Dario ชี้ คนไม่ได้กลัว AI แต่เริ่มไม่ไว้ใจ สะท้อน ‘วิกฤตความเชื่อมั่น’ ต่อเทคโนโลยี

Dario ชี้ คนไม่ได้กลัว AI แต่เริ่มไม่ไว้ใจ

กระแสต่อต้าน AI ในสหรัฐอเมริกากำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่บริษัทเทคโนโลยีหลีกเลี่ยงไม่ได้ มีตั้งแต่การออกมาประท้วงไม่ให้สร้าง Data Center ไปจนถึงการเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาคุมเข้มเทคโนโลยีนี้มากขึ้น

หลายคนจึงตั้งคำถามว่าหรือจริง ๆ แล้วบริษัท AI นั่นแหละที่มีส่วนทำให้คนรู้สึกกลัวเทคโนโลยีนี้ไปเอง ?

สำหรับประเด็นนี้ Dario Amodei ซีอีโอของบริษัท Anthropic ออกมาให้มุมมองว่าที่คนกลัวเทคโนโลยี ไม่ได้เกิดจากการที่ผู้นำฝั่ง AI ออกมาย้ำเรื่องข้อเสียของมันบ่อย ๆ แต่มาจากรากฐานของ ‘ความเชื่อใจ’ ที่คนมีต่อบริษัทเทคฯ รัฐบาลที่มันเริ่มลดลงและสะสมมานาน ซึ่ง AI เป็นเพียงจุดชนวนให้ปัญหานี้ปะทุขึ้น

AI กำลังถูกมองว่าเป็นภัยมากกว่าโอกาส ? 

เรื่องนี้เริ่มมาจาก Gavin Baker นักลงทุนและผู้จัดรายการ All-In Podcast ออกมาวิจารณ์ว่า Dario Amodei มีส่วนทำให้เกิดกระแสต่อต้าน AI ในอเมริกา เพราะเขาออกมาพูดย้ำเรื่องความเสี่ยงของเทคโนโลยีอยู่เรื่อย ๆ

Gavin Baker มองว่าในเมื่อ Anthropic เติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีบทบาทสำคัญต่ออนาคตของ AI Dario เองก็ควรจะเป็นกระบอกเสียงช่วยสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับวงการนี้ให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะในช่วงที่สังคมเริ่มแอนตี้การสร้าง Data Center และกดดันให้รัฐบาลเข้ามาคุมเข้ม AI กันมากขึ้น

แต่ทาง Dario ไม่เห็นด้วยกับมุมมองนี้ เขาชี้แจงว่าที่ผ่านมาเขาไม่ได้สื่อสารแค่เรื่องข้อเสียอย่างเดียว เนื้อหาที่เขาเขียนมีการบาลานซ์ระหว่าง ‘ความเสี่ยง’ และ ‘ประโยชน์’ ค่อนข้างสมดุลกัน นอกจากนี้เหตุผลหนึ่งที่เขาเขียนบทความเรื่อง Machines of Loving Grace ก็เพราะเขารู้สึกว่าวงการ AI ยังสื่อสารให้คนเห็นภาพว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยเปลี่ยนโลกได้อย่างไรน้อยเกินไป สำหรับเขาปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าคนในวงการเอาแต่พูดถึง AI ในแง่ลบ แต่อยู่ที่คนทั่วไป ‘ไม่ไว้ใจ’ อุตสาหกรรมนี้มาตั้งแต่แรกมากกว่า

‘นี่คือวิกฤตความเชื่อมั่น’

Amodei ยอมรับว่าตอนนี้คนทั่วไปมอง AI ในแง่ลบ ซึ่งเขาก็มองว่าเป็นปัญหาใหญ่จริง ๆ แต่เขาไม่เชื่อว่าต้นเหตุหลักจะมาจากตัวเขาหรือผู้บริหารคนอื่น ๆ ที่คอยออกมาเตือนเรื่องความเสี่ยง เขามองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมัน คือวิกฤตความเชื่อมั่นที่ฝังรากลึกมาจากความสัมพันธ์ระหว่างคน บริษัทเทคฯ และรัฐบาล ซึ่งปัญหานี้สะสมมานานหลายสิบปีแล้ว พอมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ โผล่เข้ามาคนจำนวนไม่น้อยเลยตั้งแง่ไว้ก่อนว่ามันจะมาเอาเปรียบเราหรือเปล่า แทนที่จะเชื่อใจว่ามันจะเข้ามาช่วยให้ชีวิตดีขึ้น

ดังนั้นสิ่งที่บริษัท AI ควรทำในตอนนี้ อาจไม่ใช่แค่การพยายามพูดจูงใจให้คนรู้สึกดีกับ AI มากขึ้น แต่คือการลงมือทำให้เห็นเลยว่า AI มันสร้างประโยชน์ได้จริงๆ 

Amodei มองว่าคำวิจารณ์ที่ตรงประเด็นที่สุดสำหรับบริษัท AI (รวมถึงตัว Anthropic เองด้วย) คือการที่พวกเขายังทำตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับสังคมไม่ได้ ซึ่งเขาก็ยอมรับตรง ๆ ว่านี่เป็นความรับผิดชอบของบริษัทเต็ม ๆ

เพราะการบอกว่า AI จะมาช่วยรักษาโรคหรือเปลี่ยนโลกนั้นอาจจะฟังดูน่าทึ่ง แต่พอพูดซ้ำบ่อยเข้า คนก็เริ่มชินและมองว่าเป็นแค่คำโฆษณา สิ่งที่จะเปลี่ยนความรู้สึกคนได้จริง ๆ จึงไม่ใช่การพยายามพูดขายฝันให้ดูยิ่งใหญ่กว่าเดิม แต่คือการลงมือทำให้เห็นเลยว่า AI มันช่วยหรือเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นยังไง เพราะต่อให้บริษัท AI จะพยายามสร้างภาพเชิงบวกมากแค่ไหน แต่ถ้าคนทั่วไปยังไม่เห็นประโยชน์ที่จับต้องได้ ความเชื่อมั่นก็อาจไม่มีทางเกิดขึ้น

อีกประเด็นที่ Baker กังวลคือเรื่อง ‘การออกกฎหมายควบคุม AI’ เขามองว่ายิ่งรัฐบาลตีกรอบคุมเข้มมากเท่าไหร่ มันอาจจะยิ่งเข้าทางบริษัทใหญ่ๆ ให้ได้เปรียบ และสุดท้ายอำนาจในวงการ AI ก็จะไปกระจุกตัวอยู่กับบริษัทแค่ไม่กี่เจ้า

แต่ Amodei ไม่คิดแบบนั้น เขามองว่าเรื่องนี้ไม่ต้องบีบให้เลือกแค่ทางใดทางหนึ่ง เช่น ต้องเลือกระหว่างไม่มีกฎหมายเลย หรือมีกฎหมายแล้วบริษัทใหญ่ฮุบตลาด เขายอมรับว่าคนในวงการเทคโนโลยีกังวลกันจริง ๆ ว่ากฎระเบียบพวกนี้จะกลายเป็นเครื่องมือให้บริษัทใหญ่ผูกขาดอำนาจ แต่เขามองว่าเรื่องกฎหมายกับอำนาจของบริษัทมันไม่ได้สรุปง่ายๆ แบบนั้นเสมอไป

เพราะถ้ามองในมุมของประชาชนทั่วไป การมีกฎหมายก็คือการเข้าไปตีกรอบไม่ให้บริษัทเทคโนโลยีมีอำนาจมากเกินและช่วยเป็นหลักประกันความปลอดภัยให้สังคมได้เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้เวลาที่ Anthropic จะเสนอแนวทางควบคุม AI พวกเขาเลยต้องคิดกันให้รอบคอบมากๆ โดย Amodei ย้ำเลยว่าบริษัทเขาพร้อมสนับสนุนกฎระเบียบที่ออกมาแล้วทำให้บริษัทระดับท็อปต้องทำงานยากขึ้น หรือแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นด้วยซ้ำ ขอแค่กฎนั้นยังเปิดช่องให้บริษัทเล็กๆ มีที่ยืนและสามารถเข้ามาแข่งขันในตลาดได้ก็พอ

เหตุผลที่ Amodei สนับสนุนให้มีกฎหมายเข้ามาควบคุม ไม่ใช่แค่เพราะกลัว AI จะเป็นอันตราย แต่เป็นเพราะธรรมชาติของการสร้าง AI ด้วย 

เขามองว่า AI เป็นสิ่งที่เอื้อให้บริษัทใหญ่รวบอำนาจได้ง่ายมาก เพราะการจะสร้าง AI เก่ง ๆ ออกมาสักตัวต้องใช้ทั้งเงินมหาศาลและต้องใช้ชิปคอมพิวเตอร์ที่สเปกแรงมาก ๆ ถึงแม้เดี๋ยวนี้จะมีการแจกระบบ AI แบบ Open-weight models ให้คนทั่วไปเอาไปพัฒนาต่อได้ฟรี ๆ ซึ่งช่วยลดการผูกขาดได้บ้าง แต่เขามองว่าแค่นั้นยังไม่พอ เพราะสุดท้ายคนที่ได้เปรียบที่สุดก็คือบริษัทที่มีเงินซื้อระบบคอมพิวเตอร์แรง ๆ อยู่ดี 

เขาเลยเชื่อว่าถ้าเราเขียนกฎหมายออกมาให้ดี มันจะช่วยแก้ปัญหาได้หลายอย่างพร้อมกันเลย ทั้งช่วยป้องกันอันตรายจาก AI เช่น การโดนแฮกหรือการสร้างอาวุธ ช่วยเบรกไม่ให้บริษัทใหญ่มีอำนาจล้นมือและยังเปิดทางให้คนที่พัฒนา AI แบบ Open-weight สามารถทำงานต่อไปได้ โดยมีมาตรการคุมความปลอดภัยควบคู่ไปด้วย 

สิ่งที่น่าสนใจจากมุมมองของ Amodei คือเขาไม่ได้พยายามปฏิเสธเลยว่าตอนนี้คนกำลังรู้สึกไม่ดีกับ AI เขายอมรับว่าความรู้สึกระแวงนี้มีอยู่จริง เพียงแต่เขาไม่เห็นด้วยที่จะไปสรุปว่าต้นเหตุมาจากการที่ผู้นำบริษัท AI ชอบออกมาพูดถึงความเสี่ยงกันบ่อย ๆ

สำหรับเขาสิ่งที่บริษัท AI ต้องพิสูจน์ตัวเองกับสังคมไม่ใช่การพยายามพูดโฆษณาว่าเทคโนโลยีนี้จะมาเปลี่ยนโลกยังไง แต่คือการสร้างผลลัพธ์ที่คนทั่วไปจับต้องได้ เพราะท้ายที่สุดแล้วความเชื่อมั่นคงไม่ได้เกิดจากการเอาแต่บอกประโยชน์ของ AI ว่า AI ดียังไง แต่มันจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้คนได้เห็นด้วยตัวเองว่า AI เข้ามาทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้นได้จริง ๆ

อ้างอิง: techcrunch

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

4 ทักษะ AI Engineering ที่คนสายเทคต้องมี สรุปจาก Andrew Ng

สรุป 4 ทักษะสำคัญในแผนที่ AI Engineering Skills Map จาก Andrew Ng วิเคราะห์จากประกาศงาน 10,000+ ตำแหน่ง โปรแกรมเมอร์และนักพัฒนาสายเทคยุคใหม่ต้องมี...

Responsive image

Cursor เปิดตัว ‘Origin’ แพลตฟอร์มโฮสต์โค้ดยุค AI Agent เก็บโค้ด รีวิว รวมงาน ครบในที่เดียว

Cursor เปิดตัว Origin แพลตฟอร์มโฮสต์โค้ดที่สร้างมาเพื่อยุค AI Agent หลังปิดดีล SpaceX 6 หมื่นล้านดอลลาร์เพียง 3 วัน รองรับคลังโค้ด คำขอรวมโค้ด และซิงก์สองทางกับ GitHub เปิดให้ใช้แล...

Responsive image

เข้าสู่ Agentic Economy ยุคที่ซอฟต์แวร์ทำแทนคน 100% คุยกับคุณวรพจน์ Beacon VC ถึงเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ผู้เล่นในตลาดคือ AI

เมื่อ AI ขยับจากผู้ช่วยสู่ผู้ลงมือทำ Techsauce คุยกับ Beacon VC ถอดรหัส Agentic Economy และรากฐานสำคัญที่ทุกองค์กรต้องมี...