
งาน DevDay ของ OpenAI ครั้งนี้สร้างความฮือฮาอีกครั้งเมื่อมีการประกาศเปิดตัวแพกเกจใหม่ในชื่อ Pro 500 ราคาพุ่งสูงถึง 500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 16,000 บาทต่อเดือน โดยแพกเกจนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการทำงานที่ต้องการกำลังประมวลผลสูงสุด เพราะมาพร้อมฟีเจอร์เด่นอย่าง Ultrafast ที่ช่วยเร่งความเร็วในการเจนเนอเรตข้อความและโค้ดในแอปพลิเคชัน Codex และ Work ได้สูงสุดถึง 300 โทเคนต่อวินาที ตอบโจทย์เหล่านักพัฒนาและองค์กร

การขยับราคาในครั้งนี้น่าจับตามองเป็นพิเศษ เพราะหากย้อนกลับไปช่วงปลายปี 2024 OpenAI คือผู้เล่นรายแรกที่หาญกล้าเปิดตลาดแพกเกจราคาสูงถึง $200 ต่อเดือน ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน บรรดาคู่แข่งทั้ง Anthropic และ Perplexity ต่างก็เปิดตัวแพลนราคานี้ตาม ๆ กัน จึงมีความเป็นไปได้สูงมากว่าการขยับเพดานราคาขึ้นสู่ระดับ $500 ในครั้งนี้จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ค่าย AI อื่น ๆ เดินรอยตามในอนาคตอันใกล้
ข่าวร้ายสำหรับผู้ใช้แพลน Pro $200 เดิมคือ OpenAI ได้ทำการปรับลดความคุ้มค่าลง โดยโควตาการใช้งานใน Codex และ Work จะถูกลดจากเดิมที่เคยได้มากถึง 20 เท่าของแพกเกจ Plus เหลือเพียง 10 เท่าเท่านั้น
ขณะที่ขีดจำกัดการรับส่งข้อความกับ GPT-6 Pro บน ChatGPT ก็ถูกหั่นครึ่งจาก 200 ข้อความต่อสัปดาห์เหลือ 100 ข้อความต่อสัปดาห์ แต่สำหรับสมาชิกเดิมในปัจจุบัน OpenAI ยืนยันว่าจะยังคงสิทธิ์เดิมไว้ให้อีกระยะหนึ่ง พร้อมเตรียมแจกเครดิตชดเชยพิเศษแบบครั้งเดียวเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากการปรับลดครั้งนี้
อย่างไรก็ดี OpenAI ไม่ได้มีแค่ข่าวปรับลดสิทธิ์ แต่ยังเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจ โดยผู้ใช้แพกเกจ Pro ทุกคนจะได้ครอบครอง Dot หรือ AI Agent ส่วนตัวที่จะเข้ามาช่วยจัดการงานต่าง ๆ โดยข้อดีคือบทสนทนาทั้งหมดที่เราคุยกับ Dot จะไม่ถูกนำไปนับรวมในขีดจำกัดการใช้งาน ChatGPT
นอกจากนี้ OpenAI ยังจับมือกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่อย่าง Notion และ Cognition รวมถึงบริษัทชั้นนำรวม 16 แห่ง เปิดตัวระบบ Sign in with ChatGPT ที่ช่วยให้ลูกค้า Plus และ Pro สามารถเรียกใช้งานโมเดล AI บนแอปพลิเคชันของพันธมิตรได้ทันทีอย่างสะดวกสบาย โดยไม่ต้องยุ่งยากกับการตั้งค่ารหัส API Key เหมือนแต่ก่อน
อ้างอิง: engadget
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด