สมรภูมิ Deep Tech ระดับโลกกำลังเดือดระอุขึ้นอีกครั้ง เมื่อสองยักษ์ใหญ่ต่างวงการอย่าง Nvidia เจ้าพ่อชิป AI โลก และ Hyundai Motor Group ยานยนต์สัญชาติเกาหลี เพิ่งจับมือลุยโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ร่วมกัน เป้าหมายคือการปั้น Physical AI ให้กลายเป็นสินค้าที่ใช้งานได้จริงในโรงงานและชีวิตประจำวัน
ข่าวนี้เพิ่งเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ หลังจากที่ Jensen Huang บินไปคุยกับ Chung Euisun จาก Hyundai ที่กรุงโซล

สิ่งที่ทั้งสองบริษัทอยากทำมากที่สุดตอนนี้คือ การเอาหุ่นยนต์ออกจากห้องแล็บไปลงหน้างานจริง ซึ่ง Hyundai ได้เปรียบเรื่องโรงงานผลิตระดับโลกอยู่แล้ว พอมาบวกกับความฉลาดของ Nvidia เลยยิ่งมีแนวโน้มสูงมากว่าจะไปได้ไกล
ยิ่งถ้าใครจำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ตัวดังของ Hyundai ที่ชื่อ Atlas ได้ (ตัวที่เพิ่งเปิดตัวเวอร์ชันพร้อมผลิตจริงไปเมื่อต้นปี) รอบนี้ Atlas กำลังจะได้เวลาเข้าสู่วิถีคนทำงานในโรงงานจริง ๆ แล้ว
"เรากำลังเข้าใกล้จุดที่หุ่นยนต์จะใช้งานในเชิงอุตสาหกรรมได้จริง ๆ แบบใกล้มาก ๆ แล้วครับ Hyundai เก่งเรื่องการผลิตและอุตสาหกรรมหนักในระดับมหึมามาก ไม่มีใครที่จะได้เปรียบไปกว่าพวกเขาอีกแล้วในนาทีนี้" Jensen Huang กล่าว
อีกหนึ่งไฮไลท์ที่น่าสนใจมาก ๆ คือ โปรเจกต์มูลค่ากว่า 9 ล้านล้านวอน ที่ Hyundai กำลังสร้างขึ้นที่เมืองแซมังกึม เมืองท่าทางตะวันตกของเกาหลีใต้
ในนั้นจะไม่ได้มีแค่โรงงานประกอบรถยนต์ทั่วไปนะ แต่มันคือเมืองอนาคตที่มีทั้ง ศูนย์ข้อมูล AI (Data Center), นิคมผลิตหุ่นยนต์ และโรงงานพลังงานสะอาดอย่างไฮโดรเจน ที่ Jensen Huang ตั้งฉายาให้ที่นี่ว่าเป็น AI Valley แห่งเกาหลีใต้
ทางฝั่ง Hyundai ว่าถ้า Nvidia ยอมเซ็นสัญญาเข้าร่วมโปรเจกต์นี้อย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ ทั้งสองบริษัทจะช่วยกันสร้างระบบนิเวศ AI ที่สมบูรณ์แบบที่สุด
นอกจากเรื่องธุรกิจที่ดุเดือดแล้ว ทริปนี้ยังมีมุมน่ารัก ๆ เมื่อ Jensen Huang หนึ่งใน CEO ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้หมูกระทะและไก่ทอดเกาหลี ได้ปล่อยมุกตลกกับผู้สื่อข่าวว่า เขาพร้อมจะตอบรับข้อเสนอเข้าร่วมโปรเจกต์ AI Valley นี้ทันที ตราบใดที่มีหมูกระทะให้กิน
การจับมือกันรอบนี้ตอกย้ำว่า เทรนด์ของ AI ในอนาคตไม่ได้อยู่แค่ในหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือ Chatbot อีกต่อไป แต่มันกำลังจะกลายร่างมาอยู่ในรูปของเครื่องจักรและหุ่นยนต์ที่ทำงานร่วมกับมนุษย์ และการที่ Nvidia เลือกปักหมุดลึกซึ้งกับ Hyundai ยิ่งสะท้อนชัดว่า เกาหลีใต้กำลังกลายเป็นสมรภูมิสำคัญทางเทคโนโลยีที่โลกสายตาละสายตาไม่ได้เลยทีเดียว
อ้างอิง: bloomberg
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด