน 'ไม้' เป็นแหล่งพลังงาน ผลิตไฟได้ 24 ชม. แม้ไม่มีแดด

ปกติถ้าพูดถึงพลังงานแสงอาทิตย์ ทุกคนก็นึกถึงแผงโซลาร์เซลล์ที่ต้องการแดดตลอดเวลา พอแสงหมดก็จะหยุดผลิตไฟทันที แต่ทีมนักวิจัยจากจีนพึ่งทำสิ่งที่น่าสนใจมาก พวกเขาเอาไม้บัลซา ไม้ที่เบาม...

Responsive image

แรงบันดาลใจจาก 'แมลงปีกแข็ง' สู่ ‘ฟิล์มชีวภาพจากธรรมชาติ’ สกัดจากเปลือกปูและพืช ย่อยสลายได้ 100% ประสิทธิภาพดีกว่าพลาสติกเคมี

นักวิจัยค้นพบแพ็กเกจจิ้งย่อยสลายได้ 100% จากเปลือกปูและพืช (ไคตินและเซลลูโลส) เริ่มต้นจากความผิดพลาดในห้องแล็บ สู่นวัตกรรมทดแทนพลาสติกที่กันความชื้นและออกซิเจนได้ดีเยี่ยม พร้อมต่อย...

Responsive image

นักวิจัยฟินแลนด์พัฒนา ‘เรซินชีวภาพ’ จากเศษไม้ ทนทานกว่าเรซินจากปิโตรเลียมถึง 76% และรีไซเคิลได้ 100% แบบ Closed-loop

นักวิจัย University of Oulu พัฒนาเรซินชีวภาพจากเศษไม้ ที่แกร่งกว่าเรซินจากฟอสซิลถึง 76% พร้อมชูจุดเด่นรีไซเคิลได้ 100% ตอบโจทย์เศรษฐกิจหมุนเวียน...