รพ.กรุงเทพฯ ชูนวัตกรรมหุ่นยนต์ ‘ผ่าตัดข้อเข่า’ ฟื้นตัวไว เดินได้ใน 6 ชั่วโมง

โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นปัญหาสุขภาพใหญ่ของคนไทย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่ผ่านมาการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแบบเดิมๆ แม้จะช่วยแก้ปัญหาได้แต่ก็ยังมีคนไข้ประมาณ 20-25% ยังไม่พอใจกับผลลัพธ์ โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล จึงได้นำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาแก้ปัญหานี้โดยตรง

คุณรัฐพงษ์ อำพันวงษ์ ผู้ช่วยประธานคณะผู้บริหาร โรงพยาบาลกรุงเทพ กลุ่ม 1 และผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่าในฐานะ ‘โรงพยาบาลเพื่อกระดูกและสมอง’ เรามีประสบการณ์ใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมากว่า 20 ปี และการนำนวัตกรรมนี้มาใช้เป็นแห่งแรกในไทยก็เพื่อมอบการรักษาที่ทันสมัยและแม่นยำที่สุดให้กับคนไข้

ใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ดีกว่าวิธีเดิมอย่างไร?

รพ.กรุงเทพฯ นวัตกรรมหุ่นยนต์ ‘ผ่าตัดข้อเข่า’

หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดรุ่นล่าสุดชื่อ VELYS™ ซึ่งได้ผ่าตัดไปแล้วกว่า 180 เข่า นพ.พนธกร พานิชกุล ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านข้อเข่าและสะโพก อธิบายว่าปัญหาของการผ่าตัดแบบเดิม คือหมอต้องใช้สายตาในการกะตำแหน่งวางข้อเทียม ซึ่งอาจไม่พอดีกับสรีระของคนไข้ทุกคน เพราะเข่าแต่ละคนไม่เหมือนกัน หุ่นยนต์จึงเข้ามาช่วยตรงนี้ ทำหน้าที่เหมือนมี ‘ตาวิเศษ’ ที่มองเห็นโครงสร้างเข่าของคนไข้แบบละเอียด ทำให้หมอสามารถตัดกระดูกและวางข้อเทียมได้ตรงตำแหน่งเป๊ะๆ ในระดับมิลลิเมตร ซึ่งคนธรรมดาทำไม่ได้

นพ.พนธกร ย้ำว่า หุ่นยนต์อยู่ภายใต้การควบคุมการสั่งการของศัลยแพทย์ทั้งหมด เพื่อสร้างความมั่นใจว่าทุกขั้นตอนยังคงดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

กลไกการทำงานของหุ่นยนต์

1. สร้างแผนที่ 3 มิติของเข่า โดยไม่ต้องทำ CT Scan

จุดเด่นที่สุด คือระบบนี้ไม่ต้องใช้ CT Scan เหมือนหุ่นยนต์รุ่นเก่า ทำให้คนไข้ไม่ต้องรับรังสีเพิ่มและประหยัดเวลา ผ่าตัด หมอจะใช้เครื่องมือแตะตามจุดต่างๆ บนกระดูกเข่า เพื่อให้คอมพิวเตอร์สร้างภาพสามมิติของข้อเข่าขึ้นมาบนจอทันที ทำให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องตามจริง ณ เวลานั้น

2. วางแผนการผ่าตัดบนคอมพิวเตอร์

เมื่อได้ภาพสามมิติแล้ว หมอจะใช้ซอฟต์แวร์วางแผนว่าจะตัดกระดูกตรงไหน วางข้อเทียมอย่างไร โดยสามารถปรับองศาและตำแหน่งได้ละเอียดมาก ทำให้สามารถวางแผนการรักษาให้เข้ากับสรีระของคนไข้แต่ละคนได้ดีที่สุด และเห็นผลลัพธ์ล่วงหน้าก่อนลงมือจริง

3. ควบคุมการตัดกระดูกให้แม่นยำ 100% 

ในขั้นตอนปฏิบัติ แขนหุ่นยนต์ไม่ได้ทำหน้าที่ตัดแทนแพทย์ แต่จะทำหน้าที่เป็นเหมือน ไกด์นำทาง โดยจะสร้างขอบเขตเสมือนจริง ขึ้นมาตามแผนที่วางไว้ หากเครื่องมือในมือของศัลยแพทย์จะเคลื่อนออกนอกพื้นที่ที่กำหนด ระบบจะสร้างแรงต้านเพื่อป้องกันทันที

4. วัดสมดุลเส้นเอ็น

จากเดิมที่แพทย์ต้องใช้ 'ความรู้สึกมือ' ในการประเมินความตึงหย่อนของเส้นเอ็น ระบบนี้จะใช้เซ็นเซอร์วัดค่าแรงตึงออกมาเป็น 'ตัวเลข' ที่ชัดเจนบนหน้าจอ ทำให้แพทย์สามารถปรับตำแหน่งของข้อเทียมเพื่อให้เส้นเอ็นมีความสมดุลที่เหมาะสมที่สุดได้

ข้อดีของการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า 

  • ไม่ต้องทำ CT Scan: หุ่นยนต์รุ่นเก่าต้องส่งคนไข้ไปทำ CT Scan ก่อน ซึ่งทำให้เสียเวลา เสียเงินและได้รับรังสีโดยไม่จำเป็น แต่เครื่องมือนี้ไม่ต้องใช้ ทำให้ปลอดภัยและสะดวกกว่ามาก
  • แม่นยำกว่า: เมื่อสามารถวางข้อเทียมได้ตรงตำแหน่งก็ทำให้การกระจายแรงบนผิวข้อเทียมดีขึ้น ซึ่งในทางทฤษฎีจะช่วยลดการสึกหรอและยืดอายุการใช้งานของข้อเทียมให้ยาวนานขึ้น (สถิติปัจจุบันยังไม่มีเคสที่ต้องกลับมาผ่าตัดซ้ำ)
  • เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว: พอการผ่าตัดแม่นยำขึ้น การบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อรอบๆ ก็น้อยลง คนไข้เลยเจ็บน้อยลงหลังผ่าตัดแค่ 6 ชั่วโมงสามารถลุกเดินได้แล้ว

หลังจากเปิดตัวและใช้งานมาประมาณ 1 ปี โรงพยาบาลฯ ได้ทำการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ไปแล้วมากกว่า 180 เคส โดยเป็นคนไข้ชาวไทย 60% และชาวต่างชาติ 40% ที่น่าสนใจ คือปัจจุบันมีผู้ป่วยมากกว่า 70-80% ตัดสินใจเลือกวิธีการผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นและสอดคล้องกับเทรนด์การรักษาในระดับสากล เช่น ในสหรัฐอเมริกาที่การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้อัตราความพึงพอใจของผู้ป่วยในการผ่าตัดยังสูงถึง 91%

ประสบการณ์จากผู้ผ่าตัดรายแรก

 ‘ผ่าตัดข้อเข่า’ คุณนพดล บุญเสนอ คนไข้รายแรกที่ผ่าสองข้างพร้อมกันด้วยหุ่นยนต์ เล่าว่า ตอนแรกผมกังวลมากว่าจะเจ็บ แต่พอฟื้นขึ้นมาใน ICU ทีมกายภาพก็ให้ลุกเดินเลย สรุปคือไม่เจ็บเลย มีแค่ตึงๆ ตั้งแต่วันผ่าจนออกจากโรงพยาบาล ไม่เจ็บเลย

นพ.พนธกร ยืนยันซ้ำอีกว่าหลังผ่า 6 ชั่วโมงก็ลองเดินได้แล้ว เจ็บน้อยมาก ทำกายภาพแค่วันเดียวก็กลับบ้านได้เลย

‘เราไม่ได้รีบเอาเทคโนโลยีเข้ามา แต่เรารอจนมั่นใจว่ามันดีและปลอดภัยจริงๆ” ปัจจุบัน โรงพยาบาลฯ ไม่ได้แค่ใช้เทคโนโลยีนี้แต่ยังเป็นศูนย์ฝึกสอนให้กับหมอคนอื่นๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศด้วย’ – คุณรัฐพงษ์ อำพันวงษ์ กล่าวทิ้งท้าย 


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ย่นเวลาวินิจฉัยโรคหายากจาก 5 ปี เหลือ 5 วัน เมื่อเทคโนโลยีถอดรหัสจีโนมพร้อมแล้ว โจทย์ต่อไปคือระบบที่เชื่อมทุกคนเข้าด้วยกัน

เทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมย่นเวลาวินิจฉัยโรคหายากจากหลายปีเหลือไม่กี่วันได้แล้ว สรุปเวทีเสวนาโรคหายากใน Techsauce Global Summit 2026 จากจุฬาฯ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และแอสตร้าเซนเนก...

Responsive image

สรุป 15 Key Takeaways จากรมว.สาธารณสุข กับทิศทาง Healthspan และอนาคตการดูแลสุขภาพ

สรุปสปีชจากคุณพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข บนเวที Techsauce Global Summit 2026...

Responsive image

จีนทำสำเร็จครั้งแรกของโลก ฉีดเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจเพาะจาก iPSC ผู้ป่วย 9 ใน 10 อาการดีขึ้นที่ 12 เดือน เดินได้ไกลขึ้นเกือบเท่าตัว ไม่พบเนื้องอก

ทีมแพทย์จีนเผยผลทดลอง HEAL-CHF ในวารสาร Nature Medicine ฉีดเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจจาก iPSC เข้าหัวใจผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวขั้นรุนแรง ผู้ป่วย 9 ใน 10 อาการดีขึ้นที่ 12 เดือน เดินได้ไกลขึ้...