Starbucks Corp. ยักษ์ใหญ่แห่งวงการร้านกาแฟโลก เดินเกมรุกด้านเทคโนโลยีอย่างดุดัน ล่าสุดมีรายงานว่าบริษัทฯ เตรียมนำ “อัตราการใช้งาน AI” มาเป็นหนึ่งในเกณฑ์หลักเพื่อพิจารณาจ่ายโบนัสให้กับพนักงานสายเทคโนโลยีของบริษัท เพื่อเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สูงสุด

เอกสารภายในที่สำนักข่าว Bloomberg ได้รับการเปิดเผยระบุว่า 25% ของเงินโบนัส ที่จะจ่ายให้กับทีม Tech จะถูกผูกเข้ากับเป้าหมายระดับแผนก ซึ่งรวมถึงอัตราการปรับใช้ AI โดยปัจจุบัน Starbucks กำลังติดตามอย่างใกล้ชิดว่า มีโครงการสำคัญภายใต้กลยุทธ์ Back to Starbucks กี่โครงการแล้วที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ AI
ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกดดันและความเร่งรีบขององค์กรระดับโลกในการนำ AI มาใช้งานจริง เพื่อเร่งสปีดการทำงานและพิสูจน์ว่าเม็ดเงินมหาศาลที่ลงทุนไปกับเทคโนโลยีนั้นคุ้มค่า ซึ่งปัจจุบันไม่ได้มีแค่ Starbucks เท่านั้น แต่ธุรกิจตั้งแต่กระดานเทรดคริปโตฯ ไปจนถึงธนาคาร ต่างก็เริ่มหาวิธีวัดผลว่าพนักงานใช้งาน AI จริงมากน้อยแค่ไหนแล้ว
โบนัสของพนักงานสายเทคโนโลยีส่วนใหญ่ของ Starbucks ในปัจจุบัน จะถูกแบ่งสัดส่วนการประเมินออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ ดังนี้
50% ผลประกอบการของบริษัท: ขึ้นอยู่กับรายได้และกำไรในภาพรวมของ Starbucks
25% ผลงานระดับแผนก: วัดจากความสำเร็จในการบูรณาการ AI เข้ากับระบบปฏิบัติการ รวมถึงตัวชี้วัดอื่น ๆ เช่น ประสิทธิภาพของฟังก์ชัน Order-and-Pay บนแอปพลิเคชัน Starbucks
25% ผลงานส่วนบุคคล (Individual Performance) ขึ้นอยู่กับ KPI และศักยภาพเฉพาะบุคคล
เงื่อนไขบังคับสำหรับ Developers: แหล่งข่าวที่ไม่ประสงค์ออกนามระบุว่า กลุ่ม Software Developers ของ Starbucks จำเป็นต้องใช้งานระบบ AI Assistant หลายครั้งต่อสัปดาห์ จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำตามเป้าหมายการใช้งานที่บริษัทกำหนด
ปัจจุบัน Starbucks นำ AI เข้ามาประยุกต์ใช้ทั้งในส่วนของสำนักงานใหญ่ และระบบหน้าร้าน เพื่อเป้าหมายสำคัญคือการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้แก่ลูกค้าและกระตุ้นยอดขาย หลังจากที่ก่อนหน้านี้บริษัทต้องเผชิญกับภาวะยอดขายชะลอตัวมาระยะหนึ่ง
ถึงอย่างนั้น การนำ AI มาใช้ก็ไม่ใช่ว่าจะราบรื่นไปเสียหมด เพราะเมื่อไม่นานมานี้ Starbucks เพิ่งสั่งชะลอโปรเจกต์การใช้ AI ในการนับสต็อกสินค้าที่เพิ่งเริ่มไปเมื่อปีที่แล้ว โดยโฆษกของแบรนด์ระบุว่า ในตอนนี้บริษัทต้องการหันไปโฟกัสกับการบริหารจัดการให้มีสินค้าพร้อมขายหน้าร้านอย่างแม่นยำก่อนเป็นอันดับแรก
อ้างอิง: bloomberg
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด