
Google ประกาศนำ Gemini Spark ผู้ช่วย AI ส่วนตัวที่ทำหน้าที่เป็น AI Agent เข้ามาให้บริการในประเทศไทย โดยจุดต่างจากแชตบอตทั่วไปคือ Gemini Spark ไม่ได้รอให้เราพิมพ์คำสั่งทีละครั้ง แต่รับงานที่ซับซ้อนและกินเวลาไปทำแทนแบบต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ทำงานอยู่บนคลาวด์ของ Google แม้ในจังหวะที่เครื่องล็อกหน้าจอหรือปิดแอปไปแล้วก็ตาม การมาถึงของฟีเจอร์นี้สะท้อนทิศทางที่ผู้ช่วย AI กำลังขยับจากการ ''ตอบคำถาม'' ไปสู่การ ''ลงมือทำงานแทน'' อย่างเต็มตัว
Gemini Spark เปิดให้ใช้งานสำหรับสมาชิก Google AI Pro และ Google AI Ultra รองรับทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยเชื่อมต่อกับเครื่องมือในชุด Google Workspace อย่าง Gmail, Google Docs และ Google Sheets ได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่ม ทำให้ผู้ใช้มอบหมายงานดิจิทัลที่ต้องทำเป็นประจำให้ระบบจัดการแทน แล้วนำเวลาไปโฟกัสกับงานที่สำคัญกว่า

หัวใจของ Gemini Spark คือการทำงานเป็นตัวแทน (Agent) ที่รับ ''เป้าหมาย'' จากผู้ใช้ แล้วไปจัดการขั้นตอนย่อยให้เองจนจบ ระบบวางอยู่บนแนวคิดหลักสามส่วน ได้แก่ งาน (Tasks) ที่เป็นเป้าหมายระดับใหญ่ที่เราอยากให้สำเร็จ, ทักษะ ที่เป็นชุดคำสั่งพร้อมบริบทเพิ่มเติมซึ่งนำกลับมาใช้ซ้ำได้ และตารางเวลาที่เป็นตัวกำหนดให้งานเริ่มทำงานเองตามเวลาหรือเงื่อนไขที่ตั้งไว้
เนื่องจากทั้งหมดประมวลผลบนคลาวด์ของ Google ที่มีระบบรักษาความปลอดภัย Gemini Spark จึงเดินงานต่อได้แม้ผู้ใช้ไม่ได้เปิดหน้าจอค้างไว้ ผู้ใช้สามารถสั่งงานและติดตามสถานะได้ผ่านหน้า Spark ในแอป Gemini บนมือถือ แอปบน Mac รวมถึงบนเว็บ gemini.google.com โดยตัวโมเดลที่อยู่เบื้องหลังการทำงานคือ Gemini 3.5 Flash และรองรับการรันงานพร้อมกันได้สูงสุด 15 งานในเวลาเดียวกัน
Google ยกตัวอย่างการใช้งานที่ใกล้ตัวไว้หลายกรณี เช่น การจัดระเบียบแผนการเดินทางโดยดึงข้อมูลจากอีเมลยืนยันการจองมาเรียงเป็นกำหนดการให้อัตโนมัติ, การช่วยค้นหากิจกรรมหรืออีเวนต์ในแต่ละสัปดาห์แล้วเพิ่มลงในปฏิทินให้ ไปจนถึงการเฝ้าติดตามบริการแบบสมัครสมาชิก เพื่อคอยแจ้งเตือนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงราคา
ในฝั่งงานที่เป็นทางการมากขึ้น Gemini Spark ช่วยร่างอีเมลตอบกลับลูกค้า จัดการคำเชิญและการตอบรับสำหรับงานอีเวนต์ ตลอดจนประสานงานกับผู้ให้บริการต่าง ๆ ได้ อีกกรณีที่น่าสนใจคือการให้ระบบวิเคราะห์สไตล์การเขียนอีเมลของเราเอง แล้วสร้างเป็นทักษะสำหรับร่างข้อความในโทนเดียวกับที่เราเขียนเป็นประจำ กลุ่มเป้าหมายที่ Google มองไว้จึงครอบคลุมตั้งแต่คนทำงานที่ยุ่งตลอดเวลา พ่อแม่ นักเดินทาง ไปจนถึงเจ้าของธุรกิจที่อยากดึงเวลากลับคืนมาจากงานจุกจิกในแต่ละวัน
แม้จะทำงานแทนได้เยอะ แต่ Google ย้ำว่าอำนาจตัดสินใจยังอยู่ที่ผู้ใช้เป็นหลัก ผู้ใช้เป็นคนเลือกเองว่าจะเปิดใช้งานหรือไม่ และจะอนุญาตให้เชื่อมต่อกับแอปใดบ้าง ที่สำคัญคือระบบถูกออกแบบให้ ''ขออนุญาตก่อนลงมือทำสิ่งที่มีความสำคัญสูง เช่น การทำธุรกรรมทางการเงินหรือการส่งอีเมล'' เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำที่ผู้ใช้ไม่ได้ตั้งใจ
ในแง่เงื่อนไขการใช้งาน ผู้ใช้ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Google ส่วนตัว และเปิดใช้งานประวัติการใช้งานของ Google Keep นอกจากนี้ในกรณีที่ต้องแก้ไขเอกสารที่แชร์ร่วมกับผู้อื่น ระบบจะยังไม่แก้ให้ทันที แต่จะเสนอการเปลี่ยนแปลงให้ผู้ใช้กดยืนยันด้วยตนเองก่อน
Gemini Spark กำลังทยอยเปิดให้สมาชิก Google AI Pro ในไทยได้ใช้งานในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า หลังจากก่อนหน้านี้เปิดให้สมาชิกระดับ Google AI Ultra ใช้ก่อน พร้อมกับการทยอยรองรับภาษาท้องถิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริการนี้ยังไม่เปิดในบางพื้นที่ เช่น เขตเศรษฐกิจยุโรป (European Economic Area), สหราชอาณาจักร, สวิตเซอร์แลนด์ และไนจีเรีย
การเลือกไทยเป็นหนึ่งในตลาดแรก ๆ สอดคล้องกับการเติบโตของ Gemini ในภูมิภาคนี้ โดยข้อมูลจาก Google ระบุว่าจำนวนผู้ใช้งาน Gemini ในอาเซียนเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในรอบปีที่ผ่านมา และไทยเป็นตลาดที่โดดเด่นด้านการใช้งานเชิงไลฟ์สไตล์และการสร้างสรรค์คอนเทนต์ โดยราวหนึ่งในสามของคำสั่งเป็นการขอไอเดียเรื่องแต่งบ้าน สูตรอาหาร และการวางแผนท่องเที่ยว ขณะที่เกือบ 70% ของคำสั่งในภูมิภาคใช้เป็นภาษาท้องถิ่น และเฉพาะในไทยมีสัดส่วนการใช้ภาษาไทยสูงถึง 87%
สำหรับผู้ที่สนใจ Gemini Spark เปิดให้สมาชิก Google AI Pro และ Google AI Ultra ในไทยเริ่มใช้งานแล้วและกำลังทยอยขยายการเข้าถึงในช่วงสัปดาห์ต่อจากนี้ ผ่านหน้า Spark ในแอป Gemini บนมือถือ, แอปบน Mac และเว็บไซต์ gemini.google.com
ที่มา: Blog Google, 9to5google
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด