เบื้องหลัง Amazon กว้านซื้อ ‘หนังสือเก่า’ ป้อนข้อมูลเทรน AI เรียนรู้สไตล์งานเขียนมนุษย์

 Amazon กว้านซื้อ ‘หนังสือเก่า’ ป้อนข้อมูลเทรน AI เ

Amazon บริษัทที่แจ้งเกิดจากการเป็นร้านขายหนังสือ วันนี้กำลังกลับมากว้านซื้อหนังสืออีกครั้ง แต่คราวนี้หนังสือบางเล่มไม่ได้ถูกซื้อมาเพื่อให้คนอ่าน

รายงานจากสำนักข่าว 404 Media ระบุว่า Amazon กำลังตระเวนกว้านซื้อหนังสือเก่าจำนวนมาก เพื่อนำเนื้อหาไปใช้เทรน AI โดยทีมข่าวได้ทดลองซ่อนอุปกรณ์ติดตามไว้ในหนังสือเล่มหนึ่ง และพบว่าปลายทางของมันถูกส่งไปยังโรงงานของ Amazon ในลาสเวกัสที่ใช้ชื่อว่า VGT3 โดยทาง Amazon ออกมาชี้แจงว่าบริษัทซื้อหนังสือผ่านช่องทางปกติทั่วไป เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ

แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือหนังสือที่ถูกซื้อไปไม่ได้มีแค่หนังสือธรรมดาทั่วไป แต่ยังรวมถึงหนังสือเก่า ๆ ที่หายาก หนังสือที่ไม่มีการตีพิมพ์แล้ว หรือแทบจะหาอ่านบนอินเทอร์เน็ตไม่ได้ สิ่งที่พวกเขาดึงไปใช้ไม่ได้มีแค่ก้อนความรู้หรือข้อเท็จจริงต่าง ๆ แต่รวมถึง 'สไตล์การใช้ภาษา' เพื่อเอาไปสอนให้ AI รู้จักวิธีร้อยเรียงประโยคและสื่อสารออกมาให้มีความเป็นมนุษย์มากที่สุด

การเทรนโมเดลภาษาอย่าง LLM ต้องใช้ข้อมูลมหาศาล ซึ่งที่ผ่านมาบริษัท AI ก็ดึงข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตไปใช้กันเยอะมาก ๆ จนปัญหาที่ตามมาคือพอคนเริ่มใช้ AI สร้างคอนเทนต์ ข้อมูลบนเน็ตก็เต็มไปด้วยสิ่งที่ AI เขียนขึ้นมาเอง บริษัทเทคฯ จึงต้องเร่งหาแหล่งข้อมูลใหม่ที่มีคุณภาพและการันตีได้ว่าเป็นผลงานจากปลายปากกามนุษย์จริง ๆ จุดนี้จึงทำให้หนังสือเก่า ๆ กลายเป็นขุมทรัพย์ชิ้นใหม่ที่บริษัท AI กำลังต้องการอย่างหนัก

ทำไมหนังสือเก่า ๆ ถึงมีค่ากับ AI

เหตุผลคือพวกเขาต้องการ ‘ข้อมูลบริสุทธิ์’ ที่มนุษย์เขียนขึ้นมา โดยเฉพาะงานเขียนที่ตีพิมพ์ก่อนปี 2022 ซึ่งมันสามารถการันตีได้เลยว่าไม่ได้ถูกเขียนขึ้นด้วย AI แน่นอน หนังสือพวกนี้จึงกลายเป็นแหล่งข้อมูลชั้นดี เพราะมันเกิดขึ้นก่อนยุคที่ AI จะเข้ามาสร้างคอนเทนต์กันเกลื่อนแบบทุกวันนี้ การให้ AI ได้ซึมซับภาษาจากงานเขียนยุคก่อนจึงเป็นทางออกที่จะช่วยให้มันเรียนรู้วิธีการใช้คำที่มีมิติและเป็นธรรมชาติมากกว่าการไปจำแพทเทิร์นภาษาหุ่นยนต์ของ AI ด้วยกันเอง

