ค้นหาคนที่ใช่กับ Dipify แอปฯ หาคู่ตามความสนใจที่ตรงกัน

 

Screen Shot 2558-03-21 at 12.38.14 AM

ในแถบเอเชียมีแอปฯ ด้านค้นหาเพื่อนใหม่ๆ หรือจับคู่ผ่านแอปพลิเคชั่นอยู่หลายราย วันนี้เรามาฟังมุมมองของ Dipify หนึ่งในตัวแทนจากไทย ผู้พัฒนาแอปฯ หาเพื่อนจาก "ความสนใจร่วมกันด้วยการดูวีดีโอ" ว่ามีมุมมองของตลาดแอปฯ แนวนี้อย่างไร

ก่อนอื่นช่วยแนะนำตัวและประวัติคร่าวๆ ของ Dipify?

สวัสดีครับผม คริส CEO ของ Dipify ผมเคยทำงานในอีเว้นท์แนวจับคู่ที่ฝรั่งเรียกกันว่า "Singles Events" ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งที่แคนนาดา โดยทำหน้าที่หลักอย่างการสร้างและอิมพลีเม้นต์งานนี้ สนับสนุนให้คนที่มางานมีปฏิสัมพันธ์กันและหาคนที่มีความสนใจตรงกันผ่านทางกิจกรรมต่างๆ สำหรับท่านอื่นๆ ในทีมเราประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากหลายแขนง ซึ่งเข้าใจลักษณะของผู้คนอีกทั้งรู้วิธีการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในการทำกิจกรรมร่วมกัน และอีกส่วนหนึ่งของทีมนั้นประกอบไปด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทั้ง iOS, Android และเว็บไซต์

Dipify คืออะไร? ทำไมคุณถึงสร้างบริการนี้ขึ้นมา?

Dipify เป็นบริการจับคู่ผ่านทางแอปฯ บนมือถือและเว็บไซต์ โดยใช้หลักเกณฑ์พื้นฐานของแต่ละบุคคล และการทำกิจการต่างๆ ในโลกโซเชียลแบบเรียลไทม์ที่คล้ายคลึงกัน เช่นการดูวิดีโอผ่าน Youtube หรือความชอบที่เหมือนๆ กันในตัวโพสของ Facebook เรานำเสนอวิธีการใหม่ๆ ในการจัดคู่ พูดคุย พบปะคนที่ใช้ในเวลาที่เหมาะสม

เราได้สร้างบริการนี้ขึ้นมาเพราะเราเห็นว่า Singles's events กิจกรรมแบบนี้ขยายตัวได้ยาก ค่าใช้จ่ายของสมาชิกค่อนข้างสูงเลยทีเดียวนั่นคือประมาณ 5,000 เหรียญสหรัฐฯ /ต่อปี จึงทำให้หลายๆ คนไม่สามารถจะจ่ายได้ ดังนั้นเราจึงตัดสินใจที่จะทำแอปฯ ที่มีระบบการจับคู่ที่เป็นลักษณะเฉพาะของเราเอง พร้อมเปิดให้ใช้ฟรีครับ

ปัจจุบัน Dipify ใช้โมเดลแบบ Freemium รายได้หลักจะมา In-App Purchase อาทิเช่น filters (กรุ๊ปเลือด), Virtual Products (สติ๊กเกอร์น่ารักๆ) ในแอปฯ และเว็บไซต์ ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงรสนิยม ความชื่นชอบและคนกลุ่มไหนที่พวกเขาอยากพบ ในขณะที่แต่ละ Premium Feature จะมีราคาตั้งแต่ระดับ 1.99 เหรียญฯ ไปจนถึง 9.99 เหรียญฯ และสำหรับ Free user จะเห็นโฆษณาบนมือถือซึ่งเป็นที่มาของรายได้อีกช่องทางหนึ่งของเรา นอกจากนี้เราจะมีรายได้ที่มาจากการโฆษณาแบบทั่วๆ ไป, แบบกำหนดเป้าหมายและแบบ Affiliate จากคู่แข่งของเราในวันที่เรามีฐานผู้ใช้ที่มากขึ้น

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการพัฒนาแอปฯ แนวจับคู่ค่อนข้างมาก อะไรคือจุดเด่นของคุณ?

ในธุรกิจการจับคู่และการเดทนั้น จะมีการทับซ้อนกันในตลาดกันอยู่ นั่นก็คือผู้ใช้งานไม่ได้ใช้แค่บริการใดบริการหนึ่งในคราวเดียว พวกเขาสามารถใช้หลายแอปฯ ได้เพื่อเพิ่มโอกาสในการหาคนที่ใช่มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

นอกจากนี้บริการจับคู่อื่นๆ ผู้ใช้จะถูกจับคู่กับคนจำนวนมากและจะต้องใช้เวลานานในการพยายามหาบุคคลที่ต้องการเริ่มต้นการสนทนาด้วย

ความต่างของเราก็คือ Dipify จะจับคู่และแนะนำผู้ใช้ให้กับคนที่ใช่ในเวลาที่เหมาะสม และนำเสนอจุดเริ่มในการสนทนาออนไลน์ที่เหมาะสม  Dipify สะดวกและใช้งานง่าย โดยผู้ใช้ต้องทำการเชื่อมต่อโซเชียลมีเดียของพวกเขาก่อนและเริ่มต้นทำกิจกรรมต่างๆ ทางออนไลน์เหมือนดังเช่นปกติ ในกรณีที่มีคนทำสิ่งที่คล้ายๆ กันในเวลาเดียวกัน Dipify จะทำหน้าที่เป็นเสมือนเพื่อนที่จะแจ้งให้ทั้งสองฝ่ายได้รับรู้ว่ามีคนที่ควรพบนะ ตัวอย่างเช่นเมื่อมีคนดูวิดีโอ YouTube เดียวกัน และการ Check in บน Facebook หรือแม้กระทั่งการกดไลค์โพสบน Facebook ในเวลาเดียวกัน บุคคลที่เราสนทนา ณ ขณะนั้นจะได้รับรู้ด้วย

Dipify มุ่งเน้นไปที่การเชื่อมปฏิสัมพันธ์ผ่านการถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกของแต่ละคน และตั้งใจที่จะหาวิธีการใหม่ในการช่วยผู้คนเริ่มต้นการสนทนาและสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาว

แนวโน้มของธุรกิจนี้เป็นอย่างไร? ประเทศใดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีแนวโน้มจะใช้แอปฯ หาคู่มากที่สุด?

จากสิ่งที่พวกเรารู้ แนวโน้มในการใช้บริการออนไลน์ลักษณะนี้มีสูงขึ้น ตัวแอปฯ มีการดาวน์โหลดเป็นจำนวนมากจนกระทั่งพวกเขาจะหาคนที่ใช่สำหรับเขา  ทั้งสิงคโปร์, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์และไทยมีการเปิดรับเรื่องเหล่านี้มากขึ้น จึงมีคนนิยมใช้บริการจัดหาคู่กันมากขึ้น ซึ่งตลาดที่ใหญ่ที่สุดจะเป็นอินโดนีเซียเนื่องด้วยจำนวนประชากรที่มากที่สุดประเทศหนึ่งนั่นเอง

 

ในความคิดของคุณนั้นจุดเริ่มต้นที่ยากที่สุดสำหรับการเป็น Startup คืออะไร? คุณทำอย่างไรในการแก้ไขกับสถานการณ์ต่างๆ เหล่านั้น

ส่วนที่ยากที่สุดของ Startup คือการหาคนที่เหมาะสมกับการทำงานรวมถึงการจัดการทีมงาน Startup ไม่ค่อยมีคนพูดเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ การจัดการกับความคาดหวังของผู้คนเป็นเรื่องที่ท้าทายที่สุด ความสำเร็จของทีมนั้นต้องอาศัยความซื่อสัตย์และความจริงใจด้วย

Start up ต้นแบบของคุณคือใคร เพราะอะไร?

Mark Cuban เขาคือนิยามของคำว่า hustler ซึ่งเขาเป็นหนึ่งใน hustler ที่ยิ่งใหญ่ในระดับโลก อีกทั้งยังเป็นมหาเศรษฐีระดับโลกด้วยการเริ่มต้นเป็นผู้ประกอบการตั้งแต่อายุ 12 ปี

แผนถัดไปในตลาดไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นอย่างไร? แล้วเรื่องนักลงทุน?

แผนต่อไปของ Dipify คือการเปิดตัวในไทยอย่างเต็มตัว เป็นตลาดที่เราเริ่มต้นและรับฟัง feedback ของผู้ใช้เพื่อนำมาปรับปรุงประสบการณ์ใช้งาน จากนั้นเราวางแผนที่จะขยายตลาดไปยังประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้แก่ประเทศอินโดนีเซียและไต้หวัน ซึ่งตอนนี้พวกเราก็กำลังเปิดหานักลงทุนที่มีทิศทางเดียวกันเพื่อขยายธุรกิจออกไปครับ

RELATED ARTICLE

Responsive image

สรุป 5 ประเด็นสำคัญที่ควรรู้ จาก white paper หยวนดิจิทัลของธนาคารกลางจีน

ธนาคารกลางจีน (People’s Bank of China: PBOC) ได้เผยแพร่รายงานความคืบหน้าของ White Paper สกุลเงินหยวนดิจิทัล หรือ Digital Currency Electronic Payment (DCEP) ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 201...

Responsive image

เมื่อตลาด Search Engine อาจไม่ได้เป็นของ Google อีกต่อไป แต่บริษัทเทคโนโลยีหน้าใหม่กำลังตีตื้น

พฤติกรรมการค้นหาของผู้ใช้งานในลักษณะนี้ด้วยช่องทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้นก็กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ตลาด Search Engine จึงได้แตกตัวออกมามี SEO ใหม่ ๆ ที่เราอาจไม่คุ้นชื่อมาก่อน และเ...

Responsive image

EDI (Electronic Data Interchange) จะเป็นพื้นฐานการเติบโตของธุรกิจ ในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงไม่สิ้นสุด

การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้ธุรกิจต่าง ๆ ต้องเร่งปรับตัวเพื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัล Comarch กับบทบาทการเป็นบริษัทแนวหน้าที่นำระบบ EDI มาเป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการเติบโตของธุรกิจ ...