DeepSeek ลดราคา API เสาร์ อาทิตย์ ถูกลงครึ่งหนึ่ง แต่วันทำงานยังคิดราคาแบบเดิม

หนึ่งสัปดาห์หลัง DeepSeek รื้อโครงสร้างราคา Application Programming Interface (API) ครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่เปิดให้บริการ ด้วยการแยกค่าบริการออกเป็นช่วงพีค (Peak) และช่วงเวลาไม่พีค (Off-Peak) จนบางรายการแพงขึ้นหลายเท่าตัวจากเรตเดิม บริษัทก็ออกประกาศฉบับใหม่ที่คลายแรงกดดันด้านต้นทุนให้นักพัฒนาลงมาได้ส่วนหนึ่ง โดยเลือกปล่อยวันหยุดสุดสัปดาห์ทั้งสองวันให้กลับไปอยู่ในเรตที่ถูกกว่า

DeepSeek แจ้งผู้ใช้ API ว่าตั้งแต่เวลา 00:00 ตามเวลาปักกิ่งของวันที่ 23 สิงหาคม 2026 ซึ่งตรงกับ 23:00 ของวันที่ 22 สิงหาคมตามเวลาไทย วันเสาร์และวันอาทิตย์จะไม่แยกช่วงพีคกับช่วงเวลาไม่พีคอีกต่อไป ทุกการเรียกใช้งานที่เกิดขึ้นในสองวันนี้จะถูกคิดในอัตราช่วงเวลาไม่พีคตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนค่าบริการที่เกิดขึ้นก่อนกฎใหม่มีผลยังคิดตามเกณฑ์เดิม และวันจันทร์ถึงวันศุกร์ยังคงแบ่งช่วงเวลาเหมือนที่ประกาศไว้ก่อนหน้า

วันหยุดสุดสัปดาห์จ่ายครึ่งเดียวของเรตช่วงพีค

สาระสำคัญของประกาศอยู่ที่ตัวคูณราคา เพราะโครงสร้างที่ DeepSeek ใช้กำหนดให้เรตช่วงพีคแพงเป็นสองเท่าของเรตช่วงเวลาไม่พีคเสมอ การประกาศให้เสาร์และอาทิตย์คิดในเรตช่วงเวลาไม่พีคทั้งวันจึงเท่ากับว่าปริมาณงานที่เคยตกอยู่ในหน้าต่างเวลาพีคของวันหยุดจะมีค่าใช้จ่ายลดลงครึ่งหนึ่งทันที

ผลที่ตามมาในทางปฏิบัติคือทีมที่มีงานประมวลผลเป็นชุด (Batch) ซึ่งไม่ต้องการผลลัพธ์แบบทันที เช่น การสรุปเอกสารจำนวนมาก การสร้างชุดข้อมูลสังเคราะห์ หรือการประเมินผลโมเดล ไม่จำเป็นต้องคอยหลบหน้าต่างเวลาพีคในวันเสาร์อาทิตย์อีกแล้ว และสามารถวางตารางงานหนักไว้ที่วันหยุดได้โดยรู้ราคาที่จะจ่ายล่วงหน้าแน่นอน หน้าเอกสารราคาทางการของ DeepSeek เองก็ปรับข้อความรองรับแล้วว่าช่วงพีคนับเฉพาะวันจันทร์ถึงวันศุกร์

ราคาใหม่ที่เพิ่งบังคับใช้เมื่อ 16 สิงหาคม ขยับขึ้นแค่ไหน

โครงสร้างราคาที่ประกาศฉบับล่าสุดเข้าไปแก้ เริ่มบังคับใช้เมื่อเวลา 16:00 UTC ของวันที่ 16 สิงหาคม 2026 พร้อมกับการปล่อยเวอร์ชันจริงของ DeepSeek-V4-Pro ขึ้นให้บริการบน API โดยเปลี่ยนจากเรตราคาเดียวตลอดวันมาเป็นสองเรตตามช่วงเวลา

สำหรับรุ่น deepseek-v4-flash ราคาช่วงเวลาไม่พีคอยู่ที่ 0.22 ดอลลาร์ต่อโทเคน (Token) หนึ่งล้านตัวสำหรับข้อมูลเข้าที่ไม่พบในแคช (Cache Miss), 0.007 ดอลลาร์สำหรับข้อมูลเข้าที่พบในแคช (Cache Hit) และ 0.66 ดอลลาร์สำหรับข้อมูลออก ส่วนช่วงพีคคิดเป็นสองเท่าที่ 0.44, 0.014 และ 1.32 ดอลลาร์ตามลำดับ ขณะที่รุ่นเรือธง deepseek-v4-pro ช่วงเวลาไม่พีคอยู่ที่ 0.66, 0.022 และ 1.98 ดอลลาร์ และช่วงพีคขึ้นไปที่ 1.32, 0.044 และ 3.96 ดอลลาร์ต่อโทเคนหนึ่งล้านตัว หรือราว 27 หยวนสำหรับข้อมูลออกของรุ่น Pro ในช่วงที่แพงที่สุด

ตัวเลขชุดนี้สูงกว่าเรตเดิมที่นักพัฒนาคุ้นเคยอย่างชัดเจน เพราะก่อนวันที่ 16 สิงหาคม รุ่น Flash คิดแบบราคาเดียวที่ 0.14 ดอลลาร์สำหรับข้อมูลเข้าและ 0.28 ดอลลาร์สำหรับข้อมูลออก ส่วนรุ่น Pro อยู่ที่ 0.435 และ 0.87 ดอลลาร์ รายการที่ขยับแรงที่สุดคือข้อมูลเข้าที่พบในแคชของรุ่น Pro ซึ่งเดิมอยู่ที่ 0.003625 ดอลลาร์ ก่อนขึ้นไปเป็น 0.022 ดอลลาร์ในช่วงเวลาไม่พีคและ 0.044 ดอลลาร์ในช่วงพีค คิดเป็นการปรับขึ้นระดับหลายเท่าตัว ประกาศเรื่องวันหยุดสุดสัปดาห์จึงเป็นการผ่อนเพดานค่าใช้จ่ายลงมาบางส่วน ไม่ใช่การย้อนราคากลับไปเท่าเดิม

หน้าต่างเวลาพีคของ DeepSeek ตรงกับเวลาทำงานของทีมไทย

จุดที่ทีมพัฒนาในไทยควรจดไว้คือช่วงพีคของ DeepSeek กำหนดไว้ที่ 01:00 ถึง 04:00 และ 06:00 ถึง 10:00 ตามเวลา UTC รวมเจ็ดชั่วโมงต่อวัน เมื่อเทียบเป็นเวลาไทยจะตรงกับ 08:00 ถึง 11:00 และ 13:00 ถึง 17:00 ซึ่งคือ 'ช่วงเวลาทำงานปกติของออฟฟิศไทยแบบเต็ม ๆ' ส่วนเวลาที่เหลืออีก 17 ชั่วโมงนับเป็นช่วงเวลาไม่พีคทั้งหมด

หมายความว่าสำหรับทีมไทย ต้นทุนต่อการเรียกใช้งานหนึ่งครั้งจะแพงที่สุดในเวลาที่ทีมนั่งทำงานอยู่จริง และถูกลงครึ่งหนึ่งในช่วงเย็นถึงกลางคืน ประกาศฉบับใหม่จึงเพิ่มทางเลือกให้อีกทางหนึ่ง เพราะงานที่เลื่อนไปวางไว้วันเสาร์หรือวันอาทิตย์จะได้เรตถูกโดยไม่ต้องจับเวลาให้แม่นอีกต่อไป

เบื้องหลังการขยับราคาสองรอบในสัปดาห์เดียว

DeepSeek ให้เหตุผลของการปรับราคารอบวันที่ 16 สิงหาคมว่าเป็นการดำเนินการเพื่อ 'จัดสรรทรัพยากรได้อย่างสมเหตุสมผลมากขึ้น' โดยโครงสร้างสองเรตมีเป้าหมายผลักปริมาณงานที่ยืดหยุ่นได้ออกจากช่วงที่ระบบหนาแน่น ซึ่งเป็นสัญญาณตรงว่าความต้องการพลังประมวลผลของบริษัทตึงตัวมากพอที่จะต้องใช้ราคาเป็นเครื่องมือกระจายภาระ

การปรับรอบนี้มาพร้อมกับการเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของ DeepSeek-V4-Pro ที่ประกาศไว้เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ซึ่งเพิ่มความสามารถด้านการทำงานแบบตัวแทนอัตโนมัติ (Agent) รองรับรูปแบบ Responses API ของ OpenAI โดยตรง ตั้งค่าใช้งานร่วมกับ Codex ได้ในขั้นตอนเดียว และเลือกระดับความเข้มข้นของการให้เหตุผลได้สามระดับ โดยขนาดหน้าต่างบริบทยังอยู่ที่หนึ่งล้านโทเคนและข้อมูลออกสูงสุด 384,000 โทเคนเท่าเดิม ขณะเดียวกันน้ำหนักโมเดลของตระกูล V4 ยังปล่อยแบบ Open-weight ภายใต้สัญญาอนุญาต MIT ทำให้ทีมที่รับต้นทุนราคาใหม่ไม่ได้ยังมีทางเลือกไปติดตั้งใช้งานบนเครื่องของตัวเอง หรือเรียกผ่านผู้ให้บริการรายอื่นที่ยังคงเรตเดิมไว้

กฎการคิดค่าบริการใหม่สำหรับวันเสาร์และวันอาทิตย์มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2026 สำหรับผู้ใช้ API ทุกราย โดยไม่ต้องตั้งค่าอะไรเพิ่มเติมในระบบ ทีมที่วางประมาณการค่าใช้จ่ายไว้บนโครงสร้างราคาของวันที่ 16 สิงหาคมควรกลับไปคำนวณใหม่อีกครั้ง เพราะตารางเวลาที่เคยออกแบบมาเพื่อหลบช่วงพีคในวันหยุดไม่มีความจำเป็นแล้ว

ที่มา: DeepSeek API Docs, Bloomberg, Quartz, Odaily, Eulerpool

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

NECTEC สวทช. เปิดตัวผู้ช่วย AI ‘Pathumma Connect’ AI ที่ลงมือทำงานเอกสารให้ตั้งแต่ต้นจนจบ

เนคเทค สวทช. เปิดตัว Pathumma Connect แพลตฟอร์ม Agentic AI ที่ต่อยอดจากโมเดลภาษาไทย Pathumma LLM ให้ผู้ช่วย AI ตรวจสอบสิทธิ เตรียมเอกสาร กรอกฟอร์ม และติดตามสถานะแทนผู้ใช้ได้ในบทสนท...

Responsive image

จีนปฏิเสธข้อเสนอ ‘ชะลอการพัฒนา AI’ หลัง Anthropic เตือนว่าจีนคือภัย

ความขัดแย้งเรื่อง AI ระหว่างสหรัฐฯ และจีนกำลังร้อนระอุ หลังผู้นำบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ออกมาเรียกร้องให้ชะลอการพัฒนา AI ขั้นสูง ขณะที่จีนมองว่าการสร้างความหวาดกลัวและการใช้ประเด็...

Responsive image

Anthropic เปิดตัว Claude for Financial Advisors ปลั๊กอินต่อตรงเข้าพอร์ตการเงิน ช่วยเตรียมข้อมูล จัดพอร์ต ทำสรุปในไม่กี่นาที

Anthropic เปิดตัว Claude for Financial Advisors เชื่อม Claude เข้ากับข้อมูลพอร์ตจาก BlackRock, Charles Schwab และ Addepar พร้อมทักษะงาน 8 ตัวสำหรับเตรียมประชุม ทบทวนพอร์ต และงานตาม...