เราอยากเห็นคนรุ่นใหม่ที่มี Passion เข้ามามองธุรกิจ Retail ไทย แล้วเสนอว่าเขาจะพัฒนาอย่างไร
หลังเวที Enterprise Lab World Student Pitch ASEAN Edition ในงาน Techsauce Global Summit 2026 จบลง Techsauce ได้สัมภาษณ์ คุณถิรายุ ทรงเวชเกษม Chief Digital Officer ของ CP AXTRA ในฐานะ Co-host ของ Enterprise Lab และกรรมการตัดสินไอเดียจากนักศึกษาที่เข้ามาแข่งขันแก้โจทย์ธุรกิจของ CP AXTRA ด้วยเทคโนโลยี โดยมีตั้งแต่การจัดการ Supply Chain ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า
หนึ่งในภาพที่คุณถิรายุได้เห็นและประทับใจคือ การที่คนรุ่นใหม่ลงไปทำความเข้าใจธุรกิจ Retail และ Makro PRO แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทย และอันดับ 1 ของไทยด้านยอดขายแบบ First-party (1P) แบบเจาะลึกและมองเห็นความเป็นไปได้ในการนำเสนอแนวทางเพื่อพัฒนาต่อ
นอกจากเหตุผลที่ CP AXTRA ให้ความสำคัญกับ Enterprise Lab บทบาทของ Digital Solution และ AI ต่อธุรกิจ Retail ตลอดจนภาพของ Talent ที่จะเข้ามาสร้างอุตสาหกรรมนี้ในอนาคต
การพูดคุยกันครั้งนี้ยังทำให้เห็นว่า เทคโนโลยี คน และโจทย์ธุรกิจแยกออกจากกันได้ยาก AI อาจทำให้ Retail เปลี่ยนเร็วขึ้น ทว่าคนที่จะนำ AI ไปสร้างผลลัพธ์ได้ ต้องเข้าใจปัญหาของธุรกิจอย่างลึกพอ และพร้อมรับผิดชอบการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นจนจบ

Enterprise Lab World Student Pitch ASEAN Edition คือเวทีที่เปิดให้นักศึกษาอายุ 18 ถึง 25 ปี นำเสนอไอเดียเพื่อแก้โจทย์จริงของภาคธุรกิจ โดยรอบสุดท้ายจัดขึ้นบน Tech Showcase Stage ภายในงาน Techsauce Global Summit 2026
การแข่งขันแบ่งเป็น 3 โจทย์ เพื่อเปิดรับแนวคิดสร้างการเติบโตให้ธุรกิจในหลากหลายด้าน หนึ่งในนั้นคือโจทย์ Retail & AI Challenge โดย CP AXTRA ซึ่งเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาพัฒนาแนวคิด AI สำหรับธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง ครอบคลุมตั้งแต่ประสบการณ์ลูกค้า การบริหารสินค้าอย่างชาญฉลาด การคาดการณ์ความต้องการ ประสิทธิภาพของ Supply Chain ไปจนถึงบริการใหม่สำหรับลูกค้าธุรกิจ
การเข้ามาเป็น Co-host ของ CP AXTRA สอดคล้องกับทิศทางขององค์กรที่มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาใช้เอง รวมถึงพัฒนา AI และทรัพย์สินทางปัญญาภายในองค์กร ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพของทีม AXTRA Tech ในองค์กรให้มีทั้งความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการนำเทคโนโลยีมาตอบโจทย์ธุรกิจจริง ตลอดจนการดึงดูดและเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถด้านเทคโนโลยี (Tech Talent) เข้ามาร่วมงาน เพื่อเสริมสร้างทีมที่แข็งแกร่งและขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ธุรกิจได้อย่างแท้จริง
เวทีนี้จึงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างโจทย์จากโลกธุรกิจกับมุมมองของคนรุ่นใหม่ โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้นำข้อมูล เทคโนโลยี และวิธีคิดใหม่ ๆ มาต่อยอด
ขณะเดียวกัน CP AXTRA ยังเห็นทั้งทิศทางของเทคโนโลยีและโซลูชันที่คนรุ่นใหม่สนใจ วิธีคิดของผู้เข้าร่วม และศักยภาพของ Talent ที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดงาน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการสร้างทีมเทคโนโลยีในระยะต่อไป
คุณถิรายุบอกว่า CP AXTR เน้นมองหาไอเดียที่เข้าใจ Retail ไทยอย่างจริงจัง แล้วนำมุมมองใหม่มาขยายความเป็นไปได้ของธุรกิจ ตั้งแต่การจัดการร้านค้า การกำหนดราคา การจัดกลุ่มสินค้า ตัวสินค้า ไปจนถึงประสบการณ์บน Makro PRO

ธุรกิจ Retail ต้องอาศัยการตัดสินใจที่แม่นยำทุกขั้นตอน ตั้งแต่เลือกว่าจะขายสินค้าอะไร จัดวางและตั้งราคาอย่างไร บริหารสต็อกอย่างไรให้พอดีกับความต้องการ ไปจนถึงทำอย่างไรให้ลูกค้าค้นหาและสั่งซื้อสินค้าได้สะดวกขึ้น
Digital Solution และ AI จึงเข้ามาช่วยได้ในหลายส่วน ตั้งแต่การวางแผน Supply Chain การบริหารสินค้าและสต็อก ไปจนถึงการพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้า แต่การจะใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ให้เกิดผลจริง ต้องเริ่มจากความเข้าใจธุรกิจก่อน
คุณถิรายุเน้นว่า คนที่จะแก้ปัญหาในยุค AI ต้องมีความรู้ความเข้าใจในธุรกิจก่อน จากนั้นจึงมองว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยตรงไหน และกล้าออกจากกรอบของวิธีเดิมเพื่อหาคำตอบที่เหมาะกับปัญหาจริง
การแก้ปัญหายุค AI ต้องเข้าใจธุรกิจจริง แล้วเอาเทคโนโลยีเข้ามาแก้ปัญหา
หลักคิดนี้ทำให้ AI มีบทบาทมากกว่าเครื่องมือที่องค์กรนำมาติดตั้งเพิ่ม เพราะระบบที่มีคุณค่าต่อธุรกิจต้องถูกออกแบบจากรายละเอียดของหน้างานจริง หากไม่เข้าใจกระบวนการ การใช้ AI ก็อาจแก้โจทย์ได้เพียงบางส่วน หรือสร้างคำตอบที่นำไปใช้จริงได้ยาก
สำหรับคุณถิรายุ ช่วงเวลานี้คล้ายกับอินเทอร์เน็ตในยุคแรก ความสามารถของ AI เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เคยทำได้ระดับหนึ่งอาจก้าวไปไกลกว่าเดิมภายในเวลาไม่กี่เดือน ธุรกิจจึงต้องติดตามความเป็นไปได้ใหม่อยู่เสมอ พร้อมกลับมาทบทวนว่าโจทย์เดิมมีวิธีแก้ที่ดีกว่าแล้วหรือยัง
สิ่งที่คุณถิรายุเห็นจากศักยภาพของนักศึกษาบนเวที คือ ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูล มองภาพได้กว้าง ย่อยข้อมูลได้เร็ว และเปลี่ยนสิ่งที่พบให้กลายเป็นข้อเสนอใหม่ พร้อมนำเสนออย่างมั่นใจ
ทักษะเหล่านี้มีความสำคัญต่อ Retail เพราะปัญหาในธุรกิจมักเชื่อมโยงกันหลายส่วน การปรับประสบการณ์บนแพลตฟอร์มอาจเกี่ยวข้องทั้งกับสินค้า ราคา สาขา และการจัดส่ง ขณะที่การเปลี่ยนวิธีบริหารร้านค้าก็อาจส่งผลต่อพนักงาน ต้นทุน และประสบการณ์ของลูกค้าพร้อมกัน
การมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างหลายจุดจึงเป็นทักษะสำคัญของคนทำงานยุคใหม่ แต่สำหรับ CP AXTRA เท่านั้นยังไม่พอ เพราะคนที่เข้ามาทำงานควรมีทั้ง passion ต่อโจทย์ และความรู้สึกเป็นเจ้าของงาน
คุณถิรายุอธิบายว่า คนที่เข้ามาทำงานควรพร้อมลงไปเข้าใจกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ โดยไม่จำกัดตัวเองว่าปัญหานั้นเป็นเรื่องเทคโนโลยีหรือไม่ แล้วจึงหาวิธีแก้ที่ใช้งานได้จริง เพราะคนที่รับผิดชอบเพียงส่วนของตัวเองอาจสร้างระบบที่ดีเฉพาะจุด แต่คนที่เห็นทั้งกระบวนการจะเข้าใจว่าผลลัพธ์สุดท้ายเกิดกับธุรกิจและลูกค้าอย่างไร

เมื่อพูดถึงภาพของ Retail ในอีกห้าปีข้างหน้า คุณถิรายุมองว่าอุตสาหกรรมนี้จะเปิดกว้างสำหรับคนหลากหลายสาขามากขึ้น จากเดิมที่ผู้สมัครอาจคิดว่าการทำงานค้าปลีกต้องเรียนบริหารธุรกิจ ไอที หรือโลจิสติกส์โดยตรง
วันนี้ CP AXTRA มองหาคนร่วมทีม AXTRA Tech ที่มีทักษะด้านการวิเคราะห์ วิศวกรรม โลจิสติกส์ และเทคนิคมากขึ้น เพราะวิธีคิดจากแต่ละสาขามีจุดแข็งต่างกัน และความหลากหลายเหล่านี้ช่วยให้องค์กรมองปัญหาเดียวกันได้หลายมุม
นอกจากนี้ ธรรมชาติของธุรกิจยังต้องเชื่อมความต้องการของผู้คนเข้ากับสินค้าที่มีอยู่ ตั้งแต่คนขายของบนแพลตฟอร์มออนไลน์ไปจนถึงผู้ออกแบบระบบหลังบ้าน ทุกคนต่างกำลังทำหน้าที่ของพ่อค้าในรูปแบบที่ทันสมัยขึ้น
ในความหมายนี้ คนจบวิศวกรรมศาสตร์อาจใช้วิธีคิดเชิงระบบมาปรับกระบวนการทำงาน คนจบสายเทคโนโลยีอาจพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ ขณะที่คนจากสายการตลาด บัญชี หรือสาขาอื่นก็สามารถนำมุมมองเฉพาะทางมาเชื่อมต่อกับโจทย์ Retail ได้
คุณถิรายุมองว่า Retail เป็นรากฐานหนึ่งของสังคม เพราะการเชื่อมคนเข้ากับสินค้าที่ต้องการเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันเสมอ เมื่ออุตสาหกรรมเปิดรับคนที่คิดต่างได้มากขึ้น ภาพของงานค้าปลีกจึงขยายไปสู่พื้นที่ที่คนอีกหลายสาขาเข้ามาสร้างระบบใหม่ร่วมกัน
สิ่งที่เห็นจาก Enterprise Lab ไม่ได้มีเพียงไอเดียของนักศึกษาแต่ละทีม แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่กำลังมองโจทย์ Retail ต่างออกไปจากเดิม ทั้งในแง่การใช้ข้อมูล การเชื่อมปัญหาหลายส่วนเข้าด้วยกัน และการมองหาโอกาสที่เทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยได้
ในช่วงที่ความสามารถของ AI เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทักษะด้านเครื่องมืออาจต้องเรียนรู้และอัปเดตอยู่เสมอ แต่สิ่งที่เปลี่ยนช้ากว่าคือความสามารถในการทำความเข้าใจธุรกิจ มองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริง และรู้ว่าเทคโนโลยีควรถูกนำมาใช้ตรงไหน
นี่อาจเป็นเหตุผลที่ Retail ในอนาคตเปิดกว้างให้คนจากหลากหลายสาขามากขึ้น เพราะสิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่พื้นฐานการศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการนำความรู้ของตัวเองมาเชื่อมกับปัญหาของธุรกิจ และทำงานร่วมกับคนจากหลายด้านเพื่อหาคำตอบที่ใช้ได้จริง
เมื่อ AI ทำให้เครื่องมือและวิธีการเปลี่ยนเร็วขึ้น สิ่งที่อุตสาหกรรมต้องการจึงอาจไม่ใช่คนที่รู้จักเทคโนโลยีใหม่ที่สุดเสมอไป แต่เป็นคนที่รู้ว่ากำลังแก้ปัญหาอะไร และสามารถพาเทคโนโลยีไปสู่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงกับธุรกิจและผู้คนได้
อ้างอิง : บทสัมภาษณ์คุณถิรายุ ทรงเวชเกษม หลังการตัดสิน Enterprise Lab World Student Pitch ASEAN Edition ในงาน Techsauce Global Summit 2026
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด