จีนยึดตลาด AI สร้างวิดีโอ 9 ใน 10 โมเดลท็อปมาจากจีน จับตาเกมยาวที่สหรัฐฯ อาจตามหลัง

AI สร้างวิดีโอ

เวลาพูดถึงความก้าวหน้า AI จีน คนส่วนใหญ่จะนึกถึงโมเดลภาษาหรือแชตบอตก่อน แต่จริง ๆ มีอีกหนึ่งสนามที่จีนทำได้ดีไม่แพ้กันคือ 'AI สร้างวิดีโอ' ถ้าไปดูการจัดอันดับ Top 10 ของวีดีโอที่สร้างด้วยเอไอจาก Artificial Analysis จะเห็นว่ามีโมเดลจากบริษัทจีนเหมาไปแล้วถึง 9 อันดับ โดยมี Google จากสหรัฐฯ แค่เจ้าเดียวที่แทรกเข้าไปอยู่ในลิสต์นี้ได้ ข้อมูลตรงนี้จึงบอกได้ว่าตลาดนี้ไม่ได้ผูกขาดโดยบริษัทเดียว แต่มีหลายบริษัทกำลังแข่งกันพัฒนาอย่างดุเดือด 

ซึ่งช่วงที่ผ่านมาตลาดประเภทนี้ของจีนขยับตัวกันเร็วมาก เพราะ ByteDance กับ MiniMax เพิ่งปล่อยโมเดลใหม่ไล่หลังกันติด ๆ ส่วน Alibaba ก่อนหน้านี้ปล่อยโมเดล 'Happy Horse' ออกมาแบบไม่เปิดเผยตัวให้คนลองเล่นก่อนแล้วค่อยเฉลยว่าเป็นผลงานตัวเอง ยังมี Kling ของ Kuaishou, Vidu ของ ShengShu Technology และสตาร์ตอัพอีกหลายเจ้าที่กระโดดเข้ามาร่วมวง 

ประเด็นนี้จึงน่าสนใจตรงที่ขณะที่ฝั่งจีนแข่งกันอย่างหนัก บริษัทใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง OpenAI และ Anthropic กลับไม่ได้ให้น้ำหนักกับตลาดนี้ ช่องว่างนี้เลยเปิดทางให้จีนเหมือนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดและนับตั้งแต่ OpenAI ยุติการพัฒนา Sora นักพัฒนาจีนก็ยิ่งรุกหนักและและกลายเป็นฝ่ายคุมทิศทางในตลาดนี้แทน

ตอนนี้วิดีโอที่สร้างจาก AI ถูกใช้งานจริงแล้วในวงการโฆษณา บันเทิง และละครสั้นแนวตั้งที่กำลังโตทั้งในจีนและต่างประเทศ เพราะช่วยลดต้นทุนการผลิตไปได้มาก ถ้ามองในมุมธุรกิจนี่คือโอกาสทำเงินที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในตลาดที่แข่งกันตัดราคา

แต่ถ้ามองไปให้ไกลกว่าเรื่องธุรกิจคุณค่าที่แท้จริงของ AI ประเภทนี้ไม่ได้อยู่ที่ความเร็วหรือต้นทุนที่ถูกลงอย่างเดียว เดิมพันที่ใหญ่กว่านั้นคือจะทำอย่างไรให้ AI สร้างวีดีโอให้ออกมาสมจริง ซึ่งแน่อนว่าต้องอาศัยความเข้าใจที่มากกว่าแค่การรู้ว่าสิ่งต่าง ๆ คืออะไร 

ยกตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าให้ AI สร้างภาพลูกบอลกลิ้งบนพื้น มันไม่ได้แค่ต้องรู้ว่าลูกบอลหน้าตาเป็นยังไง แต่ต้องรู้ด้วยว่าลูกบอลควรกลิ้งแบบไหน นี่คือเหตุผลที่ AI ต้องเข้าใจเรื่องการเคลื่อนไหว เหตุและผล และฟิสิกส์พื้นฐาน เพื่อเดาได้ว่าเฟรมต่อไปควรเป็นแบบไหน ถ้าไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ วิดีโอที่ออกมาก็จะดูผิดธรรมชาติ

งานวิจัยพบว่าเมื่อโมเดลมีขนาดใหญ่ขึ้น AI สามารถเรียนรู้กฎบางอย่างของโลกได้เอง โดยไม่ต้องมีคนป้อนกฎฟิสิกส์ให้โดยตรง แม้ตอนนี้มันยังเข้าใจโลกได้ไม่เท่ามนุษย์ แต่ก็เริ่มจำลองการเคลื่อนไหวและคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ นั่นทำให้ AI ประเภทนี้อาจมีบทบาทมากกว่าการสร้างภาพเคลื่อนไหว เพราะความสามารถนี้สามารถต่อยอดให้ AI เข้าใจและทำงานในโลกจริงได้  

จากวีดีโอที่สร้างด้วย AI สู่ 'World Model'

World Model คือแนวคิดที่จะสอนให้ AI เข้าใจโลกจริง ไม่ใช่แค่เก่งภาษา เพราะถ้าจะเอา AI ไปใช้งานจริงในโลกจริง มันต้องรู้ด้วยว่าสิ่งของเคลื่อนไหวยังไง และถ้าขยับแล้วจะเกิดอะไรตามมา เรื่องนี้สำคัญมากกับการพัฒนาหุ่นยนต์ เพราะหุ่นยนต์ทำงานในโลกจริงไม่ได้แน่อน ถ้าไม่รู้ว่าของตรงหน้าคืออะไร

สมมติให้หุ่นยนต์พับผ้าหรือจัดของขึ้นชั้น แค่รู้ว่านี่คือ 'เสื้อ' ยังไม่พอ มันต้องรู้ด้วยว่าถ้าหยิบขึ้นมาแล้วผ้าจะทิ้งตัวยังไง หรือถ้าวางของลงไปจะไปชนชิ้นอื่นล้มไหม นี่คือเหตุผลที่นักวิจัยมองว่า AI ที่สร้างวีดีโออาจเป็นรากฐานสำคัญของ World Model เพราะหลักการทำงานของมันคือการเรียนรู้ความสัมพันธ์ของสิ่งรอบตัวและเดาเหตุการณ์ในเฟรมต่อไป 

หลายคนถึงกับเชื่อว่าถ้าเป้าหมายสูงสุดคือสร้าง AI ให้ฉลาดใกล้เคียงมนุษย์ การพัฒนาต่อจาก AI ประเภทนี้อาจตอบโจทย์และเป็นไปได้มากกว่าการทุ่มปั้นแชตบอตให้เก่งขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยซ้ำ

ตอนนี้บริษัทจีนไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ แต่เริ่มขยับไปพัฒนา World Model และระบบ AI ที่รับข้อมูลได้หลายรูปแบบแล้ว ตัวอย่างเช่น ShengShu Technology ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่เทรนด์ในจีน เพราะ Runway จากสหรัฐฯ กับ Black Forest Labs จากเยอรมนีก็เริ่มหันมามองตลาดหุ่นยนต์เหมือนกัน Cris Valenzuela ซีอีโอของ Runway มองว่านี่คือพัฒนาการที่ต่อเนื่องกัน เพราะถ้า AI จะสร้างวิดีโอให้สมจริงได้มันต้องจำลองสถานการณ์ที่ควรเกิดขึ้นในโลกจริงให้ได้ก่อน

เมื่อ AI เริ่มเก่งขึ้นในการคาดการณ์ว่า สิ่งต่าง ๆ จะเคลื่อนไหวและส่งผลต่อกันอย่างไร ความสามารถนี้ก็สามารถนำไปต่อยอดกับการฝึกหุ่นยนต์ได้ เพราะการพับผ้าหรือจัดสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต หุ่นยนต์ไม่ได้ต้องรู้แค่ว่า 'นี่คืออะไร' แต่ต้องเข้าใจด้วยว่า หากขยับหรือหยิบจับสิ่งนั้นแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป 

จีนอาจได้เปรียบทั้ง AI วิดีโอและหุ่นยนต์

จุดนี้ทำให้ความเก่งด้านวีดีโอที่สร้างด้วย AI ของจีนมีค่ามากกว่าแค่วงการคอนเทนต์ เพราะจีนเอาข้อได้เปรียบนี้ไปเชื่อมกับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ได้ แม้ World Model จะเพิ่งเริ่มต้น แต่จีนมีแต้มต่ออยู่แล้ว เพราะมีบริษัทพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จำนวนมาก และหลายเจ้าก็สร้าง หุ่นยนต์ขึ้นมาได้แล้ว โจทย์ที่เหลือคือทำยังไงให้หุ่นยนต์มี 'สมอง' ที่เข้าใจโลก เพราะที่ผ่านมาบริษัทจำนวนมากสร้างร่างกายหุ่นยนต์ได้ แต่ยังขาดระบบที่ทำให้มันเข้าใจโลกและรู้ว่าต้องทำอะไรต่อ ข้อมูลและความสามารถในการจำลองภาพจาก AI วิดีโอเข้ามาช่วยเติมส่วนที่ขาดนี้ได้พอดี

แต่การไปถึง World Model ยังมีโจทย์อีกมาก เรื่องแรกคือทรัพยากรและพลังประมวลผล ลำพังแค่สร้าง AI วิดีโอก็ต้องใช้ข้อมูลและคอมพิวเตอร์มหาศาลอยู่แล้ว ยิ่งจะทำระบบจำลองโลกที่ซับซ้อนขึ้น ความต้องการนี้ก็จะสูงขึ้นไปอีก อีกปัญหาใหญ่คือลิขสิทธิ์ การฝึก AI วิดีโอต้องใช้ภาพและคลิปจำนวนมาก และร่องรอยของข้อมูลที่ใช้ฝึกก็เห็นได้ชัดกว่ากรณีแชตบอต นี่กลายเป็นอุปสรรคสำคัญของแพลตฟอร์มจีนที่อยากขยายไปต่างประเทศ เพราะต้องรับมือกับข้อกังวลเรื่องลิขสิทธิ์จากอุตสาหกรรมภาพยนตร์และสื่อ

สรุปคือแม้จีนจะถือไพ่เหนือกว่าด้าน AI วิดีโอ แต่จะดันข้อได้เปรียบนี้ให้เป็นธุรกิจระดับโลกได้จริง ก็ยังมีโจทย์ใหญ่รอแก้อยู่อีกหลายเรื่อง

เกมแข่งขัน AI ต่อจากนี้ไม่ได้วัดกันที่แชตบอตแล้ว ?

ที่ผ่านมาเรามักตัดสินความเก่งของ AI จากโมเดลภาษา ใครทำ AI ตอบคำถามแม่น คิดวิเคราะห์เก่ง หรือทำงานแทนคนได้ดีกว่า คนนั้นคือผู้นำ แต่สเตปต่อไปสมรภูมิอาจไม่ได้อยู่แค่บนหน้าจอ ถ้าจะเอา AI ไปใช้กับรถยนต์ หุ่นยนต์ หรือระบบอัตโนมัติ มันต้องเข้าใจมากกว่าภาษา ต้องรู้ด้วยว่าสิ่งต่าง ๆ ในโลกจริงทำงานยังไง และถ้าทำอะไรลงไปแล้วจะเกิดผลอะไรตามมา นี่คือเหตุผลที่เราควรมองความก้าวหน้า AI วิดีโอของจีนให้ลึกกว่าแค่เอาไปทำหนังหรือโฆษณา

World Model อาจไม่มีจังหวะที่คนแห่มาใช้พร้อมกันทั่วโลกแบบ ChatGPT และเอาจำนวนผู้ใช้มาวัดความสำเร็จไม่ได้ แต่ถ้ามองเชิงยุทธศาสตร์มันอาจสำคัญกว่านั้นมาก สหรัฐฯ กำลังจับตาดูแชตบอตจีนอยู่ การโฟกัสแค่เกมโมเดลภาษาอาจทำให้พลาดการแข่งขันในสนามที่กำลังไปไวกว่านี้ บริษัทและนักลงทุนก็เหมือนกัน ตอนนี้เม็ดเงินส่วนใหญ่ยังเทไปที่โมเดลภาษา แต่ความก้าวหน้าครั้งต่อไปของ AI อาจมาจากระบบที่ไม่ได้แค่อธิบายโลก แต่เข้าใจและลงมือทำงานในโลกจริงได้

ถ้า AI วิดีโอคือรากฐานที่ใช้ฝึกระบบเหล่านี้ ข้อได้เปรียบที่จีนสร้างไว้วันนี้ก็อาจไม่จบแค่การเขย่าวงการ Hollywood แต่อาจเป็นตัวตัดสินเลยว่าใครจะเป็นผู้นำ AI ยุคต่อไป

อ้างอิง: bloomberg

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

AI อ่านทุกสิ่งที่มีบนโลก แต่ไม่รู้ว่า ‘แก้วตกพื้นแล้วจะแตก’ เมื่อโลกกำลังก้าวจาก LLM สู่ World Model เม็ดเงินลงทุนจะไหลไปที่ไหนบ้าง

เจาะลึก World Model เทรนด์ AI ปี 2026 ที่เม็ดเงินหมื่นล้านกำลังไหลไป เมื่อ AI ไม่ได้แค่คุยเก่ง แต่ต้องเข้าใจฟิสิกส์และโลกจริง พร้อมพบกับ Tipatat Chennavasin นักลงทุนระดับโลกที่งาน ...

Responsive image

Anthropic ปรับใหญ่ เตรียมเปิด ‘Auto Mode’ บน Claude Code เป็นค่าเริ่มต้น ย้ำปลอดภัยกว่ามนุษย์รีวิวเองถึง 6 เท่า

Anthropic ประกาศเปิดใช้งาน 'Auto Mode' บน Claude Code เป็นค่าเริ่มต้น 14 ส.ค. นี้ ชูผลทดสอบปลอดภัยกว่ามนุษย์รีวิวเองถึง 6 เท่า พร้อมระบบป้องกันข้อมูลรั่วไหลแน่นหนา...

Responsive image

Meta เปิดตัว Muse Code AI เขียนโค้ดตัวแรก พัฒนาโดย Alexandr Wang

Meta เปิดตัว Muse Code เอไอเขียนโค้ดตัวแรกของบริษัทเพื่อแข่งขันกับผู้นำตลาดอย่าง Anthropic และ OpenAI...