
ทุกวันนี้การแข่งขันเรื่อง AI ไม่ได้วัดกันแค่ว่าใครมีชิปแรงกว่าหรือสร้างระบบได้ล้ำกว่าอีกต่อไปแล้ว แต่เกมนี้กำลังวัดกันที่ ‘ประเทศไหนจะสร้างคนให้เข้าใจ AI ได้มากกว่ากัน’
ซึ่งล่าสุดจีนขยับตัวเรื่องนี้แบบเอาจริงสุด ๆ โดยรัฐบาลสั่งผลักดันให้วิชา AI เข้าไปอยู่ในระบบการศึกษาแบบครบวงจรให้เด็กเริ่มเรียนรู้กันตั้งแต่ชั้นอนุบาล ลากยาวไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัย โดยมีเป้าหมายคือการปั้นคนรุ่นใหม่ให้โตมาพร้อมทำงานในยุคที่เศรษฐกิจเกือบทุกอย่างต้องพึ่งพาเทคโนโลยี
นโยบายนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาระยะ 5 ปีของรัฐบาลจีนและสอดคล้องกับเป้าหมายของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่ต้องการให้จีนก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีขั้นสูงของโลก
แผนล่าสุดของรัฐบาลจีนประกาศว่าต่อไปนี้ AI จะไม่ใช่เรื่องผูกขาดของเด็กสายคอมฯ อีกต่อไป แต่ทุกคนต้องได้เรียน โดยมีเป้าหมายหลักคืออยากให้เด็กนักเรียนนักศึกษา ‘รู้เท่าทัน AI’ และประยุกต์ใช้ให้เป็น ไม่ได้ให้เรียนแค่ทฤษฎี แต่ต้องฝึกให้เด็กรู้จักคิด วิเคราะห์ มองปัญหาให้ออกและเอา AI มาเป็นเครื่องมือช่วยแก้ปัญหาให้ได้จริง ๆ
ที่สำคัญงานนี้จีนไม่ได้มาเล่น ๆ เพราะรัฐบาลสั่งลุยให้หน่วยงานท้องถิ่นทั่วประเทศ เอาแผนนี้ไปปรับใช้ให้เข้ากับแต่ละพื้นที่ เพื่อบังคับให้เกิดการเรียนการสอนด้าน AI แบบเห็นผลเป็นรูปธรรม
ที่ผ่านมาจีนทุ่มเงินและปั้นเทคโนโลยีล้ำ ๆ หนักมาก ทั้งเรื่อง AI, ชิป, และหุ่นยนต์ เพื่อหวังใช้เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว แต่ปัญหาคือจีนดันมาเจอชาติตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่คอยสกัดดาวรุ่ง บล็อกไม่ให้เข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง พอโดนบีบแบบนี้จีนเลยยิ่งรู้ซึ้งว่า ‘ต้องยืนด้วยลำแข้งตัวเองให้ได้’ ทำให้การเร่งปั้นคนเก่ง ๆ อย่างนักวิจัยหรือวิศวกรในบ้านตัวเองเลยกลายเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรีบทำ
ดังนั้นการเอาวิชา AI ไปฝังไว้ในโรงเรียนตั้งแต่เด็กจึงไม่ใช่แค่การผลิตเด็กจบใหม่ให้พร้อมกับโลกการทำงาน แต่มันคือการสร้างคนรุ่นใหม่ไว้เป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศในอีกหลายสิบปีข้างหน้า
แต่ถึงจะดัน AI สุดตัว จีนก็ไม่ได้ปล่อยให้เทคโนโลยีมาแย่งงานคนแบบตามมีตามเกิด เพราะรัฐบาลพยายามรักษาสมดุลไม่ให้ไปกระทบตลาดแรงงานที่ยังเปราะบางอยู่
ในฝั่งของนักศึกษากระทรวงศึกษาได้สั่งให้มหาวิทยาลัยติวเข้มเรื่อง AI เพื่อให้เด็กจบมามีทักษะตรงสเปกบริษัท และช่วยให้หางานได้ง่ายขึ้น ส่วนในฝั่งคนวัยทำงานศาลจีนก็เคยเบรกหลายบริษัทไปแล้วว่า ‘จะมาไล่พนักงานออกแล้วเอา AI มาเสียบแทนเฉย ๆ ไม่ได้’ เพราะฉะนั้นจีนต้องการเปลี่ยนผ่านประเทศเข้าสู่ยุค AI แบบค่อยเป็นค่อยไป โดยพยายามคุมไม่ให้คนต้องมาตกงานเพราะเทคโนโลยีมากจนเกินไป
ซึ่งจากนโยบายนี้จะเห็นชัดเลยว่าจีนไม่ได้มอง AI เป็นแค่เทคโนโลยีใหม่ แต่มองว่าเป็นวิชาพื้นฐานที่เด็กยุคใหม่ต้องมีติดตัวไม่ต่างจากการอ่านออกเขียนได้ ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ ยังลองผิดลองถูกเอา AI มาผสมในการเรียนแบบผ่าน ๆ แต่จีนชิงลงมือวางรากฐาน ปั้นคนให้เข้าใจ AI แบบเจาะลึกตั้งแต่เด็กและแม้ว่านโยบายนี้จะไม่ได้ออกมาให้เห็นในรวดเร็ว แต่ถ้าจีนยังเอาจริงและทำต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ สิ่งนี้จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้จีนยืนแข่งกับโลกในวงการเทคโนโลยีได้แบบยาว ๆ
อ้างอิง: bloomberg
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด