Thinking Machines Lab เปิดตัว ‘Inkling-Small‘ Open-Weight 276 พันล้านพารามิเตอร์ ให้เหตุผล + เขียนโค้ดเก่งแซงรุ่นพี่ Inkling

เพียง 15 วันหลังปล่อยโมเดลตัวแรกอย่าง Inkling ออกสู่สาธารณะ Thinking Machines Lab บริษัท AI ของคุณ Mira Murati อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของ OpenAI ก็ตามมาด้วยรุ่นน้องที่ท้าทายสมมติฐานเดิมของวงการ นั่นคือโมเดลที่มีขนาดเล็กลงถึง 4 เท่า แต่กลับทำคะแนนด้านการให้เหตุผลและการเขียนโค้ดได้ 'เหนือกว่า' รุ่นพี่ที่ใหญ่กว่ามาก

โมเดลตัวใหม่ชื่อว่า Inkling-Small เป็นโมเดล Open-weight ที่เปิดให้ดาวน์โหลดน้ำหนักโมเดลได้เต็มรูปแบบ จุดขายหลักคือประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงหรือดีกว่ารุ่นพี่ในหลายด้าน แต่ใช้พลังประมวลผลน้อยกว่ามาก ทำให้ต้นทุนต่อการใช้งานถูกลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยราคาค่าประมวลผลฝั่ง Output อยู่ที่ 1.20 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 ล้านโทเคน เทียบกับรุ่นพี่ Inkling ที่อยู่ราว 4.05 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 ล้านโทเคน

สเปกและสถาปัตยกรรม เล็กแต่ครบ

Inkling-Small เป็นโมเดลภาษาแบบ Transformer ที่ใช้สถาปัตยกรรม Mixture-of-Experts (MoE) ซึ่งเป็นเทคนิคที่แบ่งโมเดลออกเป็น 'ผู้เชี่ยวชาญ' หลายส่วน แล้วเรียกใช้เฉพาะส่วนที่จำเป็นในการตอบแต่ละคำถาม แทนที่จะปลุกทั้งโมเดลขึ้นมาทำงานพร้อมกัน ผลคือโมเดลมีพารามิเตอร์รวมทั้งสิ้น 276 พันล้านพารามิเตอร์ แต่มีพารามิเตอร์ที่ทำงานจริง (Active Parameters) ในแต่ละครั้งเพียง 12 พันล้านพารามิเตอร์เท่านั้น

ตัวเลขนี้เล็กกว่ารุ่นพี่ Inkling อย่างชัดเจน เพราะ Inkling มีพารามิเตอร์รวม 975 พันล้านพารามิเตอร์ และทำงานจริง 41 พันล้านพารามิเตอร์ต่อครั้ง เมื่อคิดเป็นสัดส่วนแล้ว Inkling-Small จึงมีขนาดราว 1 ใน 4 ของรุ่นพี่ตามชื่อที่ตั้งไว้ ตัวโมเดลถูกฝึกบนระบบ NVIDIA GB300 NVL72 และรองรับความสามารถหลักเช่นเดียวกับรุ่นพี่ ทั้งการให้เหตุผลจากไฟล์เสียงและรูปภาพได้โดยตรง การปรับระดับการคิดวิเคราะห์ได้ตามต้องการ และ Context Window ที่รองรับได้สูงสุดถึง 1 ล้านโทเคน

จุดที่น่าสนใจคือ Inkling-Small เริ่มฝึกหลังรุ่นพี่ ทำให้ทีมงานมีโอกาสปรับปรุงกระบวนการฝึกให้ดีขึ้น ทั้งการปรับสัดส่วนข้อมูลที่ใช้ฝึกและสูตรการเรียนรู้ของเครื่อง จากนั้นทีมงานได้นำเช็คพอยต์รุ่นก่อนหน้าอย่าง Inkling-Small (preview) มาฝึกต่อด้วยเทคนิคการกลั่นความรู้ (On-policy Distillation) โดยใช้ Inkling รุ่นพี่เป็น 'ครู' ก่อนจะเดินหน้าฝึกด้านการเขียนโค้ดเชิงเอเจนต์ (Agentic Coding) ด้วยการเรียนรู้แบบ Reinforcement Learning ต่ออีกสองสัปดาห์

เล็กกว่า แต่ทำเหตุผลและโค้ดได้แรงกว่า

ผลจากการฝึกที่ปรับปรุงใหม่ทำให้ Inkling-Small ทำคะแนนแซงหน้ารุ่นพี่ในงานด้านการให้เหตุผลและการเขียนโค้ด บนการทดสอบมาตรฐานชื่อ Humanity's Last Exam แบบข้อความล้วน Inkling-Small ทำคะแนนได้ 31.6% นำหน้า Inkling ที่ทำได้ 29.7% และความได้เปรียบนี้ยังคงอยู่ในทุกระดับงบประมาณการคิด กล่าวคือเส้นประสิทธิภาพของ Inkling-Small อยู่เหนือรุ่นพี่ตลอดทั้งกราฟ ส่วนการทดสอบเขียนโค้ดอย่าง SWEBench-Verified ทำคะแนนทะลุ 80%

ความสามารถที่ทีมงานชูเป็นจุดเด่นคือการปรับระดับการคิดวิเคราะห์ได้ตั้งแต่ระดับต่ำสุดไปจนถึงระดับสูงสุด (xhigh) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ปรับสมดุลระหว่างต้นทุนกับประสิทธิภาพให้เหมาะกับงานของตัวเองได้ เมื่อวัดที่ระดับการคิดสูงสุด Inkling-Small ถือเป็นหนึ่งในโมเดล Open-weight ที่คุ้มค่าที่สุดในแง่ของประสิทธิภาพต่อจำนวนโทเคนที่ใช้ เมื่อเทียบกับโมเดลในระดับขนาดเดียวกัน นอกจากนี้ตัวโมเดลยังทำงานได้ลื่นไหลบนเครื่องมือและระบบสำหรับการเขียนโค้ดและการใช้เครื่องมือหลายรูปแบบ จึงเป็นตัวเลือกที่ต้นทุนคุ้มค่าสำหรับงานสายพัฒนา

อย่างไรก็ตาม ทีมงานระบุตรงไปตรงมาว่ารุ่นพี่ Inkling ยังคงได้เปรียบในด้านความครอบคลุมของความรู้และความแม่นยำเชิงข้อเท็จจริง (Factuality) ซึ่งเป็นธรรมชาติของโมเดลที่มีขนาดใหญ่กว่าและเก็บความรู้ได้มากกว่า

Multimodal ที่เน้นงานเสียงและภาพเชิงลึก

เช่นเดียวกับรุ่นพี่ Inkling-Small ถูกออกแบบมาให้เก่งด้านความเข้าใจเสียง (Audio Intelligence) ทำให้เหมาะกับการนำไปใช้กับงานด้านเสียงในสถานการณ์จริง ทีมงานยังพัฒนาความสามารถในการเขียนภาษา Python เพื่อจัดการงานด้านภาพ โมเดลสามารถผสมการให้เหตุผลจากภาพเข้ากับการดำเนินการอย่างการครอบตัด การซูม และการตรวจสอบภาพเชิงโปรแกรม ทำให้ทำงานกับเอกสารและแผนภูมิที่มีข้อมูลขนาดเล็กหรือดูยากได้ดีขึ้น

เบื้องหลังความสามารถนี้คือสถาปัตยกรรมแบบไร้ตัวเข้ารหัส (Encoder-free) ที่รองรับหลายรูปแบบข้อมูลโดยกำเนิด เหมือนกับรุ่นพี่ทุกประการ โดยไฟล์เสียงจะถูกแทนด้วยสเปกโตรแกรมแบบ dMel ส่วนรูปภาพจะถูกแบ่งเป็นชิ้นส่วนขนาด 40x40 พิกเซล แล้วแปลงผ่านโครงข่ายแบบ hMLP สี่ชั้น ก่อนที่ทั้งเสียงและภาพจะถูกแปลงผ่านชั้นฝังตัว (Embedding Layer) และประมวลผลร่วมกับโทเคนข้อความไปพร้อมกัน ทีมงานระบุว่า Inkling-Small ทำคะแนนใกล้เคียงรุ่นพี่ในการทดสอบด้าน Multimodal เกือบทุกรายการโดยใช้ต้นทุนต่ำกว่า ทั้งการให้เหตุผลจากภาพ ความเข้าใจแผนภูมิและไดอะแกรม การตอบคำถามคณิตศาสตร์จากภาพ ความเข้าใจการพูด และการให้เหตุผลจากเสียงแบบยาว

ความมั่นใจที่ปรับเทียบได้ และความปลอดภัยที่สืบทอดจากรุ่นพี่

อีกด้านที่ Thinking Machines Lab ให้ความสำคัญคือสิ่งที่เรียกว่า Epistemics หรือความน่าเชื่อถือของกระบวนการคิด โดย Inkling-Small ถูกฝึกในแนวทางเดียวกับรุ่นพี่ ทั้งเรื่องการปรับเทียบความมั่นใจ (Calibration) การทำตามคำสั่ง และการต้านทานการเซ็นเซอร์ กระบวนการปรับเทียบความมั่นใจใช้การเรียนรู้แบบเสริมกำลังกับเกณฑ์การให้คะแนนที่เหมาะสม บนคลังคำถามพยากรณ์เหตุการณ์จริงจำนวนมาก เพื่อให้โมเดลแสดงระดับความมั่นใจได้อย่างเหมาะสมและพยากรณ์ได้แม่นยำภายใต้ความไม่แน่นอน ผลคือ Inkling-Small ทำคะแนนด้านการพยากรณ์ได้เทียบเท่ารุ่นพี่

ด้านความปลอดภัย Inkling-Small สืบทอดสูตรการฝึกหลังการเทรน ด้านความปลอดภัยมาจากรุ่นพี่ทั้งหมด พร้อมกลไกป้องกันที่ครอบคลุมทั้งการโต้ตอบระหว่างมนุษย์กับ AI ในชีวิตประจำวันและความสามารถที่มีความเสี่ยงสองทาง (Dual-use) อีกทั้งยังผ่านกระบวนการทดสอบก่อนปล่อยใช้งานชุดเดียวกัน ทั้งการประเมินภายในและการทดสอบเจาะระบบ (Red-teaming) โดยพันธมิตรภายนอกที่เชื่อถือได้ บนการทดสอบ StrongREJECT ที่วัดว่าโมเดลปฏิเสธคำขอที่เป็นอันตรายชัดเจนได้หรือไม่ Inkling-Small ทำได้เทียบเท่ารุ่นพี่และเทียบเท่าโมเดล Open-weight ตัวอื่นในตลาด

เกมธุรกิจของ Mira Murati โมเดลฟรี แต่เก็บเงินที่การปรับแต่ง

สิ่งที่ทำให้การเปิดตัว Inkling-Small น่าจับตาไม่ใช่แค่ตัวเลข Benchmark แต่เป็นกลยุทธ์ธุรกิจที่อยู่เบื้องหลัง Thinking Machines Lab ก่อตั้งโดยคุณ Mira Murati พร้อมทีมงานที่หลายคนมาจาก OpenAI และระดมทุนได้ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับมูลค่ากิจการ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 โดยมีนักลงทุนอย่าง Nvidia, AMD, Andreessen Horowitz และ Jane Street

จุดที่ต่างจากคู่แข่งคือบริษัทไม่ได้หารายได้จากตัวโมเดลโดยตรง แต่เปิดให้ดาวน์โหลดน้ำหนักโมเดลเต็มรูปแบบบน Hugging Face ฟรี แล้วไปเก็บรายได้จาก Tinker ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการปรับแต่งโมเดลเฉพาะทาง (Fine-tune) แนวคิดคือลูกค้าองค์กรสามารถนำโมเดลพื้นฐานที่แข็งแรงอยู่แล้วไปปรับแต่งให้ตรงกับงานของตัวเอง ซึ่งทีมงานเคยระบุตอนเปิดตัว Inkling ว่าโมเดลที่ผ่านการ Fine-tune อย่างเหมาะสมสามารถทำงานได้ดีกว่าโมเดลปิดในหลายงาน ทั้งเร็วกว่าและถูกกว่า

สำหรับ Inkling-Small ทีมงานเปิดให้ปรับแต่งบน Tinker และพูดคุยผ่านข้อความ รูปภาพ และเสียงได้บน Tinker Playground โดยทั้ง Inkling และ Inkling-Small มาพร้อมส่วนลดช่วงเปิดตัวแบบจำกัดเวลา ขณะที่โมเดลอื่นบน Tinker และเช็คพอยต์ทั้งหมดก็เปิดให้ใช้บน Tinker Playground เช่นกัน โดยคิดค่าบริการตามอัตราในหน้าราคาของบริษัท

Inkling-Small เปิดให้ดาวน์โหลดและใช้งานแล้วในวันนี้ ทั้งการดาวน์โหลดน้ำหนักโมเดลเต็มรูปแบบและการปรับแต่งบน Tinker ทีมงานระบุว่าโมเดลนี้เป็นก้าวสำคัญตามพันธกิจของบริษัทในการสร้าง AI ที่ต่อยอดเจตจำนงและวิจารณญาณของมนุษย์

ที่มา: Thinking Machines Lab, Axios, SiliconANGLE

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

จีนทำสหรัฐฯ แบ่งเป็น ศึกสามก๊ก AI อเมริกา หลังปล่อย Kimi K3 ก๊อปเกรด A จนทำเนียบขาวตื่นตระหนก

สรุปดราม่า AI เมื่อจีนใช้เทคนิค Distillation ดึงความฉลาดจากโมเดลอเมริกัน จนกลายเป็นชนวนเหตุจุดศึกสามก๊กในสหรัฐฯ ระหว่างทำเนียบขาว ค่ายชิป และแล็บ AI...

Responsive image

1,319 คนในบริษัท AI ระดับโลก ร่วมลงนาม Pacing the Frontier เรียกร้องชะลอการพัฒนา AI

พนักงานจากบริษัท AI แนวหน้าของโลกกว่า 1,293 คน ทั้งจาก OpenAI, Google, Meta, Anthropic, Microsoft, Amazon และอีกหลายบริษัท ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์ ‘Pacing the Frontier’...

Responsive image

OpenAI แจก ChatGPT รุ่นท็อป ให้นักวิจัย 1 แสนคนใช้ฟรี เริ่มโครงการที่สหรัฐฯ ยุโรป เกาหลีใต้ก่อน

OpenAI เปิดโครงการ ChatGPT for Academic Researchers ให้นักวิจัยใช้โมเดล GPT‑5.6 ฟรี 12 เดือน ตั้งเป้า 100,000 คนภายในปี 2027 แต่ ณ วันเปิดตัวยังไม่มีมหาวิทยาลัยไทยในรายชื่อสถาบันที...