โดย ดร. จาชชัว แพส, SCG Corporate Innovation Director และ Managing Director ของ Addventures by SCG

Project-Based Mindsetเมื่อองค์กรต้องการที่จะ Transform ตัวเองไปสู่การเป็น Corporate Innovation สิ่งที่ต้องมุ่งเน้นให้ความสำคัญเพื่อที่จะสามารถขับเคลื่อนได้สำเร็จ ก็คือ การพัฒนาคนในองค์กรให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น...

ผมเชื่อว่าในปัจจุบันหลายองค์กรต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวไม่น้อยเลยทีเดียว แม้แต่ SCG เองซึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีบุคคลากรเป็นหลักหมื่นคนก็ต้องมีการบ่มเพาะในเรื่องการพัฒนาคนเช่นกัน 

หากจะย้อนกลับไปมองเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว ที่ SCG กำลังเริ่ม และได้ตั้งหน่วยงานด้าน Digital Transformation ขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะ ต้องบอกว่าตอนนั้นยังเป็นวุ้นกันอยู่เลย แต่เราก็บ่มเพาะกันมาจนกระทั่งสถานการณ์ในปัจจุบันมันก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ 

ต้องบอกว่าในการเริ่มทดลองทำเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว เป็นเรื่องที่เราต้องมีการโน้มน้าวคนค่อนข้างมาก เพราะยังไม่มีความเข้าใจกัน แต่ ณ ปัจจุบันนี้ คนก็ให้การยอมรับเพิ่มมากขึ้น

จนปัจจุบันการ Transform องค์กรเริ่มเป็นที่แพร่หลายขึ้น จากช่วงแรกที่มีคนแค่ไม่กี่สิบคน ตอนนี้รวมทุกฝ่ายก็ 150  คนเข้าไปแล้ว และก็ถึงเวลาที่จะต้อง Scaling แล้ว ดังนั้นหลังจากนี้จะต้องเป็นเรื่องของ Adaptive Mindset

จริง ๆ เรื่องของการพัฒนาคน เท่าที่ผมสังเกตดู หลายคนมีการตั้งคำถามและหาวิธีต่างๆ หรือต้องการเทคนิคสำเร็จ อยากจะทำ แต่ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร ต้องหาคนแบบไหนมาทำ องค์กรถึงจะสามารถ Transform ได้สักที...

ผมต้องบอกแบบนี้ว่า การทำงานเช่นนี้ เป็นงานที่ต้องมีการทดลอง เพื่อเรียนรู้อยู่เสมอ ดังนั้นคนที่จะมาทำงานเช่นนี้ได้ต้องเป็นคนที่รู้จัก ยอมรับกับความล้มเหลวได้ หรือพูดง่ายๆ คือ Fail เป็น นั่นเอง แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น คือ เมื่อ Fail แล้ว จะลุกขึ้นใหม่อีกครั้งอย่างไร

ซึ่งก็ต้องเท้าความไปตั้งแต่การเลือกคนที่จะเข้ามาร่วมงานด้วย สำหรับผมแล้ว ไม่ได้มองเรื่องของ ทักษะ technical มากนัก แต่ผมจะให้ความสำคัญกับทัศนคติ (Attitude) มากกว่า และดูว่าเขามี Passion ที่อยากจะทำจริงๆ หรือไม่ เพราะคนที่อยากทำจะหาแนวทางจนทำมันขึ้นมาให้ได้ ส่วนทักษะนั้นสามารถมาเรียนรู้กันได้ทีหลัง คนเหล่านี้เขาจะมี Learning Mindset ที่พร้อมเปิดรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลา 

ดังนั้นท้ายที่สุดแล้ว การพัฒนาคน เป็นเรื่องของทัศนคติล้วน ๆ ถ้าทัศนคติดี วันนี้ล้ม เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ลุกขึ้นมาใหม่ ผมว่าดีพอสำหรับผมแล้ว ผมมองตรงนี้มากกว่า ไม่ได้คิดว่าต้องจบจากที่ไหน หรือเคยทำอะไรมาก่อน

เมื่อ ‘คน’ เป็นฟันเฟืองหลักของการ Transform องค์กร ดังนั้นจากที่หน่วยงานที่ผมทำ เป็นหน่วยงานที่ต้องบ่มเพาะเรื่องนี้โดยเฉพาะ ผมจึงมอง 2 เรื่องที่จะต้องใส่ใน Mindset ในเขา ซึ่งนอกเหนือจากการรู้จักยอมรับกับความล้มเหลว นั่นคือ 

หนึ่ง การปลูกฝังให้คนในองค์กรมีทักษะแบบ Project Basedไม่ได้ยึดติดว่าต้องทำงานเป็น Function สักเท่าไหร่ อธิบายง่าย ๆ คือ การที่คุณเป็นคนที่ทำงาน โดยสามารถเข้ากับคนได้หลายแบบ เข้าไปแล้วสามารถเป็น Good Member แล้วบางครั้งเป็น Good Leader หรือจะเป็น Good Follower ในบางครั้งได้ มันเป็นสิ่งที่ดีมากๆ

ดังนั้นทักษะแบบ Project Based  สำหรับคนคนหนึ่งจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในยุคนี้ มีความ Flexible  ทีมหนึ่งสามารถยืมตัวคนหนึ่งไปทำตรงนั้น มาทำตรงนี้ได้ 

สอง การ Mixing หรือการรู้จักผสมผสานหลายอย่างเข้าด้วยกัน อย่างบาง Project ที่ทำก็จะเป็นการผสมกันของช่วงวัย ที่อาจจะต้องมีคนรุ่นอายุ 40 หรือ 50 ปีบ้าง ผสมกับคนรุ่นใหม่ที่อายุแค่ 20-30 ปี 

หรือบางครั้งอาจจะเป็นการผสมผสานเรื่องของทักษะ ความสามารถ เช่น อาจต้องมีคนที่ทำ UX UI เป็น ต้องมีความเป็น Art มารวมกับความเป็น Tech หรือบางทีมอาจจะมีผู้หญิงจำนวนมาก แต่พอมีงานที่ต้องใช้ทักษะของการ Operate มาก ก็ต้องมีผู้ชายเข้าไปร่วมด้วย 

ดังนั้นผมจึงมองว่าเมื่อการทำงานมันออกมาเป็นลักษณะแบบนี้ เรื่องของ Matrix และเรื่อง Mixing เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะต้องอาศัยความหลากหลาย  (Diversity) ในการทำงาน

Project-Based Mindset

การสร้างสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นในองค์กร ผมเองก็บอกไม่ได้หรอกกว่าเป็นเรื่องของทักษะหรือเปล่า แต่สิ่งหนึ่งที่ทำได้ คือ คุณ...คนที่เป็นพี่ใหญ่ในทีมจะต้องเป็นคนที่ Enable ที่จะทำ Project และต้องมองว่าจะทำอะไรในระยะยาว และในการบริหารทีมหากมีน้องใหม่ แต่น้องเขามีทักษะที่คนอื่นๆ ในทีมไม่มี แน่นอนว่าต้องมีช่วงเวลาที่ต้องเรียนรู้ (Learning Curve) ช้าหน่อย แต่คุณสามารถทำได้ และจะกลายเป็นสิ่งที่ง่ายขึ้นในอนาคต เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องมองกันและทำกันแบบระยะยาวมากกว่าระยะสั้น 

สุดท้ายนี้ผมอยากจะบอกว่า จริงๆ แล้วเรื่องของ Innovation นั้นไม่อยากให้มองว่าเป็นแค่เรื่อง Technology ไม่อยากให้มองว่าเป็นเรื่อง Hard side เพียงอย่างเดียว เพราะมี Soft side อยู่มากเหมือนกัน ดังนั้นไม่ควรที่จะประเมินค่า หรือให้ความสำคัญด้าน Culture น้อยเกินไป

และอย่าไปคิดว่าเมื่อทำ Project ใหม่ ต้องหาเด็กใหม่มาทำเท่านั้น เพราะอย่างที่บอกไปว่า จริงๆ แล้วการหา Mixer ของคนเก่าและคนใหม่ เป็นอะไรที่สำคัญมากกว่า เพราะท้ายที่สุดแล้ว It’s never one thing

เช่น Project หนึ่ง ต้องมีคนที่มีความรู้และทักษะด้าน AI คนที่รู้เรื่องนี้ส่วนใหญ่จะเป็นคนรุ่นใหม่ แต่จริงๆ แล้วก็ต้องมีคนที่เชี่ยวชาญในภาคธุรกิจนั้นๆ (Domain Expertise) ที่มีประสบการณ์เข้ามาช่วยด้วย มาเสริมกันเพื่อสร้างให้โครงการเกิดขึ้นได้ 

ดังนั้นในการ Transform องค์กร ไม่จำเป็นว่าจะต้องหา คนใหม่ เข้ามาเสมอไป แต่การที่จะสร้างความหลากหลายระหว่างคนใหม่และคนเก่าให้เกิดขึ้นในองค์กรได้ นี่สิ สำคัญ 



RELATED ARTICLE

Responsive image

แรงบันดาลใจด้านการเรียนรู้เทคโนโลยีของคนรุ่นใหม่จะเป็นรากฐานที่สำคัญของการพัฒนา tech ecosystem ในประเทศไทย

อนันดาได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนา tech ecosystem มาเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้วในประเทศไทย ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเทศไทยมีการเติบโตของระบบเศรษฐกิจที่ใหญ่เ...

Responsive image

Stop Bullying คำพูดสร้างสรรค์ สร้างสังคมน่าอยู่

Bullying หรือปัญหาการรังแกกันทางสังคมหลายรูปแบบ ทั้งในชีวิตจริงและสังคมในโลก online เป็นหนึ่งในประเด็นที่ บมจ. กรุงเทพดุสิตเวชการ หรือ BDMS เล็งเห็นผลกระทบต่อพัฒนาการทางด้านความคิด...

Responsive image

โอกาส Startup ของไทยมีมากเพียงใดในการขาย IPO ผ่านตลาดหุ้น

Startup ส่วนใหญ่ที่มีความมุ่งหวังในการสร้างธุรกิจให้เติบโตต่างต้องการแรงสนับสนุนตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ จนสามารถก้าวสู่การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้วนำหุ้นเสนอขาย IPO...