F1 Simulator: อาวุธลับสู่ชัยชนะนักแข่งรถสูตรหนึ่ง

การแข่งรถ Formula 1 (F1) เป็นหนึ่งในกีฬาที่ท้าทายเป็นอย่างมาก เป็นกีฬาที่ต้องอาศัยรถที่แรงและเร็ว และนักแข่งที่ต้องมีความสามารถในการขับที่ยอดเยี่ยม พร้อมกับการตัดสินใจที่แม่นยำในทุกเสี้ยววินาทีของการแข่งขัน ดังนั้น ก่อนการแข่งขันแต่ละทีมและนักแข่งแต่ละคนจะต้องเตรียมตัวกันอย่างหนัก ซึ่งหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง คือ F1 Simulator ที่จะช่วยนักแข่งได้พัฒนาทักษะและเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันจริง รวมไปถึงเป็นตัวช่วยในด้านการพัฒนารถอีกด้วย

F1 Simulator ก็คือ ระบบจำลองการแข่งรถเสมือนจริงนั่นเอง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย มูลค่าหลายล้านปอนด์ ที่ช่วยพัฒนารถโดยไม่จำเป็นต้องทดสอบในสถานที่จริง ซึ่งเป็นการช่วยประหยัดทรัพยากร พลังงาน และช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก อีกทั้งยังช่วยให้นักแข่งได้ฝึกฝนการขับรถแข่งและสร้างความคุ้นชินต่อสนามแข่งแต่ละที่ รวมไปถึงพัฒนาความจำของกล้ามเนื้อหรือที่เรารู้จักกันดีว่า Muscle memory และปฏิกิริยาตอบสนองที่จำเป็นในการจัดการกับการขับรถ F1 ที่มีความเร็วสูง ไม่ว่าจะเป็นการหักหลบ หรือการเลี้ยวต่าง ๆ

Credit : Mercedes-AMG

โดยลักษณะคร่าว ๆ ของ F1 Simulator ก็คือ มีจอโค้งขนาดใหญ่ที่จะแสดงภาพของสนามแข่ง ที่นั่งของนักแข่งที่จำลองเสมือนกับที่นั่งนักแข่งบนรถแข่งจริง และอุปกรณ์จะมีน้ำหนักเท่ากับอุปกรณ์บนรถ F1 จริง ไม่ว่าจะเป็น พวกมาลัยหรือแป้นเบรค ส่วนตัวนักแข่งมักจะสวมชุดแข่งเหมือนเวลาแข่งจริงด้วยเช่นกัน

เนื่องจาก F1  ต้องการลดค่าใช้จ่ายในกีฬาชนิดนี้ เพราะ การขนส่งรถยนต์ อุปกรณ์ และช่างเครื่องไปยังสนามที่ทีมวางแผนจะทดสอบนั้นมีค่าใช้จ่ายสูงมาก และต้องการเพิ่มโอกาสให้แก่ทีมเล็ก ๆ และลดช่องว่างระหว่างทีมชั้นนำให้มีความเท่าเทียมกัน ทาง F1 จึงแบน private test หรือ การฝึกซ้อมส่วนตัวบนสนาม ในปี 2009 ซึ่งทำให้ทีมต่าง ๆ ต้องหาวิธีอื่นเพื่อเตรียมตัวสำหรับการแข่งขัน ซึ่งวิธีนั้นก็คือ การใช้ 'Simulator' 

ความเจ๋งของ Simulator ตัวนี้ก็คือ มีความแม่นยำและความละเอียดสูง เนื่องจากมีการใช้ เลเซอร์ไลดาร์ (Lidar scanning) ในการสแกนเพื่อสร้างโมเดลสนาม โดยสร้างสนามที่เสมือนจริงมากที่สุดไม่ว่าจะเป็นพื้นผิวจนไปถึงขอบถนน นอกจากนี้ยังมีการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์จำลองจากภายนอก เช่น rFpro เพื่อสร้างความสมจริงของสภาพแวดล้อมในสนาม เนื่องจากสภาพแวดล้อมของสนามเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักแข่งไม่ว่าจะเป็นการหาจุดเบรกหรือจุดที่เหมาะสมในการหักเลี้ยวรถ 

Credit : Mercedes-AMG

Simulator มีอยู่ 2 แบบ คือ การจำลอง Driver-in-Loop (DiL) และการจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ การจำลองแบบ DiL เป็นการจำลองสนามทดสอบเสมือนจริงซึ่งรถและสนามแข่งที่ใช้แข่งขันจะถูกจำลองอย่างละเอียดเพื่อให้สามารถพัฒนารถ ค้นหาทิศทางการตั้งค่าที่เหมาะสม และช่วยให้นักแข่งคุ้นเคยกับสนามในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง ซึ่งคล้ายกับเครื่องจำลองเครื่องบินมืออาชีพที่ใช้ในการฝึกนักบิน แตกต่างกันตรงที่ค็อกพิทที่มีลักษณะเหมือนรถ F1 ไม่ใช่ห้องควบคุมการบิน และยังเอื้อให้นักแข่งทำระยะทางการแข่งขันได้อย่างเต็มรูปแบบ 

ในส่วนของการจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ จะสามารถจำลองรอบเสมือนจริงได้ 100% อีกทั้งยังสามารถให้นักแข่งเร่งความเร็วของรถไปพร้อมกันกับทำการจำลองอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วยเพื่อช่วยในการหากลยุทธ์ที่เหมาะสมและไดนามิกของรถ

Credit : Pirelli

อย่างไรก็ตาม Simulator ยังคงมีข้อจำกัดอยู่บ้าง ซึ่งก็คือ เทคโนโลยีนี้ไม่สามารถเลียนแบบโมเดลยางรถยนต์ที่มีอยู่ 3 แบบ คือ Hard Medium และ Soft อีกทั้งยังมียางที่ใช้สำหรับถนนเปียกอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจำลองในสถานการณ์ที่อากาศร้อนเป็นอย่างมาก หรือการยึดเกาะของยางเมื่ออากาศเย็นเกินหรือร้อนเกินไป และสำหรับสนามใหม่ ๆ การสแกนเลเซอร์มักจะไม่สามารถจำลองจุดกระแทกที่มีอยู่ในสนามจริงได้

ถึงจะมีข้อจำกัดบ้าง แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Simulator กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับนักแข่งและทีมทุกทีม เพราะทุกคนใช้มันเพื่อฝึกฝน เตรียมพร้อม และพัฒนาทักษะสำหรับการแข่งขันจริงถึงขนาดที่ แม็กซ์ เวอร์สแตปเพน แชมป์โลก F1 3 สมัยติดต่อกัน เผยว่า อยากติดตั้ง Simulator ไว้ในรถบ้านส่วนตัว เพื่อฝึกฝนทักษะการขับขันยามค่ำคืน

อ้างอิง : businessinsider, redbull, mercedesamgf1, eurosport, silverstone, thesun

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

dentsu เปิดแนวคิด Intelligence Operating System เมื่อการตลาดยุค AI ต้องชนะด้วยความเร็วในการตัดสินใจ

ในวันที่ผู้บริโภคไม่ได้เดินทางผ่านสื่อแบบเส้นตรงอีกต่อไป การทำการตลาดเริ่มวัดกันที่ว่าแบรนด์เห็นสัญญาณของผู้บริโภคเร็วพอหรือไม่ ตัดสินใจจากข้อมูลได้แม่นพอหรือเปล่า และปรับแผนได้ทัน...

Responsive image

คุยกับ Eric Tse ผู้สืบทอดบริษัทยาเบอร์ต้นจีน เจาะสูตรบทเรียน 20 ปี SBP Group สู่ความสำเร็จในตลาดโลก

Techsauce พาคุยกับ Eric Tse กิ่งก้าน CP ฝั่งจีน ผู้สร้างบริษัทยาเบอร์ต้นของจีน พร้อมเผยยุทธศาสตร์ Mutual Recognition ทางลัดที่จะปลดล็อกให้สตาร์ทอัพและบริษัทยาไทย สเกลสู่ตลาดจีนแสนล...

Responsive image

'รู้ทัน ทำจริง พิสูจน์ได้' 3 ข้อที่ผู้ประกอบการต้องสำรวจธุรกิจตัวเอง ถ้าอยากเข้าถึง Green Capital

ดร.ชาริกา ชาญนันทพิพัฒน์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) แนะ 3 Reality Check : รู้ทัน (See the Signals) ทำถึง (Execution) พิสูจน์ได้ (Provable) ให้ผู้บริหาร ผู้ประกอบการ ดูว่าดำเ...