
Anthropic อัปเดต Claude Voice Mode ให้ใช้งานได้มากกว่าเดิม โดยผู้ใช้สามารถเลือกโมเดลได้ทั้ง Opus, Sonnet และ Haiku จากเดิมที่รองรับเฉพาะ Haiku เท่านั้น พร้อมทั้งเพิ่มความสามารถให้เราใช้เสียงสั่งงานแอปพลิเคชันอื่น ๆ เช่น Gmail, Google Calendar, Slack, Canva และ Notion ได้โดยตรง การปรับปรุงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ ChatGPT อัปเดตระบบเสียงไปไม่นาน แต่แนวทางของ Claude จะเน้นไปที่การใช้คำสั่งเสียงเพื่อจัดการงานต่าง ๆ ให้เสร็จจริง ๆ มากกว่าการปรับปรุงรูปแบบการพูดคุยโต้ตอบให้เหมือนมนุษย์
ก่อนหน้านี้โหมดเสียงของ Claude รองรับแค่โมเดลรุ่น Haiku ซึ่งแม้จะตอบสนองไวแต่ยังไม่เหมาะกับงานที่ซับซ้อนหรือการคุยต่อเนื่องยาว ๆ ล่าสุดจึงมีการอัปเดตให้ใช้ได้ครบทั้งรุ่น Opus, Sonnet และ Haiku แล้ว โดยระบบจะดึงโมเดลเดียวกับที่เราใช้พิมพ์คุยล่าสุดมาตั้งค่าให้อัตโนมัติ (พร้อมเลือกเวอร์ชันที่ทำงานเร็วที่สุดให้ด้วย) ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสลับไปมาระหว่างการพิมพ์และการพูดได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องคอยกดเปลี่ยนโมเดลเองให้เสียเวลา
Anthropic ระบุว่าโหมดเสียงเวอร์ชันใหม่นี้สามารถคุยต่อเนื่องได้ยาวขึ้น และเหมาะกับงานที่ต้องใช้ความคิดวิเคราะห์มากกว่าเดิม ตัวอย่างการใช้งาน เช่น ใช้พูดคุยเพื่อซ้อมพรีเซนต์งาน ขอคำแนะนำเรื่องการพูดสื่อสาร ซ้อมขายงานกับลูกค้า หรือให้ AI ช่วยระดมไอเดียเกี่ยวกับสินค้าและการทำวิจัยตลาด
อีกจุดเด่นสำคัญคือโหมดเสียงของ Claude สามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันที่เราใช้ประจำได้โดยตรง เช่น Gmail, Google Calendar, Slack, Canva และ Notion ทำให้เราสามารถใช้เสียงสั่งเลื่อนเวลานัด ร่างอีเมล หรือสร้างเอกสารใน Notion ได้ทันที โหมดเสียงนี้จึงไม่ได้มีไว้แค่คุยถามตอบ แต่เอามาช่วยจัดการงานได้จริง ๆ ทาง Anthropic มองว่าสิ่งนี้คือจุดที่ต่างจากโหมดเสียงของ ChatGPT เพราะแม้ ChatGPT จะอัปเดตให้พูดคุยได้เป็นธรรมชาติมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้เน้นเรื่องการเชื่อมต่อกับแอปทำงานในลักษณะนี้
ตอนนี้โหมดเสียงของ Claude รองรับหลายภาษา คือ อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, ฮินดี, อินโดนีเซีย, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เกาหลี, โปรตุเกส (บราซิล), สเปน (ทั้งละตินอเมริกาและสเปน) ทั้งนี้ยังไม่รองรับภาษาไทย สำหรับการใช้งาน ตอนนี้เปิดให้ทดลองใช้บนทุกแพลตฟอร์มแล้ว โดยผู้ใช้งานฟรีจะถูกจำกัดให้ใช้ได้แค่รุ่น Haiku และเชื่อมต่อแอปทำงานได้เพียง 1 แอป ส่วนคนที่จ่ายเงินรายเดือนจะสามารถเลือกใช้รุ่นที่ประสิทธิภาพสูงกว่าและเชื่อมต่อแอปได้มากกว่า
แม้รอบนี้จะเพิ่มความสามารถในการทำงานไปเยอะ แต่ทาง Anthropic ระบุว่ายังไม่ได้ปรับปรุงตัว ‘ระบบเสียง’ ใหม่ ดังนั้นรูปแบบการพูดคุย ความเป็นธรรมชาติ หรือจังหวะการรับมือเวลาเราพูดแทรกก็อาจจะยังเหมือนเดิม ไม่ได้ดูลื่นไหลเป็นธรรมชาติเหมือนที่ ChatGPT เพิ่งอัปเดตไป
อ้างอิง: techcrunch
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด