OpenAI เปิดตัว GPT-6 Astra เก่งด้านไซเบอร์ ระดับ Critical ค้นพบช่องโหว่ Zero-Day เองได้ เก่งจนต้องมีระบบควบคุมขั้นสูง

ระหว่างการทดสอบความสามารถด้านความปลอดภัยไซเบอร์ของโมเดลรุ่นใหม่ OpenAI พบสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในแผน โมเดลขุดเจอช่องโหว่ Zero-day สองรายการที่ยังไม่มีใครรู้จักมาก่อน แล้วเขียนโค้ดใช้งานช่องโหว่นั้นได้เองจบในตัว โดยช่องโหว่ Zero-day หมายถึงจุดอ่อนของซอฟต์แวร์ที่ยังไม่ถูกเปิดเผยและยังไม่มีแพตช์ปิด ซึ่งเป็นของหายากที่นักวิจัยความปลอดภัยต้องใช้เวลาไล่หากันเป็นเดือน ทาง OpenAI ได้แจ้งช่องโหว่ทั้งสองรายการไปยังผู้ดูแลซอฟต์แวร์ต้นทางแล้ว และผลการทดสอบชุดนี้เองที่ทำให้บริษัทตัดสินใจล็อกฟีเจอร์ไซเบอร์ระดับสูงของโมเดลไว้ก่อนตั้งแต่วันเปิดตัว

GPT-6 Astra เปิดตัวในฐานะรุ่นต่อจาก GPT-5.6 Sol โดย OpenAI วางตำแหน่งให้เป็นโมเดลที่ทั้งฉลาดที่สุดและสอดคล้องกับเจตนาผู้ใช้มากที่สุดของบริษัท ชูความสามารถด้านการควบคุมคอมพิวเตอร์แทนมนุษย์ การเขียนโค้ด งานวิทยาศาสตร์ และความปลอดภัยไซเบอร์ ราคาเรียกใช้ผ่านชุดคำสั่งเชื่อมต่อ (API) อยู่ที่ 10 ดอลลาร์ต่อล้านโทเคนขาเข้า และ 50 ดอลลาร์ต่อล้านโทเคนขาออก ทยอยเปิดให้ผู้ใช้ ChatGPT ระดับ Plus, Pro, Business และ Enterprise พร้อมกับ Amazon Bedrock และ Microsoft Azure ส่วนลูกค้าองค์กรเริ่มจากโปรแกรมเข้าถึงแบบคัดกรองชื่อ OpenAI Daybreak

ทดสอบด้วยช่องโหว่อายุไม่เกินสามเดือน เพื่อตัดข้อกังขาเรื่องข้อสอบรั่ว

โจทย์ใหญ่ของการวัดความสามารถด้านการเจาะระบบคือโมเดลอาจเคยเห็นช่องโหว่เก่าและวิธีแก้มาแล้วตอนฝึก ทำให้คะแนนที่ออกมาสูงเกินความจริง OpenAI จึงสร้างชุดทดสอบภายในขึ้นใหม่ชื่อ ExploitBench (June–August 2026) ที่ใช้เฉพาะช่องโหว่ซึ่งเพิ่งเปิดเผยในช่วงสามเดือนก่อนหน้า เพื่อดูว่าโมเดลพัฒนาโค้ดใช้งานช่องโหว่ได้จริงหรือแค่จำมา

ผลที่ได้คือ Astra ทำอัตราการสั่งรันโค้ดตามใจชอบ (Arbitrary Code Execution) ได้สูงกว่า GPT-5.6 Sol อย่างชัดเจน ทั้งที่ใช้โทเคนขาออกน้อยกว่ากันมาก และเป็นระหว่างการทดสอบชุดนี้เองที่โมเดลขุดเจอช่องโหว่ Zero-day สองรายการเพิ่มขึ้นมาเอง ส่วนชุดทดสอบ ExploitBench เวอร์ชันสาธารณะที่วัดการแปลงช่องโหว่ที่รู้จักแล้วให้กลายเป็นโค้ดใช้งานได้ Astra ทำคะแนนเต็ม เทียบกับ GPT-5.6 Sol ที่ทำได้ 78.5% ตามรายงานของ DataCamp

ถอดรหัสย้อนกลับไฟล์ไบนารีได้ 88% ในความพยายามครั้งเดียว

อีกด่านที่ OpenAI นำมาวัดคือ SRE-Bench ชุดทดสอบการถอดรหัสย้อนกลับ (Reverse Engineering) ไฟล์ไบนารี (Binary) ซึ่งหมายถึงการอ่านซอฟต์แวร์ที่ถูกคอมไพล์เป็นภาษาเครื่องแล้ว เพื่อไล่ให้ออกว่าตรรกะหลักของโปรแกรมทำงานอย่างไร โดยไม่มีซอร์สโค้ดต้นฉบับให้ดูเลย งานลักษณะนี้เป็นทักษะพื้นฐานของทั้งฝ่ายวิเคราะห์มัลแวร์และฝ่ายที่มองหาช่องโหว่

Astra แก้โจทย์ได้ 88.0% ในความพยายามครั้งเดียว และขยับขึ้นเป็น 99.2% เมื่อให้ลองได้ไม่เกินสี่ครั้ง เทียบกับ GPT-5.6 Sol ที่ทำได้ 55.9% และ 68.7% ตามลำดับ ถือเป็นการกระโดดขึ้นมาเกือบเท่าตัวในความพยายามครั้งแรก

ทีมผู้เชี่ยวชาญพบว่าเจาะเบราว์เซอร์ที่ป้องกันแน่นหนาได้จริง

นอกเหนือจากคะแนนในชุดทดสอบ OpenAI ยังให้ทีมผู้เชี่ยวชาญภายนอกเข้ามาประเมินโมเดลในเวอร์ชันที่ถอดกลไกป้องกันสำหรับใช้งานจริงออก ผลคือ Astra ใช้ช่องโหว่ที่ยังไม่มีใครรู้จักสั่งรันโค้ดตามใจชอบในเบราว์เซอร์ที่ตั้งค่าป้องกันไว้แน่นหนาได้ และสร้างโค้ดยกระดับสิทธิ์ (Privilege Escalation) สำหรับระบบปฏิบัติการที่ป้องกันแน่นหนาได้ด้วย

SecurityWeek รายงานรายละเอียดว่าในการทดสอบกับเบราว์เซอร์ โมเดลหลุดออกจากพื้นที่จำกัดการทำงาน (Sandbox) ไปสั่งคำสั่งบนเครื่องที่รองรับอยู่ได้ ส่วนการทดสอบกับระบบปฏิบัติการ โมเดลร้อยหลายช่องโหว่ต่อกันเป็นชุดจนไล่จากผู้ใช้ธรรมดาขึ้นไปถึงสิทธิ์สูงสุดของระบบ (Root) ความสามารถชุดนี้ทำให้ Astra กลายเป็นโมเดลแรกของ OpenAI ที่ถูกจัดอยู่ในระดับ Critical ตามกรอบประเมินความเสี่ยง (Preparedness Framework) ของบริษัท ซึ่งนิยามไว้ว่าคือการค้นหาและใช้งานช่องโหว่ Zero-day ได้ด้วยตัวเองบนระบบที่ป้องกันดี หรือทำงานเจาะระบบครบวงจรได้จากคำสั่งกว้าง ๆ เพียงชุดเดียว

หน้าต่างของฝ่ายตั้งรับ และเหตุผลที่ต้องล็อกฟีเจอร์ไว้ก่อน

OpenAI อธิบายจุดยืนผ่านแนวคิดที่เคยเขียนไว้ในบทความ The Defender's Window ว่าความสามารถไซเบอร์ระดับแนวหน้าช่วยให้ฝ่ายตั้งรับหาจุดอ่อนของตัวเองได้เร็วขึ้น แต่ในเวลาเดียวกันก็ทำให้จุดอ่อนเดิมถูกเจาะได้ง่ายขึ้นเช่นกัน ความเร่งด่วนจึงตกอยู่ที่ฝ่ายตั้งรับว่าจะปรับตัวทันหรือไม่

เวอร์ชันที่เปิดให้ใช้วันนี้จึงรับงานฝั่งป้องกันเป็นหลัก เช่น การตรวจทานโค้ดหาจุดเสี่ยง (Secure Code Review) และการปิดช่องโหว่ (Patching) แต่จะปฏิเสธงานไซเบอร์ระดับสูงกว่านั้น โดยเฉพาะการเขียนโค้ดสาธิตการเจาะช่องโหว่ (Proof-of-Concept Exploit) แผนถัดไปคือขยายการเข้าถึงผ่าน OpenAI Daybreak ในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า พร้อมผ่อนกรอบความปลอดภัยให้หลวมลง เพื่อรองรับงานฝั่งป้องกันที่ซับซ้อนขึ้น ทั้งการตรวจสอบยืนยันช่องโหว่และโค้ดสาธิต การวิเคราะห์มัลแวร์ (Malware Analysis) และการออกแบบระบบตรวจจับภัย (Detection Engineering) โดยช่องทางที่ใช้คัดกรองผู้เข้าถึงความสามารถกลุ่มนี้คือโปรแกรมย่อยชื่อ Daybreak Blue ซึ่งเริ่มจากกลุ่มผู้ทดสอบรุ่นแรกจำนวนไม่มาก

ด่านป้องกันที่เพิ่มเข้ามา และข้อจำกัดที่ OpenAI ยอมรับเอง

ฝั่งกลไกป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด OpenAI ต่อยอดจากชุดเดิมของ GPT-5.6 Sol สองทาง ทางแรกคือทำให้โมเดลทนต่อการหลอกให้ข้ามกรอบความปลอดภัย (Jailbreak) ได้ดีขึ้น ซึ่ง SecurityWeek ระบุตัวเลขว่า Astra ปฏิเสธความพยายามหลอกในบริบทไซเบอร์ได้ 91.5% เทียบกับ 59% ของรุ่นก่อน ทางที่สองคือป้อนบริบทให้ระบบเฝ้าระวังมากขึ้น เพื่อให้แยกออกว่างานที่เข้ามาเป็นงานป้องกันหรืองานเจาะระบบ พร้อมเดินการทดสอบทั้งจากทีมภายในและภายนอกต่อเนื่อง รวมถึงการทดสอบแบบอัตโนมัติด้วยทีมทดสอบเจาะระบบ (Red Team) ของบริษัทเอง

ที่น่าสนใจคือ OpenAI ไม่ได้พูดแต่ด้านดี บริษัทระบุผลทดสอบด้านความสอดคล้องกับเจตนาผู้ใช้ว่า เมื่อถอดกลไกป้องกันออกและสั่งงานที่ทำไม่ได้จริง GPT-5.6 Sol จะขยับออกไปแตะเป้าหมายนอกขอบเขตที่ได้รับอนุญาตถึง 48.2% ของกรณี ขณะที่ Astra อยู่ที่ 0% แต่อีกด้านหนึ่ง VentureBeat รายงานว่า Astra คิดเป็นขั้นตอน (Chain-of-Thought) สั้นลงกว่ารุ่นก่อน ซึ่งช่วยเรื่องต้นทุนและความเร็ว แต่ทำให้มนุษย์ตรวจสอบเหตุผลเบื้องหลังคำตอบได้ยากขึ้น เรื่องนี้ถูกยกเป็นวาระวิจัยที่ยังไม่จบ สอดคล้องกับที่คุณ Jakub Pachocki หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ OpenAI บอกไว้ว่า 'ความก้าวหน้าด้านความฉลาดไม่ได้การันตีความก้าวหน้าด้านความสอดคล้องกับเจตนาผู้ใช้'

GPT-6 Astra เปิดให้ใช้แล้วในวงกว้างสำหรับงานทั่วไป ส่วนความสามารถไซเบอร์ระดับสูงยังถูกกั้นไว้ที่กลุ่มผู้ทดสอบรุ่นแรก และจะทยอยเปิดผ่าน Daybreak Blue ในลำดับถัดไป โดยรายละเอียดของกลไกป้องกันและวิธีทดสอบทั้งหมดถูกรวมไว้ในเอกสารสรุปข้อมูลโมเดล (System Card) ของ Astra

ที่มา: OpenAI, SecurityWeek, VentureBeat, DataCamp

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Google เปิดตัว Google Pics เครื่องมือสร้างและแต่งรูปด้วย AI แก้ภาพเฉพาะจุดได้ ไม่ต้องเจนใหม่ทั้งภาพ

Google เปิดตัว Google Pics เครื่องมือออกแบบกราฟิกตัวใหม่สำหรับผู้ใช้งาน Google Workspace โดยดึงความสามารถของ Gemini และ Nano Banana มาช่วยสร้างภาพและแก้ไขรูป...

Responsive image

SCB 10X สรุปทิศทางทุน AI โลก ตอนนี้ VC เริ่มมองหาอะไรในตัว AI Startup

เจาะลึกอินไซท์จาก SCB 10X บนเวที Techsauce 2026 ถึงทิศทางเงินทุน AI โลก ทำไมความฉลาดไม่ใช่คำตอบเดียว แต่คือ Control Layer ที่พึ่งพาได้จริง...

Responsive image

Data Center คือโอกาส หรือภัยคุกคาม ตอบทุกข้อสงสัยโดย Google Cloud

สำรวจ Data Center ในไทย เครื่องยนต์ดิจิทัลที่มองไม่เห็น หลัง Google ทุ่มพันล้านดอลลาร์ แกะรอยความจริงเรื่องค่าไฟ ทรัพยากรน้ำ การสร้างงาน และอนาคตยุค AI...