Anthropic ปล่อย Claude Cowork ลงมือถือ ยกระดับ AI สู่ผู้ช่วยออฟฟิศส่วนตัว

ล่าสุด Claude Cowork ผู้ช่วย AI เพื่องานออฟฟิศทั่วไปจากค่าย Anthropic กำลังจะขยายมาให้เราใช้งานบนสมาร์ทโฟนและเว็บเบราว์เซอร์แล้ว

หลังจากปล่อยแอปฯ บนเดสก์ท็อปให้ลองใช้กันไปเมื่อเดือนมกราคม การอัปเดตครั้งนี้จะเปิดให้ผู้ใช้งานระดับ Max สามารถทำงานได้แบบไร้รอยต่อมากขึ้น พูดง่ายๆ คือเราสามารถสั่งงานบนคอมฯ เช็กสถานะผ่านมือถือ และรับผลลัพธ์ได้ต่อเนื่องแม้พับจอ

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า Anthropic ต้องการสลัดภาพจำของ Cowork ที่ดูเป็นเครื่องมือเขียนโค้ดออกไป แล้วดันให้เป็น Agentic Administrative Coworker แบบเต็มตัว นั่นคือ AI ที่สามารถทำงานอยู่เบื้องหลังได้เอง จัดการงานข้ามอุปกรณ์ได้ และจะทักหาเราก็ต่อเมื่อมีเรื่องที่ต้องให้มนุษย์เป็นคนตัดสินใจเท่านั้น

สิ่งนี้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า สงคราม AI ในที่ทำงานไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในแผนก IT อีกต่อไปแล้ว แต่กำลังลามไปทุกแผนกในออฟฟิศ ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับที่ OpenAI พยายามดัน Codex ให้กลายเป็นเครื่องมือที่คนทั่วไปใช้ทำรายงานหรือวิเคราะห์ข้อมูลมาแล้ว

เกมนี้จึงไม่ได้วัดกันที่ว่าแชตบอตใครฉลาดกว่ากัน แต่สู้กันที่ว่าใครจะเข้าไปยึดพื้นที่การทำงานของผู้ใช้งานได้มากกว่ากัน

ลุยงานเบื้องหลัง แม้ไม่ได้ต่อเน็ต

จุดเด่นของการขยับขยายมาเป็นแอปพลิเคชันบนหลายอุปกรณ์ คือเราไม่จำเป็นต้องเปิดเน็ตหรือเปิดหน้าจอทิ้งไว้ตลอดเวลา เพราะ Claude สามารถรับช่วงต่อและซุ่มทำงานอยู่เบื้องหลังให้เราได้เงียบ ๆ นอกจากนี้ Anthropic ยังส่งผู้ช่วยอีกตัวอย่าง Claude Tag ไปสแตนด์บายรอรับคำสั่งอยู่ใน Slack ตลอดเวลา เพื่อทำหน้าที่เป็นเหมือนเพื่อนร่วมทีมที่พร้อมตอบสนองเสมอ

ตัวอย่างเช่น

  1. สมมติคุณสั่งงาน Claude ไว้ตอน 6 โมงเช้า ให้ช่วยเตรียมข้อมูลสำหรับประชุมลูกค้าในวันจันทร์ ระหว่างที่คุณกำลังไปอาบน้ำแต่งตัว ตัว AI จะทำหน้าที่ดำดิ่งลงไปไล่อ่านเธรดอีเมลที่คุยค้างไว้ สรุปประเด็นจากบันทึกการสนทนา และรวบรวมข่าวสารล่าสุดเพื่อปั้นเป็นเอกสารเตรียมความพร้อม ออกมาให้ แถมยังใจดีร่างอีเมลติดตามผลเตรียมไว้ให้เสร็จสรรพโดยที่ยังไม่กดส่ง พอคุณมาถึงโต๊ะ ก็แค่เปิดหน้าจอมานั่งอ่านและตรวจทานผลงานได้แบบชิลๆ
  2. แต่ถ้าเป็นงานสเกลใหญ่หรือต้องลงลึกรายละเอียดที่ AI จำเป็นต้องเข้าไปดึงข้อมูลจากไฟล์ในคอมพิวเตอร์หรือค้นหาผ่านเบราว์เซอร์ แอปพลิเคชันบนเดสก์ท็อปก็ยังถือเป็นพื้นที่หลักอยู่ดี โดยในช่วงแรก Anthropic จะจับเอาระบบแชตและ Cowork มาผสานเข้าด้วยกัน เพื่อให้โปรเจกต์และไฟล์งานต่าง ๆ ของเราซิงก์ถึงกันหมด ไม่ว่าจะเปิดดูจากอุปกรณ์ไหนก็ตาม

นอกจากนี้ ข้อมูลที่น่าสนใจว่าได้ระบุว่า การใช้งาน Cowork ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม (จากกว่า 1.2 ล้านเซสชัน ใน 600,000 องค์กร) ชี้ให้เห็นว่า AI เข้ามาตอบโจทย์งานจุกจิกที่ทำให้องค์กรเดินหน้าต่อไปได้มากที่สุด โดยมีสัดส่วนดังนี้

  • 33.4% Business Process Operating ครองแชมป์อันดับหนึ่ง เป็นงานประเภทดึงข้อมูลที่กระจัดกระจายมาทำรีพอร์ต ทำเช็กลิสต์รับพนักงานใหม่ หรืองานจัดการสเปรดชีต ซึ่งเป็นงานประจำของแผนกการเงิน HR และธุรการ
  • 16.4% งานสร้างสรรค์คอนเทนต์และ Copywriting เช่น การดราฟต์บทความ ทำสไลด์นำเสนอ คิดโพสต์โซเชียลมีเดีย หรืองานสื่อสารของฝั่งการตลาดและผู้บริหาร
  • 8.7% งานพัฒนาซอฟต์แวร์ กลายเป็นว่าสัดส่วนการใช้ AI เขียนโค้ดนั้นน้อยกว่าการใช้งานทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด

Anthropic ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า แม้เรื่องการใช้ AI เขียนโค้ดจะเป็นที่ฮือฮา แต่ในความเป็นจริง การใช้ AI เพื่อจัดการงานธุรกิจทั่วไปนั้นกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ข้อมูลชุดนี้จึงช่วยให้คนทำงานเห็นภาพชัดขึ้นว่า เราควรจะเอา AI มาช่วยงานในชีวิตประจำวันตรงจุดไหน เพื่อให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

อ้างอิง: techcrunch

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เปิดตัว ‘Muse Image’ AI สร้างภาพจาก Meta คิดวิเคราะห์ก่อนวาด เข้าใจคำสั่งซับซ้อน ผสมหลายรูปเป็นภาพเดียว

Meta เปิดตัว Muse Image โมเดลสร้างภาพ AI ตัวแรกจาก Meta Superintelligence Labs ใช้งานบน Meta AI แล้ว ชูจุดเด่นคิดวิเคราะห์ก่อนวาด แท็กบัญชี Instagram มาอยู่ในภาพ แต่งห้องด้วยสินค้า...

Responsive image

Anthropic เปิดงานวิจัยใหม่ พบพื้นที่ความคิด ‘Global Workspace’ ที่ทำงานคล้ายสมองมนุษย์อยู่ภายใน Claude

Anthropic เผยงานวิจัยใหม่ พบ Global Workspace พื้นที่ความคิดใน Claude ที่ทำงานคล้ายจิตสำนึกมนุษย์ พร้อมเปิดตัว J-lens เครื่องมือส่องความคิด AI จับได้ทั้งการคิดเลขในใจ การวางแผนล่วง...

Responsive image

เกาหลีใต้อาจขึ้นเป็นผู้นำ AI รายต่อไป ใช้เวลา 43 ปี ปีนจากประเทศจนที่สุดในโลก และอาจใช้เวลาแค่ 3 ปีแซงหน้าทุกคน

จากประเทศยากจน เกาหลีใต้ใช้ 43 ปีสร้างชาติ และใช้เวลาเพียง 3 ปีทุ่มงบมหาศาลลงทุนอุตสาหกรรมชิปและ AI ดันประชากรขึ้นแท่นรวยเร็วที่สุดในโลก อ่านเบื้องหลังที่นี่...