หากบริษัทนำข้อความที่ AI เขียนไปป้อนให้ระบบเรียนรู้ซ้ำ ๆ จะทำให้เกิดปัญหาที่เรียกว่า 'Model Collapse' หรือภาวะที่คุณภาพของโมเดลถดถอยลง ถ้าให้สรุปแบบเข้าใจง่ายคือตอนนี้บริษัท AI ไม่ได้ต้องการแค่ข้อมูลปริมาณเยอะ ๆ แต่ต้องการข้อมูลที่เป็นฝีมือมนุษย์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์และต้องไม่ใช่งานที่ถูก AI เขียนซ้ำขึ้นมา

พอมองแบบนี้ก็แอบย้อนแย้งอยู่เหมือนกัน เพราะ Amazon เริ่มต้นจากการเป็นร้านขายหนังสือ ก่อนเติบโตจนกลายเป็นยักษ์ใหญ่ระดับโลก แต่วันนี้ Amazon กลับมากว้านซื้อหนังสืออีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้ไม่ได้ซื้อมาเพื่อขายหรืออ่าน แต่เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับพัฒนา AI 

หนังสือที่เคยมีค่าในฐานะของสะสม ตอนนี้มันกลับมีมูลค่าอีกรูปแบบในยุค AI เพราะเนื้อหาที่อยู่ข้างในคือคลังข้อมูลที่บริษัทเหล่านี้กำลังตามหา และเรื่องนี้ทำให้เห็นอีกด้านของการแข่งขันในวงการ AI เพราะเมื่อข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตถูกนำไปใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ บริษัท AI ก็ต้องหาข้อมูลจากแหล่งอื่นเพิ่มและหนึ่งในนั้นก็คือหนังสือเก่า ๆ ที่เริ่มหายากแล้วในปัจจุบัน 

อ้างอิง: techcrunch

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ถ้าเรายอมชะลอ AI ฝั่งตัวเอง เพราะเชื่อว่าจีนจะยอมชะลอตาม แล้วเกิดจีนไม่ทำแบบนั้นขึ้นมา ช่องวางนี้มันทรงพลังมากพอนะที่จะทำให้ จีนยึดครองอำนาจนำในเกมการเมืองโลกได้

Dario Amodei ซีอีโอ Anthropic เสนอแผนชะลอพัฒนา AI เพื่อความปลอดภัย พร้อมเปิดบทวิเคราะห์โจทย์หินทางการเมือง หากฝั่งจีนไม่ร่วมมือ สหรัฐฯ อาจเสี่ยงสูญเสียอำนาจมหาอำนาจโลก...

Responsive image

สรุปความรู้จากงาน AIS ACADEMY for THAIS 2026 เจาะลึก 5 บทเรียนช่วยสเกลธุรกิจด้วย AI

สรุปเวที AI for Business งาน AIS ACADEMY for THAIs 2026 ผู้บริหาร Google Cloud, Sea, AI Singapore, AWS และที่ปรึกษา SME ชี้ตรงกันว่าโจทย์ของ AI ไม่ได้อยู่ที่โมเดล พร้อมกรณีศึกษาจริ...

Responsive image

AI เริ่มวิวัฒนาการคล้ายเรา OpenAI เผยอยู่ร่วมกัน 700 ตัว มันร่วมมือกันสร้างวัฒนธรรมของตัวเอง มีการแบ่งงาน ส่งต่ออำนาจ และ Norm ของสังคม

มนุษย์ไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวที่มีวัฒนธรรมอีกต่อไป? เผยรายงานสุดช็อกเมื่อเอเจนต์ AI ของ OpenAI 700 ตัว รวมหัวกันตั้งกฎ เสียสละตัวเพื่อกลุ่ม และสร้างระบบสังคมขึ้นมาเอง...